SENA ทุบโต๊ะ! พลิกเกมอสังหาฯ ผุด “Eco-System” คลุมหัวจรดเท้า ลั่นยุคพลังงานแพงคือ “ทางรอด” ไม่ใช่ “ทางเลือก”ผนึก MGC ปักหมุดโชว์รูมพรีเมียม “XPENG” ย่านลำลูกกา พร้อมดันพอร์ต EV ปี’69 พุ่ง 1,000 คัน
อสังหาริมทรัพย์

SENA ทุบโต๊ะ! พลิกเกมอสังหาฯ ผุด “Eco-System” คลุมหัวจรดเท้า ลั่นยุคพลังงานแพงคือ “ทางรอด” ไม่ใช่ “ทางเลือก”ผนึก MGC ปักหมุดโชว์รูมพรีเมียม “XPENG” ย่านลำลูกกา พร้อมดันพอร์ต EV ปี’69 พุ่ง 1,000 คัน

เสนาฯเขย่าวงการ ประกาศสงครามค่าครองชีพ พลิกโฉมจากดีเวลลอปเปอร์สู่ "Lifestyle Infrastructure" เต็มตัว ชูโมเดลสุดล้ำเชื่อม “บ้าน-โซลาร์-รถ EV” เป็นเนื้อเดียว อัดฉีดหมัดเด็ดไตรมาส 2 ส่งแคมเปญกระชากใจ “รถแลกบ้าน” ปลดล็อกกำแพงกู้ไม่ผ่าน-จัดระเบียบหนี้ให้คนอยากมีที่อยู่อาศัย พร้อมลุยไฟธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้าเต็มสูบ กวาดแบรนด์ท็อปจีนเข้าพอร์ต ล่าสุดผนึก MGC ผุดโชว์รูม XPENG รับอานิสงส์ราคาน้ำมันพุ่ง ดันยอดขาย Green Auto ทะยาน 100% ตั้งเป้าปีนี้กวาด 1,000 คันรวด

 

ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ SENA และ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เสนา กรีน เอนเนอร์ยี่ จำกัด เปิดเผยว่า ปัจจุบันพลังงานไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป แต่เป็นต้นทุนหลักของการใช้ชีวิต ทั้งค่าไฟที่ปรับตัวสูงขึ้น ค่าน้ำมันที่ผันผวน ขณะที่หลายคนยังรู้สึกว่า “ยานยนต์ไฟฟ้า” (Electric Vehicle : EV) เข้าถึงยาก และโซลาร์เป็นเรื่องยุ่งยาก จริง ๆ แล้วปัญหาไม่ใช่แค่เรื่อง “รถ” หรือ “พลังงาน” แต่คือ “ระบบชีวิตที่ยังไม่เชื่อมกัน” SENA Green Auto จึงไม่ได้เป็นแค่ดีลเลอร์ แต่เป็นแพลตฟอร์มที่เชื่อม “รถ พลังงาน และการเงิน” เข้าไว้ด้วยกัน ทำให้ลูกค้าสามารถใช้ไฟจาก Solar ชาร์จรถ EV ได้เอง ลดค่าไฟและค่าน้ำมันในระยะยาว

SENA พัฒนา Ecosystem ในรูปแบบ “The One Platform” สำหรับลูกบ้าน SENA ที่สามารถเชื่อม บ้าน รถ EV โซลาร์ และโซลูชันทางการเงินเข้าไว้ในระบบเดียว โดยมี “เงินสดใจดี” เป็นกลไกด้านการเงิน และ “SenX” เป็นจิ๊กซอว์สำคัญในการเชื่อมบริการ การอยู่อาศัย และการบริหารพลังงานเข้าด้วยกัน ทำให้ลูกบ้านสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายรายเดือน และบริหารต้นทุนพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาว

ขณะเดียวกัน SENA ยังขยายสู่ The Open Platform” สำหรับลูกค้าทั่วไป ที่สามารถเข้าถึงโซลูชัน บ้านทั่วไป รถ EV โซลาร์ และการเงินได้ แม้ไม่ได้เป็นลูกบ้าน SENA โดยมี “เงินสดใจดี” เป็นตัวช่วยหลักในการออกแบบทางเลือกทางการเงินที่เหมาะสม เปิดโอกาสให้ผู้บริโภคสามารถเริ่มต้น Green Lifestyle ได้ง่ายขึ้น และเข้าถึงการบริหารพลังงานในชีวิตประจำวันได้จริง”

