สสว.เผยความท้าทายและแนวทางการฟื้นตัวของ SME ไทยในปี 2567 ท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจและภัยพิบัติ
เศรษฐกิจ

สสว.เผยความท้าทายและแนวทางการฟื้นตัวของ SME ไทยในปี 2567 ท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจและภัยพิบัติ

ในช่วงปี 2567 ผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ของไทยกำลังเผชิญกับความท้าทายที่หนักหน่วงจากหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นการชะลอตัวของเศรษฐกิจ การเร่งตัวของหนี้สิน และความเสียหายจากภัยพิบัติที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ ส่งผลให้ความเชื่อมั่นในการดำเนินธุรกิจของ SME อยู่ในระดับต่ำอย่างต่อเนื่อง ในรายงานนี้ เราจะมาสำรวจสถานการณ์ปัจจุบันของ SME ไทย วิเคราะห์ปัจจัยที่ส่งผลกระทบ และหาแนวทางฟื้นฟูธุรกิจในอนาคต

สถานการณ์เศรษฐกิจที่ชะลอตัวและกำลังซื้อที่ลดลง

ดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการ SME (SMESI) ประจำเดือนสิงหาคม 2567 ลดลงมาอยู่ที่ 49.4 จากเดือนก่อนหน้าที่ 49.9 ซึ่งต่ำกว่าค่าฐานความเชื่อมั่นที่ระดับ 50 เป็นเดือนที่สองติดต่อกัน ปัจจัยหลักที่ทำให้ดัชนีความเชื่อมั่นลดลงคือการชะลอตัวของเศรษฐกิจและกำลังซื้อของผู้บริโภคภายในประเทศที่ยังไม่ฟื้นตัว SME ในภาคการค้าปลีกและภาคบริการ เช่น ธุรกิจค้าปลีกสินค้าอุปโภคบริโภคและยานยนต์ ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการชะลอตัวของกำลังซื้อ รวมถึงการระมัดระวังการใช้จ่ายของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ธุรกิจภาคบริการ เช่น อสังหาริมทรัพย์ ห้องเช่า และบริการสปา ต่างได้รับผลกระทบเช่นกัน ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เผชิญกับการชะลอตัวของกำลังซื้อในหลายพื้นที่ ขณะที่ห้องเช่ารายเดือนเริ่มมีผู้ย้ายออกก่อนสิ้นสุดสัญญาและการเลื่อนชำระค่าเช่า กลุ่มบริการสปาและนันทนาการก็เผชิญกับปัญหาการลดลงของลูกค้าจากการระมัดระวังการใช้จ่ายเช่นกัน

ผลกระทบจากอุทกภัยและภัยพิบัติ

สถานการณ์อุทกภัยในภาคเหนือและภาคอีสานในเดือนสิงหาคมยังเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อผู้ประกอบการ SME พื้นที่ที่ถูกน้ำท่วมไม่เพียงแต่ต้องเผชิญกับความเสียหายจากน้ำท่วม แต่ยังส่งผลให้เส้นทางการขนส่งสินค้าในหลายพื้นที่ถูกตัดขาด ผู้ประกอบการในกลุ่มเกษตรกรรมที่ต้องพึ่งพาวัตถุดิบจากพื้นที่อื่นประสบปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบและการหยุดชะงักของการผลิต ส่งผลให้ต้นทุนสินค้าพุ่งสูงขึ้น

อุทกภัยครั้งนี้ยังส่งผลให้ราคาสินค้าในหลายพื้นที่เร่งตัวสูงขึ้น เนื่องจากการขาดแคลนสินค้าในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้ เช่น จังหวัดนครศรีธรรมราชและภูเก็ต ที่ได้รับผลกระทบจากดินถล่มและน้ำท่วม ซึ่งทำให้ระบบโลจิสติกส์และห่วงโซ่อุปทานในพื้นที่ถูกตัดขาด

ความคาดหวังในฤดูกาลท่องเที่ยวและความท้าทายในอนาคต

แม้ว่าสถานการณ์ปัจจุบันจะมีความท้าทายมากมาย แต่ผู้ประกอบการ SME ยังคงมีความหวังในฤดูกาลท่องเที่ยวปลายปี โดยเฉพาะการคาดหวังว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เพิ่มขึ้นจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและยอดขายในหลายภาคส่วน เช่น ธุรกิจท่องเที่ยว ร้านค้าของที่ระลึก และธุรกิจบริการที่เกี่ยวข้องกับนักท่องเที่ยว

อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการ SME ยังคงกังวลกับความไม่แน่นอนทางการเมืองและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐที่ยังไม่ชัดเจน ความไม่แน่นอนเหล่านี้ทำให้คำสั่งซื้อในอนาคตอาจลดลง ส่งผลให้ผู้ประกอบการต้องวางแผนธุรกิจอย่างระมัดระวังเพื่อรับมือกับความผันผวนของตลาด

แนวทางการฟื้นฟูธุรกิจและการสนับสนุนจากภาครัฐ

จากสถานการณ์เศรษฐกิจและภัยพิบัติที่ยังคงส่งผลกระทบอย่างต่อเนื่อง ผู้ประกอบการ SME คาดหวังการช่วยเหลือจากภาครัฐในหลายด้าน เช่น มาตรการกระตุ้นกำลังซื้อ โครงการ Digital Wallet หรือมาตรการควบคุมต้นทุนสินค้าและวัตถุดิบ รวมถึงการผ่อนปรนข้อกำหนดในการเข้าถึงสินเชื่อ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย

สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) มีมาตรการเร่งด่วนในการช่วยเหลือ SME ผ่านโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำและเงินทุนหมุนเวียน รวมถึงการอบรมพัฒนาทักษะดิจิทัลเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการดำเนินธุรกิจในยุคดิจิทัล นอกจากนี้ ยังมีการส่งเสริมการส่งออกสินค้าและการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในธุรกิจเพื่อลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพในการแข่งขัน

แม้ว่าผู้ประกอบการ SME ไทยจะเผชิญกับความท้าทายจากหลายปัจจัยในปี 2567 ทั้งการชะลอตัวของเศรษฐกิจ กำลังซื้อที่ลดลง และภัยพิบัติที่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ แต่ด้วยการสนับสนุนจากภาครัฐและการปรับตัวของผู้ประกอบการ SME เอง พวกเขายังคงมีความหวังในการฟื้นตัว โดยเฉพาะในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวที่คาดว่าจะช่วยหนุนเศรษฐกิจในช่วงปลายปีนี้

You can share this post!