“แสนสิริ” รุกตลาดรับเหมาฯ ปั้น Precast เป็น New S-Curve เปิดศึก One-Stop Solution กินรวบดีเวลลอปเปอร์ SME - ตั้งเป้ารายได้กลุ่ม B2B พุ่งแตะ 200 ล้านบาท
อสังหาริมทรัพย์

“แสนสิริ” รุกตลาดรับเหมาฯ ปั้น Precast เป็น New S-Curve เปิดศึก One-Stop Solution กินรวบดีเวลลอปเปอร์ SME - ตั้งเป้ารายได้กลุ่ม B2B พุ่งแตะ 200 ล้านบาท

แสนสิริฯเขย่าวงการก่อสร้าง ส่ง "แสนสิริ พรีคาสท์" ลงสนามรบ B2B เต็มตัว ชูโมเดล One-Stop Precast Solution รับดีมานด์ตลาด 1.41 ล้านล้านบาท ประกาศจุดยืน "ไม่จำกัดออเดอร์ขั้นต่ำ" หวังเป็นจิ๊กซอว์ช่วย SME ปิดโครงการไวขึ้น 50% พร้อมอัดฉีดสภาพคล่องผ่านพันธมิตรแบงก์ ดันนวัตกรรม "กราฟีน" และโรงงานสีเขียว มุ่งเป้า Net Zero ในปี 2593 ตั้งเป้ารายได้โตก้าวกระโดดที่ 200 ล้านบาท

นายฐิติพงค์ มงคลปทุมรัตน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการอาวุโสโรงงานผลิตแผ่นคอนกรีตสำเร็จรูป บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน)หรือ SIRI เปิดเผยว่า ปัจจุบันภาพรวมธุรกิจก่อสร้างเผชิญความท้าทายทั้งจากค่าแรงที่ผันผวนและการขาดแคลนแรงงานฝีมือ ส่งผลให้ระบบพรีคาสท์ (แผ่นคอนกรีตสำเร็จรูป) เป็นทางเลือกหลักของอุตสาหกรรม ดังนั้นในปี 2569 นี้ บริษัทฯจึงยกระดับสู่ One-Stop Precast Solution เดินหน้าขยายพอร์ตการให้บริการสู่กลุ่มผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์และกลุ่มธุรกิจก่อสร้าง (Construction Business) อย่างเต็มตัว รองรับโอกาสจากการขยายตัวของอุตสาหกรรมก่อสร้างไทยที่คาดการณ์ว่าจะมีมูลค่ารวมสูงถึง 1.41 ล้านล้านบาท

แสนสิริจึงได้นำประสบการณ์กว่า 15 ปี และโรงงานทั้ง 6 แห่ง บนพื้นที่กว่า 200 ไร่ ใน จ.ปทุมธานี ซึ่งเป็นโรงงานพรีคาสท์ที่ใหญ่ที่สุดในวงการอสังหาริมทรัพย์ไทย ด้วยศักยภาพกำลังการผลิตรวมอยู่ที่ 5,000 ยูนิต/ปี พร้อมให้บริการแก่พันธมิตรธุรกิจแบบครบวงจรทั้ง B2B และ B2C (ลูกค้าที่ต้องการสร้างบ้านเอง) โดยตั้งเป้ารายได้กลุ่ม B2B โตก้าวกระโดดพุ่งแตะ 200 ล้านบาท ตั้งเป้าเป็นจิ๊กซอว์สำคัญหนุน SME อสังหาฯ ไทยด้วยโซลูชันก่อสร้างอัจฉริยะ พร้อมเตรียมจับมือพันธมิตรทางการเงินเพื่อสนับสนุนสภาพคล่องให้แก่นักพัฒนาโครงการรุ่นใหม่

อีกทั้งแสนสิริตั้งเป้าสู่การเป็น One-Stop Precast Solution ที่มุ่งตอบโจทย์ผู้ประกอบการรายกลางและรายเล็ก (SME) ที่ต้องการความยืดหยุ่นสูง ให้บริการครอบคลุมทุกโปรดักต์รองรับการก่อสร้างทุกประเภทโครงการ ทั้งบ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์โฮม คอนโดมิเนียม โรงแรม และอะพาร์ตเมนต์ที่มีความสูงไม่เกิน 8 ชั้น การทำงานในลักษณะ Mass Customization ด้วยระบบ Automation สามารถปรับเปลี่ยนแบบได้ตลอดและผลิตชิ้นงานแบบ Customize ได้โดยไม่มีข้อกำหนดเรื่องจำนวนสั่งผลิตขั้นต่ำ (No Minimum Order) ส่งผลให้ผู้ประกอบการหมุนเวียนกระแสเงินสดเร็วขึ้น ช่วยให้การก่อสร้างเร็วขึ้นกว่าระบบเดิม 40-50% โดยบ้าน 1 หลัง จากเดิมใช้เวลา 6-8 เดือน จะเหลือเพียง 3-5 เดือน ช่วยให้ผู้ประกอบการโอนกรรมสิทธิ์และปิดโครงการได้ไวขึ้น ตลอดจนเกิดความได้เปรียบด้านต้นทุน ในสภาวะค่าแรงผันผวน ระบบพรีคาสท์ช่วยลดการใช้แรงงานหน้างานและควบคุมต้นทุนต่อตารางเมตรให้คงที่และแม่นยำกว่าการก่อสร้างแบบเดิม และนอกจากการนำเสนอนวัตกรรมการก่อสร้างที่รวดเร็วและได้มาตรฐาน