โดย 3 แกนธุรกิจ ขับเคลื่อน SENA Ecosystem เชื่อม “การอยู่อาศัย พลังงาน และการเดินทาง” เข้าด้วยกันอย่างครบวงจร ได้แก่

1.ธุรกิจที่อยู่อาศัย ด้วยโซลูชันที่ครอบคลุมทุกความต้องการ

SENA มุ่งพัฒนาโครงการในกลุ่ม Affordable ซึ่งเป็นความต้องการจริงของตลาด โดยเฉพาะกลุ่มที่มีข้อจำกัดด้านรายได้และสินเชื่อ พร้อมออกแบบโซลูชันเพื่อลดอุปสรรคในการมีบ้าน ผ่านทางเลือกที่หลากหลาย ควบคู่กับ “เงินสดใจดี” ผู้ให้บริการสินเชื่อ Non-Bank ที่ช่วยวางแผนทางการเงิน เพิ่มโอกาสในการเป็นเจ้าของบ้านได้จริง และในช่วงไตรมาส 2 นี้ จะเปิดตัว โซลูชัน “รถแลกบ้าน” ที่เปิดโอกาสให้ลูกค้านำรถยนต์มาเป็นส่วนหนึ่งในการเพิ่มโอกาสเข้าถึงที่อยู่อาศัย ปรับโครงสร้างภาระทางการเงินให้เหมาะสมกับชีวิตมากขึ้น

2.ธุรกิจพลังงานโซลาร์ SENA Solar Energy” 

SENA Solar Energy พัฒนาธุรกิจพลังงานต่อเนื่องมากว่า 15 ปี ให้บริการครอบคลุมทั้งลูกค้าองค์กร (B2B) และรายย่อย (B2C) ด้วยโซลูชัน Solar + Battery + EV-Ready ที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถผลิตและใช้ไฟฟ้าได้เอง ลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานในระยะยาว พร้อมรองรับความผันผวนของต้นทุนพลังงานในอนาคต บริษัทให้บริการแบบครบวงจร ตั้งแต่การออกแบบติดตั้ง ไปจนถึงการดูแลระบบ (O&M) พร้อมการรับประกันคุณภาพ และสิทธิประโยชน์ทางภาษีสูงสุด 200,000 บาท โดยพลังงานจาก Solar ถูกออกแบบให้เชื่อมต่อกับทั้ง “การอยู่อาศัย” และ “การเดินทาง” ได้อย่างเป็นระบบ

ปัจจุบัน SENA มียอดติดตั้ง Solar Rooftop แล้วมากกว่า 1,500 หลังคาเรือน คิดเป็นกำลังการผลิตรวมกว่า 100 เมกะวัตต์ สะท้อนศักยภาพในการต่อยอดธุรกิจพลังงานสู่การพัฒนา Ecosystem ที่เชื่อมโยงการใช้ชีวิตได้อย่างเป็นรูปธรรม

3.ธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้า “SENA Green Automotive”

SENA Green Auto ทำหน้าที่เป็น EV Platform แบบ Multi-brand และผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้า ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2568 ที่ผ่านมา โดยคัดสรรรุ่นที่ตอบโจทย์แต่ละกลุ่มลูกค้าอย่างเหมาะสม ปัจจุบันมี 3 แบรนด์หลัก ได้แก่ OMODA & JAECOO, LEAPMOTOR และ DEEPAL ซึ่งเป็นแบรนด์ย่อยของ Changan (ฉางอาน) พร้อมศูนย์บริการและบริการหลังการขายครบวงจร ครอบคลุมการตรวจเช็กและดูแลแบตเตอรี่ EV แบบครบระบบ ผ่านศูนย์บริการมาตรฐาน ที่ตั้งอยู่บนถนนอ่อนนุช–สุขุมวิท 75

