ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของบริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ STEC การปรับโครงสร้างเพื่อเดินหน้าสู่การเป็น Holding Company ภายใต้ชื่อใหม่ “บริษัท สเตคอน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)” หรือ STECON ถือเป็นก้าวสำคัญที่กำลังเปลี่ยนแปลงโฉมหน้าธุรกิจของบริษัทอย่างชัดเจน พร้อมนำผู้ถือหุ้นไปสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน
จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ: แลกหุ้นเพื่ออนาคตใหม่
นายภาคภูมิ ศรีชำนิ ประธานกรรมการบริหารของ STEC เปิดเผยว่า การแลกเปลี่ยนหุ้นครั้งนี้เป็นการเปลี่ยนผ่านที่สำคัญ เพื่อสร้าง STECON ให้กลายเป็น Holding Company ที่ไม่ดำเนินธุรกิจของตัวเอง แต่ถือหุ้นในบริษัทอื่น ซึ่งช่วยเสริมศักยภาพการลงทุนในธุรกิจที่สร้างรายได้อย่างสม่ำเสมอ (Recurring Income) และรองรับธุรกิจใหม่ที่มีอัตราการเติบโตสูง (New S-Curve) อย่างมีประสิทธิภาพ
การแลกหุ้นในอัตรา 1 หุ้น STEC ต่อ 1 หุ้น STECON ถือเป็นข้อเสนอที่สำคัญ โดยบริษัทได้กำหนดวันสุดท้ายสำหรับการแลกหุ้น STEC เป็น STECON ภายในวันที่ 21 ตุลาคม 2567 ซึ่งเป็นช่วงเวลาสุดท้ายที่ผู้ถือหุ้น STEC สามารถดำเนินการได้ หากผู้ถือหุ้นไม่ตอบรับคำเสนอซื้อจะได้รับผลกระทบจากการเพิกถอนหุ้น STEC จากตลาดหลักทรัพย์ฯ
ประโยชน์สูงสุดจากการแลกเปลี่ยน
การเปลี่ยนแปลงนี้เปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้น STEC สามารถเข้าถึงโอกาสการเติบโตใหม่ๆ ผ่าน STECON โดยเฉพาะในธุรกิจที่มีการเติบโตสูง อย่างไรก็ตาม หากผู้ถือหุ้นไม่ตอบรับคำเสนอซื้อ พวกเขาจะไม่สามารถซื้อขายหุ้น STEC ในตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้อีกต่อไป และขาดสิทธิ์ในการรับเงินปันผลจาก STECON ซึ่งถือเป็นความเสี่ยงสำคัญที่อาจจำกัดการได้รับผลตอบแทนในอนาคต
สำหรับผู้ที่สนใจแลกเปลี่ยนหุ้น สามารถดำเนินการส่งแบบตอบรับคำเสนอซื้อผ่านบริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือผ่านบริษัทหลักทรัพย์ที่ตนมีบัญชีซื้อขายอยู่ โดยการยื่นเอกสารจะต้องทำให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ 21 ตุลาคม 2567 ก่อนเวลา 16.00 น.
การปรับโครงสร้างครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญที่ผู้ถือหุ้น STEC ไม่ควรมองข้าม เพื่อรักษาผลประโยชน์และโอกาสการเติบโตในอนาคต การแลกหุ้นเป็น STECON ไม่เพียงแต่ช่วยให้พวกเขาได้รับสิทธิประโยชน์ในการลงทุนในธุรกิจที่กำลังเติบโต แต่ยังเป็นการปกป้องสิทธิ์ของผู้ถือหุ้นจากการเปลี่ยนแปลงในตลาดที่กำลังจะเกิดขึ้น