นอกจากนี้แสนสิริยังพร้อมเป็น Strategic Partner เคียงข้างนักพัฒนาโครงการรุ่นใหม่ ด้วยการสนับสนุนที่เหนือกว่าใน 3 ด้านหลัก ได้แก่ ผนึกกำลังกับพันธมิตรทางการเงินชั้นนำ เพื่อสนับสนุนสภาพคล่องและโซลูชันทางการเงิน ที่ออกแบบมาเพื่อ SMEs และนักพัฒนาโครงการโดยเฉพาะ รวมถึงให้คำปรึกษาเจาะลึกตั้งแต่ต้นน้ำ ทั้งการวิเคราะห์ศักยภาพที่ดิน (Site Analysis) การวาง Product Mix ให้ตอบโจทย์ความต้องการของตลาด และการทำ Feasibility Study เพื่อประเมินความเป็นไปได้ในการลงทุนอย่างแม่นยำ

ในส่วนของการพัฒนาโรงงาน แสนสิริได้ยกระดับสู่ Green Precast Factory แห่งแรกของประเทศไทย เพื่อตอบรับเทรนด์ Green Construction ที่กำลังเป็นเงื่อนไขสำคัญในการแข่งขันและการขอสินเชื่อสีเขียว (Green Loan) โดยแสนสิริใช้นวัตกรรม Low Carbon Concrete และมีระบบ Concrete Recycling ที่ลดขยะจากการผลิตได้ถึง 98% ซึ่งสอดคล้องกับข้อกำหนดกรีนบิลดิ้ง และมาตรฐาน LEED/BREEAM รวมถึงการนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาใช้ เช่น BIM (Building Information Modeling) ซึ่งเป็นระบบจัดตารางการผลิตอัตโนมัติ และการวิเคราะห์ข้อมูล เพิ่มความแม่นยำและความเร็วในการผลิต ตลอดจนอยู่ระหว่างการทำ R&D ร่วมกับสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ในการพัฒนาพรีคาสท์เสริม "กราฟีน" (Graphene) เพื่อเพิ่มคุณสมบัติการเป็นฉนวนและการดูดซับความร้อน ซึ่งถือเป็นนวัตกรรมใหม่ที่จะยกระดับคุณภาพที่อยู่อาศัยในอนาคต

แสนสิริ พรีคาสท์ มีแผนขยายฐานลูกค้าหลักครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพฯ-ปริมณฑล และรุกสู่หัวเมืองใหญ่ที่มีการเติบโตของอุตสาหกรรมและอสังหาริมทรัพย์สูง อาทิ ชลบุรี พัทยา เชียงใหม่ และภูเก็ต เพื่อส่งมอบนวัตกรรมการก่อสร้างที่แม่นยำด้วยเทคโนโลยี Semi-Automated Carousel System จากเยอรมันด้วยอัตราการแก้ไขงาน (Reject Rate) ต่ำกว่า 0.5% มั่นใจว่าจะช่วยยกระดับมาตรฐานการก่อสร้างของไทยให้ก้าวสู่ระดับสากลและยั่งยืนตามเป้าหมาย Net Zero ในปี 2593 ของบริษัท

ธุรกิจพรีคาสท์หรือแผ่นคอนกรีตสำเร็จรูป มีความโดดเด่นในด้านการควบคุมคุณภาพได้ดีกว่า เนื่องจากผลิตในโรงงานที่มีมาตรฐานและการควบคุมที่เข้มงวด ทำให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพสม่ำเสมอ รวมถึงประหยัดเวลาในการก่อสร้าง เพราะสามารถผลิตชิ้นส่วนล่วงหน้าในขณะที่เตรียมพื้นที่ก่อสร้าง และนำไปติดตั้งได้ทันทีเมื่อต้องการ ควบคุมต้นทุนได้แม่นยำเนื่องจากกระบวนการผลิตเป็นระบบอุตสาหกรรม ทำให้คำนวณต้นทุนและวางแผนการทำงานได้ชัดเจน ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ก่อสร้าง เพราะมีเศษวัสดุและขยะจากการก่อสร้างน้อยกว่า

โดยผู้ที่ลงทะเบียนกับ Sansiri Precast Solution ในงานสถาปนิก ’69 ณ บูธ D103 อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ เมืองทองธานีวันที่ 28 เมษายน - 3 พฤษภาคม 2569 นี้ จะได้รับส่วนลดพิเศษ 5%

You can share this post!