พร้อมนำเสนอ EV Total Solution ที่ลูกค้าสามารถซื้อรถ ติดตั้ง Solar และวางแผนการเงินได้ในที่เดียว รวมถึงสามารถใช้ไฟจาก Solar ชาร์จรถ EV ได้เอง ช่วยลดค่าไฟและค่าเชื้อเพลิง ทำให้ลดค่าใช้จ่ายได้ในระยะยาว            

รวมถึงโซลูชันทางการเงิน เช่น Trade-in รถเดิม หรือใช้ Home Financing เพื่อช่วยลดภาระทางการเงิน ทำให้การเริ่มต้นใช้ EV เป็นเรื่องง่ายขึ้น โดย SENA Green Auto สร้างความแตกต่างผ่าน 3 แกนหลัก ได้แก่

-Easy จบทุกเรื่องในที่เดียว ทั้งรถ Solar และการเงิน

-Trusted มาตรฐาน SENA พร้อมบริการหลังการขายครบวงจร

-Smart Finance โซลูชันการเงินที่ช่วยให้เข้าถึง EV ได้ง่ายขึ้น

สะท้อนแนวคิด “Infinite Clean Energy Loop” ที่ทำให้บ้านสามารถผลิตไฟ ใช้ในบ้าน และต่อยอดไปสู่การชาร์จรถ EV ได้จริง

และในเร็วๆนี้เตรียมเพิ่มโชว์รูมแบรนด์รถยนต์ EV ใหม่โดยการเป็นดีลเลอร์ให้แบรนด์ XPENG ซึ่งเป็นรถ EV แบรนด์ระดับพรีเมียมจากจีน ผ่าน บริษัท มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด (มหาชน) หรือ MGC-ASIA โดยจะตั้งโชว์รูมที่บริเวณด้านหน้าโครงการเรนวูด ลำลูกกา คลอง 11 ที่อนาคตคาดว่าโครงการดังกล่าวจะเป็น New Residence Area โดยคาดว่าจะใช้งบประมาณในการสร้างโชว์รูมประมาณ 40 ล้านบาท

“ตั้งแต่เกิดสงครามด้านภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง ส่งผลให้รถ EV ได้รับอานิสงส์จากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ทำให้ที่ผ่านมารถ EV ประสบปัญหาส่งมอบรถให้กับลูกค้าไม่ทัน เพราะซัปพลายเริ่มขาดแคลน แต่ก็ทำให้ยอดขายรถของบริษัทฯเพิ่มขึ้นมาเกือบ 100%” ผศ.ดร.เกษรา กล่าว

นอกจากนี้ในปีนี้ บริษัทฯยังมีแผนที่จะนำที่ดินในพื้นที่โครงการ เดอะนิช ไอดี พระราม 2 เพื่อสร้างเป็นโชว์รูมรถแบรนด์ CHERY และ Geely เพิ่มอีก ความคืบหน้าขณะนี้อยู่ในระหว่างการเจรจา

ผศ.ดร.เกษรา กล่าวเพิ่มเติมว่า หากจะมีการเพิ่มรถ EV แบรนด์ใหม่เข้ามาทำตลาดในประเทศไทย ก็จะต้องมีการประเมินตลาดก่อน เพราะปัจจุบันรถ EV ที่บริษัทฯนำเข้ามาทำตลาดทั้ง 3 แบรนด์นั้น ล้วนเป็นแบรนด์ที่มีความมั่นคง และติดอันดับ Top 5 ในจีน และบริษัทฯก็มีความต้องการที่จะดูแลลูกค้าอย่างต่อเนื่อง เพราะที่ผ่านมารถ EV ในจีนมีมากถึง 50 แบรนด์ แต่ด้วยการแข่งขันที่สูง รถยนต์ค่ายไหนไม่มีสายป่านที่ยาวพอ ก็ต้องเลิกกิจการ หรือถูกควบกิจการไป จนปัจจุบันเหลือประมาณ 20 แบรนด์ ซึ่งทุกเมืองของจีนสามารถผลิตรถ EV ของแต่ละเมืองได้

