การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) กำลังเดินหน้าสู่ยุคใหม่ของการเดินทาง เมื่อบอร์ด รฟท. มีมติเห็นชอบอนุมัติโครงการจัดหารถดีเซลรางปรับอากาศพร้อมอะไหล่ จำนวน 184 คัน วงเงิน 24,150 ล้านบาท เพื่อทดแทนขบวนรถที่ใช้งานมานานกว่า 30 ปี และเตรียมพร้อมรองรับการขยายเส้นทางรถไฟทางคู่ รวมถึงโครงการรถไฟสายใหม่ในอนาคต
ทำไมต้องเปลี่ยน? เมื่อรถไฟไทยต้องก้าวให้ทันโลก
ปัจจุบันรถดีเซลรางปรับอากาศที่ให้บริการขนส่งผู้โดยสารระยะไกลของ รฟท. มีอายุการใช้งานเฉลี่ยมากกว่า 30 ปี ขบวนรถที่เก่าทรุดโทรม ไม่สามารถให้บริการได้อย่างมีประสิทธิภาพเท่าที่ควร ทำให้การเดินทางล่าช้า เกิดปัญหาด้านความสะดวกสบาย และต้นทุนการซ่อมบำรุงที่สูงขึ้น การจัดหารถใหม่จึงเป็นกลไกสำคัญในการพลิกโฉมบริการขนส่งทางรางของไทย
นายวีริศ อัมระปาล ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า “เรากำลังมุ่งหน้าไปสู่การพัฒนาระบบขนส่งทางรางที่ทันสมัยขึ้น รถใหม่เหล่านี้จะช่วยเสริมศักยภาพให้กับระบบขนส่งมวลชน เพิ่มความสะดวกสบาย และลดระยะเวลาการเดินทาง”
รถไฟดีเซลรางใหม่มีอะไรดี?
รถไฟใหม่ทั้ง 184 คัน เป็นรถระบบ Hybrid Diesel Electric Multiple Unit (Hybrid DEMU) ที่สามารถขับเคลื่อนด้วยทั้งเครื่องยนต์ดีเซลและพลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ เทคโนโลยีนี้ไม่เพียงช่วยลดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง แต่ยังช่วยลดมลพิษทางอากาศ ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาระบบขนส่งที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
นอกจากนี้ ขบวนรถใหม่ยังออกแบบให้มีความสะดวกสบายมากขึ้น ด้วยฟีเจอร์สุดล้ำ เช่น
-ปรับอากาศเต็มรูปแบบ – มีทั้งชั้น 1 และชั้น 2
-Wi-Fi ความเร็วสูง – เชื่อมต่อออนไลน์ได้ตลอดการเดินทาง
-ที่นั่งปรับเอนได้ – รองรับการเดินทางระยะไกล
-ห้องน้ำระบบปิด – สะอาด ถูกสุขอนามัย
-จอ LED ให้ข้อมูล – อัปเดตข้อมูลการเดินทางแบบเรียลไทม์
-พื้นที่รองรับผู้พิการ – เพิ่มโอกาสในการเข้าถึงสำหรับทุกคน
เสริมขบวน รองรับรถไฟทางคู่และเส้นทางใหม่
โครงการนี้ไม่ได้มีเป้าหมายแค่การเปลี่ยนรถเก่าเท่านั้น แต่ยังเตรียมพร้อมรองรับการขยายตัวของโครงสร้างพื้นฐานทางราง โดยรถชุดใหม่นี้จะถูกนำมาใช้ใน 3 รูปแบบหลัก ได้แก่
1.ทดแทนขบวนรถเดิม – จำนวน 10 ขบวน ที่ให้บริการบนเส้นทางหลัก เช่น เชียงใหม่ อุบลราชธานี สุราษฎร์ธานี และสวรรคโลก
2.เสริมขบวนรถระยะกลาง – จำนวน 46 ขบวน ในเส้นทางสำคัญ เช่น พิษณุโลก นครราชสีมา ขอนแก่น และชุมพร
3.เพิ่มขบวนรถระยะไกล – จำนวน 6 ขบวน รองรับเส้นทางไกล เช่น เชียงใหม่ อุบลราชธานี และหนองคาย
อนาคตการรถไฟไทย : พร้อมเปลี่ยนแปลงหรือยัง?
แผนการจัดหารถดีเซลรางชุดใหม่นี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการพัฒนาการขนส่งทางรางในประเทศไทย รฟท. ตั้งเป้าว่าภายในปี 2570 จะสามารถรับมอบรถชุดแรกจำนวน 60 คัน และนำมาให้บริการได้ครบทั้งหมดภายในเดือนเมษายน 2573 ซึ่งจะสอดคล้องกับการเปิดใช้งานโครงสร้างพื้นฐานใหม่ เช่น โครงการทางคู่ระยะที่ 1 และ 2 และโครงการรถไฟสายใหม่ ที่คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2572
“นี่ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนขบวนรถ แต่คือการปฏิรูปบริการรถไฟไทยสู่มาตรฐานระดับโลก” นายวีริศ กล่าวทิ้งท้าย
การลงทุนครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญของ รฟท. ในการยกระดับมาตรฐานการเดินทางโดยรถไฟในประเทศไทย หากโครงการนี้ดำเนินไปได้ตามแผนที่วางไว้ คนไทยอาจได้เห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของการเดินทางทางรางภายใน 5 ปีข้างหน้า
แล้วคุณล่ะ พร้อมขึ้นขบวนรถไฟยุคใหม่กันหรือยัง?