กรมทางหลวง เร่งขยายทางหลวง 340 สายบางบัวทอง - สุพรรณบุรี เป็น 6 ช่องจราจร เพิ่มประสิทธิภาพการเดินทางสู่ภาคเหนือ
คมนาคม

กรมทางหลวง เร่งขยายทางหลวง 340 สายบางบัวทอง - สุพรรณบุรี เป็น 6 ช่องจราจร เพิ่มประสิทธิภาพการเดินทางสู่ภาคเหนือ

กรมทางหลวง (ทล.) ภายใต้การนำของ นายอภิรัฐ ไชยวงศ์น้อย อธิบดีกรมทางหลวง ได้เริ่มดำเนินโครงการขยายทางหลวงหมายเลข 340 สายบางบัวทอง - สุพรรณบุรี เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการจราจรและยกระดับความปลอดภัยในการเดินทาง โดยเส้นทางนี้เป็นหนึ่งในเส้นทางหลักที่เชื่อมต่อกรุงเทพฯ กับภาคเหนือ ซึ่งได้รับความนิยมใช้สัญจรทั้งจากประชาชนและภาคธุรกิจ

นายอภิรัฐ ไชยวงศ์น้อย อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.) เปิดเผยว่า โครงการดังกล่าวครอบคลุมระยะทาง 16.459 กิโลเมตร ตั้งแต่ กม.48+841 ถึง กม.65+600 ในพื้นที่อำเภอบางปลาม้าและอำเภอเมืองสุพรรณบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งการขยายถนนจะเพิ่มจาก 4 ช่องจราจรเป็น 6 ช่องจราจร (ไป - กลับ) พร้อมทั้งสร้างสะพานคอนกรีตเสริมเหล็กจำนวน 3 แห่ง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรองรับปริมาณรถที่สูงขึ้นและลดปัญหาการจราจรติดขัด

รายละเอียดการก่อสร้าง

การก่อสร้างแบ่งออกเป็น 2 ตอน ได้แก่:

1.ตอนที่ 1 ระหว่าง กม.48+841 ถึง กม.57+250 ระยะทาง 8.409 กิโลเมตร ดำเนินการโดย บริษัท เอส.เค.วาย. คอนสตรัคชั่น จำกัด เริ่มก่อสร้างเมื่อวันที่ 13 กันยายน 2567 และคาดว่าจะแล้วเสร็จในวันที่ 28 สิงหาคม 2570 งบประมาณ 686,761,000 บาท

2.ตอนที่ 2 ระหว่าง กม.57+250 ถึง กม.65+600 ระยะทาง 8.350 กิโลเมตร ดำเนินการโดย กิจการร่วมค้า ซีทีทีพีดี เริ่มก่อสร้างเมื่อวันที่ 18 กันยายน 2567 และจะสิ้นสุดโครงการในวันที่ 2 กันยายน 2570 งบประมาณ 689,596,000 บาท

วัตถุประสงค์โครงการ

กรมทางหลวงเน้นให้โครงการนี้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเดินทางสู่ภาคเหนือ ลดการติดขัดในช่วงเวลาหนาแน่น รวมถึงยกระดับความปลอดภัย โดยเฉพาะในช่วงที่เคยมีอุบัติเหตุสูง ทั้งนี้ จะมีการติดตั้งระบบไฟฟ้าแสงสว่างและไฟกระพริบเพื่อเพิ่มความปลอดภัยบนถนนในเวลากลางคืน

ผลกระทบการจราจรระหว่างก่อสร้าง

ในช่วงการก่อสร้าง จะมีการปิดช่องจราจรบางส่วน และเบี่ยงการจราจรเพื่อให้รถวิ่งสวนทางกัน ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดการจราจรติดขัดในบางช่วงเวลา โดยเฉพาะวันหยุด ดังนั้น กรมทางหลวงได้เตรียมประชาสัมพันธ์เส้นทางเลี่ยงและวางแผนร่วมกับหน่วยงานท้องถิ่น เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน

ผลลัพธ์ที่คาดหวัง

เมื่อโครงการเสร็จสมบูรณ์ คาดว่าจะช่วยลดปัญหาการจราจรติดขัด เพิ่มความปลอดภัยบนท้องถนน และส่งเสริมเศรษฐกิจในภูมิภาค เนื่องจากเส้นทางดังกล่าวเป็นเส้นทางสำคัญในการขนส่งสินค้าระหว่างภาคกลางและภาคเหนือ

ประชาชนสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารการก่อสร้างได้จากสำนักงานทางหลวงในพื้นที่ และสอบถามเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมทางหลวง 1586 (โทรฟรีตลอด 24 ชั่วโมง) เพื่อวางแผนการเดินทางล่วงหน้าและหลีกเลี่ยงเส้นทางที่ได้รับผลกระทบ

You can share this post!