“กระทรวงมหาสมุทรและประมงร่วมกับสหกรณ์การประมงแห่งชาติเกาหลี” ประสบความสำเร็จอย่างงดงามในการส่งบริษัทอาหารทะเลเกาหลีชั้นนำ เข้าร่วมงานประชุมธุรกิจ O2O ในประเทศไทย ประจำปี 2026
ข่าวประชาสัมพันธ์

“กระทรวงมหาสมุทรและประมงร่วมกับสหกรณ์การประมงแห่งชาติเกาหลี” ประสบความสำเร็จอย่างงดงามในการส่งบริษัทอาหารทะเลเกาหลีชั้นนำ เข้าร่วมงานประชุมธุรกิจ O2O ในประเทศไทย ประจำปี 2026

 

รัฐบาลเกาหลี (โดยกระทรวงมหาสมุทรและประมง) และสหกรณ์การประมงแห่งชาติเกาหลี องค์กรประมงที่ใหญ่ที่สุดของเกาหลี ประสบความสำเร็จอย่างงดงามในการจัดงานประชุมธุรกิจ The O2O Korean Seafood Business Meeting In Thailand 2026 ระหว่าง 30 มีนาคม - 1 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา ณ โรงแรมแกรนด์เซ็นเตอร์พอยต์ (Terminal 21) กรุงเทพฯ ซึ่งงานนี้จัดขึ้นเป็นปีที่ 8 โดยมีศูนย์ส่งเสริมการค้าอาหารทะเลเกาหลี ประจำกรุงเทพฯ เป็นผู้รับผิดชอบจัดงาน มีจุดมุ่งหมายเพื่อกระตุ้นการค้าผลิตภัณฑ์ประมงและเปิดโอกาสในการลงนามสัญญาส่งออกระหว่างไทย-เกาหลี และเปิดช่องทางสำหรับตลาดประมงแห่งใหม่

 

ภายในงานมีการจัดประชุมธุรกิจจับคู่แบบ 1 ต่อ 1 สำหรับสินค้าประมงส่งออกหลักจากเกาหลี โดยจัดให้มีการพบปะกันระหว่างผู้จัดจำหน่ายและผู้นำเข้าหลักในกรุงเทพฯ กว่า 40 ราย กับบริษัทผู้ส่งออกชั้นนำจากเกาหลีรวม 20 แห่ง ซึ่งประกอบด้วยบริษัทที่เข้าร่วมแบบออฟไลน์ 15 แห่ง เช่น บริษัทผู้ผลิตสาหร่ายทะเล, หอยเป๋าฮื้อ, และผลิตภัณฑ์แปรรูปจากอาหารทะเลอื่น ๆ และบริษัทที่เข้าร่วมแบบออนไลน์ 5 แห่ง เช่น บริษัทผู้ผลิตสาหร่ายทะเล, หอยนางรม

เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานร่วมกันระหว่างศูนย์ส่งเสริมการค้าอาหารทะเลเกาหลี ทั้ง 11 แห่งใน 8 ประเทศทั่วโลก และขยายช่องทางการส่งออกผลิตภัณฑ์ประมงของเกาหลี ในปีนี้จึงได้มีการจัดงานประชุมธุรกิจแบบต่อเนื่องที่ "ศูนย์ส่งเสริมการค้าอาหารทะเลเกาหลี ประจำกรุงเทพฯ และโฮจิมินห์" โดยระหว่างวันที่ 1 - 3 เมษายน 2569 ผู้ส่งออกที่ได้รับคัดเลือกกลุ่มเดียวกันนี้ ยังได้เข้าร่วมประชุมเจรจาธุรกิจกับผู้นำเข้าผลิตภัณฑ์ประมงในเวียดนาม รวมถึงได้รับบริการให้คำปรึกษาด้านทรัพย์สินทางปัญญาโดยผู้เชี่ยวชาญเพิ่มเติม ที่เมืองดานัง ประเทศเวียดนาม อีกด้วย

นอกจากนี้ ศูนย์ส่งเสริมการค้าอาหารทะเลเกาหลี ประจำกรุงเทพฯ ยังได้จัดสัมมนาการค้าสำหรับผู้ประกอบการมือใหม่ที่ต้องการส่งออกมายังไทย รวมถึงจัดการสำรวจตลาดแบบจำเพาะ โดยนำแต่ละบริษัทไปเยี่ยมชมร้านค้าปลีกขนาดใหญ่ในไทย พร้อมล่ามไทย-เกาหลี เพื่อศึกษาแนวโน้มผลิตภัณฑ์อาหาร ราคา บรรจุภัณฑ์ และข้อมูลที่จำเป็นต่อการส่งออก

เจ้าหน้าที่ศูนย์ส่งเสริมการค้าอาหารทะเลเกาหลี ประจำกรุงเทพฯ ภายใต้สหกรณ์การประมงแห่งชาติเกาหลี เปิดเผยว่า ในปีนี้มีการเจรจาทางการค้าทั้งแบบออนไลน์และออฟไลน์รวมทั้งสิ้น 190 ครั้ง (ออนไลน์ 33 ครั้ง ออฟไลน์ 157 ครั้ง) คิดเป็นมูลค่าการเจรจา 14.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยในจำนวนนี้สามารถบรรลุผลเป็นบันทึกข้อตกลง (MOU) และสัญญาการค้า รวมมูลค่า 5.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (MOU 9 ฉบับ มูลค่า 5.76 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และสัญญา 1 ฉบับ มูลค่า 5 แสนดอลลาร์สหรัฐ) สินค้าที่มีการลงนาม MOU ในครั้งนี้ ได้แก่ ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากอาหารทะเล ออมุก(ลูกชิ้นปลา) ปลาซาบะ และเกลือ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าความสนใจในวัตถุดิบอาหารเกาหลีในตลาด HoReCa ของไทยยังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

 

แบคกึมจู ประธานศูนย์ส่งเสริมการค้าอาหารทะเลเกาหลี ประจำกรุงเทพฯ กล่าวว่า “การประชุมธุรกิจในครั้งนี้ ได้ขยายช่องทางการตลาดด้วยการดึงดูดผู้ซื้อรายใหม่ และยังเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการได้เก็บข้อมูลเชิงลึกเพื่อวางกลยุทธ์การขายสำหรับสินค้าแต่ละชนิด ซึ่งจะเป็นพื้นฐานสำคัญในการผลิตสินค้าประมงเกาหลีคุณภาพสู่ตลาดในอนาคต” พร้อมเสริมว่า “ในอนาคต เราวางแผนที่จะยกระดับคุณภาพการเจรจาการค้า โดยให้ข้อมูลแนวโน้มตลาดที่มีคุณภาพสูง และสนับสนุนกิจกรรมส่งเสริมการขายเพื่อขยายตลาดสินค้าประมงเกาหลีในไทย รวมถึงพัฒนาตลาด HoReCa ให้เติบโตยิ่งขึ้น”

ผู้จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ประมงในประเทศไทยที่สนใจนำเข้าผลิตภัณฑ์ประมงเกาหลี สามารถเข้าเยี่ยมชมศูนย์ส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศประจำกรุงเทพ ฯ สหกรณ์ประมงแห่งชาติเกาหลี หรือติดต่อเพื่อเข้าร่วม หรือขอรับคำปรึกษาด้านการนำเข้าและส่งออกผลิตภัณฑ์ประมงเกาหลีหลากหลายชนิด ได้ทั้งทางอีเมล ([email protected]) และหมายเลขโทรศัพท์ (02-057-4030)

You can share this post!