ทั้งนี้บริษัทฯ มองว่า “วิกฤติพลังงาน” ไม่ใช่เพียงสถานการณ์ระยะสั้น แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างที่ส่งผลต่อค่าครองชีพในระยะยาว พลังงานไม่ใช่แค่ต้นทุน แต่คือ ตัวกำหนดคุณภาพชีวิต ในอนาคต ด้วยประสบการณ์ด้านพลังงานกว่า 15 ปี และการพัฒนา Ecosystem ที่เชื่อม บ้าน พลังงาน และการเดินทาง เข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ SENA จึงก้าวสู่การเป็น Green Lifestyle Platform อย่างเต็มตัว พร้อมวางรากฐานสู่การเป็น “ผู้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของการใช้ชีวิต (Lifestyle Infrastructure)” ที่ช่วยให้ผู้บริโภคควบคุมค่าใช้จ่าย และใช้ชีวิตอย่างยั่งยืนได้จริงในระยะยาว ตามวิสัยทัศน์องค์กร “Lifelong Trusted Partner”

“ในช่วงไตรมาส 1/2569 ที่ผ่านมา ยอดขายยังสามารถเป็นบวก แต่ยอดโอนกรรมสิทธิ์ยังเผชิญแรงกดดันจากปัจจัยภายนอก และกำลังซื้อที่ชะลอ ซึ่งยังคงเห็นอัตราการปฏิเสธสินเชื่อที่ยังสูง โดยบริษัทให้ความสำคัญกับการโอน และการรักษาลูกค้าในระบบมากกว่ายอดขาย โดยใช้โมเดล LivNex และ RentNex ช่วยลูกค้าที่กู้ไม่ผ่านให้ยังสามารถอยู่อาศัยและสร้างประวัติเครดิตได้ ซึ่งปัจจุบันมีโครงการในกลุ่มโซลูชันดังกล่าวราว 2,000–3,000 ยูนิต และอยู่ระหว่างพัฒนาเงื่อนไขเพื่อให้ลูกค้า RentNex สามารถต่อยอดสู่การซื้อบ้านใหม่ในเครือ SENA ได้” ผศ.ดร.เกษรา กล่าว

ขณะที่บริษัทมียอดขบยรอโอน (Backlog) ประมาณ 7,000 ล้านบาท จะทยอยโอนได้ทั้งหมดในปีนี้ และยังคงเป้าหมายยอดขายปีนี้ไว้ที่ 14,000 ล้านบาท แต่มองในระยะข้างหน้าคาดว่าครึ่งปีหลัง 2569 จะดีกว่าครึ่งปีแรก หลังครึ่งปีแรกเผชิญแรงกดดันจากเศรษฐกิจชะลอ ต้นทุนพลังงานสูง และค่าครองชีพที่กระทบกำลังซื้อ แต่ก็ยังคงต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

สำหรับสัดส่วนรายได้ของ SENA แบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ การขายที่อยู่อาศัย 87% ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับรายได้ประจำ  (Recurring income) 10% และธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ Green Energy 3% ซึ่งภาพธุรกิจของ SENA ยังคงมาจากการขายที่อยู่อาศัยเป็นหลัก

ส่วนธุรกิจดีลเลอร์รถยนต์ EV ภายใต้ SENA Green Auto ตั้งเป้ายอดขายในปี 2569 ไว้ที่ 1,000 คัน โดยไตรมาสแรกมียอดขายแล้ว 150 คัน จากปี 2568 ที่ผ่านมาสามารถทำยอดขายได้กว่า 400 คัน คิดเป็นมูลค่าประมาณ 560 ล้านบาท

"Mission ของเสนายังคงมุ่งมั่น ที่มองลูกค้าเป็นจุดศูนย์กลาง และ ยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับลูกค้า ที่เริ่มจากที่่อยู่อาศัย และใช้ความชำนาญ สร้างความสามารถในการแข่งขัน และแตกไลน์ธุรกิจที่เกี่ยวข้อง การทำธุรกิจปัจจุบัน นอกจากเพื่อกำไรแล้ว ดูแลสังคม และ สิ่งแวดล้อม ต้องไปด้วยกันได้“ ผศ.ดร.เกษรา กล่าวในที่สุด

 

You can share this post!