บราเดอร์ฯ กางแผนเผชิญมรสุมเศรษฐกิจปี 69 หลังวิกฤติพลังงานฉุด GDP ไทยส่อเค้าดิ่งต่ำกว่า 1% กระทบต้นทุนโลจิสติกส์-วัตถุดิบเม็ดพลาสติกพุ่งพรวด ยันสต็อกเก่าประคองราคาได้อีก 1-2 เดือน พร้อมลั่นกลยุทธ์ "At Your Side, Every Side of Life" รุกตลาด SME และโซลูชัน AI เต็มสูบ และโซลูชันครบวงจร บุกตลาด SME หวังปั๊มยอดโตสวนกระแสตลาดเครื่องพิมพ์ที่หดตัวลง 5% โดยชูจุดแข็งงานบริการมาตรฐานสากลและผลิตภัณฑ์กลุ่ม Ink Tank ที่ยังขยายตัวได้ดี มั่นใจปิดปีงบประมาณด้วยเป้าหมายการเติบโตที่ 3% ท่ามกลางภาวะกำลังซื้อชะลอตัวหนัก

นายธีรวุธ ศุภพันธุ์ภิญโญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บราเดอร์ คอมเมอร์เชี่ยล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า จากวิกฤติพลังงานที่เกิดขึ้น ยอมรับว่ามีผลกระทบต่อต้นทุนอย่างแน่นอน โดยเฉพาะด้านโลจิสติกส์ ในส่วนของบริษัทฯ ยังได้รับผลกระทบไม่ถึง 20% ซึ่งยังสามารถรองรับได้ ทั้งนี้ต้องรอดูสถานการณ์ต่อไปว่าราคาน้ำมัน จะพุ่งสูงไปถึง ณ ที่จุดไหน
สำหรับความท้าทายในปี 2569 นี้ ยังคงเป็นในเรื่องน้ำมัน ส่งผลกระทบไปถึงวัตถุดิบสำคัญอย่างเม็ดพลาสติก ที่เป็นส่วนผสมของสินค้าต่างๆ แต่ขณะนี้บริษัทก็ยังมีสินค้าในสต็อกต้นทุนเก่าอยู่ได้อีกประมาณ 1-2 เดือน หลังจากนั้นจะต้องดูว่าต้นทุนใหม่จะปรับขึ้นมามากน้อยเพียงใด ซึ่งหากราคาน้ำมันยังปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในระยะยาว อาจจำเป็นต้องพิจารณาปรับราคาสินค้า แต่ปัจจุบันยังพยายามแบกรับภาระต้นทุนไว้ก่อน เพื่อไม่ให้กระทบผู้บริโภค
ด้านภาพรวมเศรษฐกิจไทยในปี 2569 มองว่ามีแนวโน้มชะลอตัวมากกว่าที่คาดการณ์ไว้เดิม โดยก่อนหน้านี้ประเมินว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) อาจต่ำกว่า 2% แต่สถานการณ์ปัจจุบันมีโอกาส ต่ำกว่า 1% สะท้อนแรงกดดันจากหลายปัจจัย ทั้ง ราคาพลังงานที่สูงขึ้น ต้นทุนการผลิตและโลจิสติกส์เพิ่ม และ กำลังซื้อผู้บริโภคที่อ่อนตัว ส่งผลให้ผู้บริโภคมีแนวโน้มรัดเข็มขัดมากขึ้น และชะลอการใช้จ่าย โดยเฉพาะสินค้าที่ไม่มีความจำเป็น
ขณะที่ภาพรวมตลาด เครื่องพิมพ์ (Printer)แม้ว่าไม่มีตัวเลขมูลค่าตลาดรวมที่ชัดเจน แต่แนวโน้มยังคงเติบโต โดยมีแรงขับเคลื่อนสำคัญจากการเติบโตของเทคโนโลยี AI รวมถึงสถานการณ์สินค้าอุปกรณ์บางประเภทขาดตลาด ส่งผลให้ราคาสินค้าปรับตัวสูงขึ้น
นายธีรวุธ กล่าวเพิ่มเติมถึง ทิศทางธุรกิจในปีงบประมาณ 2569 (เมษายน 2569-มีนาคม 2570) ว่า บริษัทได้วางแผนล่วงหน้าตั้งแต่เดือนธันวาคม 2568 โดยยืนยันว่า แม้จะมีปัจจัยลบจากเศรษฐกิจและราคาน้ำมัน ก็ยังไม่มีการปรับเป้าหมายทางธุรกิจแต่อย่างใดในช่วงตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา
โดยในปีงบประมาณ 2569 นี้ได้ตั้งเป้าการเติบโตที่ระดับ 3% แม้ว่าภาพรวมตลาดเครื่องพิมพ์ในปีที่ผ่านมา จะหดตัวเฉลี่ยประมาณ 5% แต่ในส่วนของบริษัทฯ กลับเติบโตได้สวนกระแสตลาด โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากกลุ่มเครื่องพิมพ์ Ink Tank ที่เติบโตประมาณ 5–6% ตลอดจนการเปิดตัวสินค้าใหม่ในกลุ่ม Ink Tank Series และ การขยายตลาดไปยังกลุ่มธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ทำให้ในภาพรวม บริษัทมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยประมาณ 3–4% ในปีที่ผ่านมา
สำหรับการปรับกลยุทธ์ในครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อยกระดับ “ประสบการณ์ของลูกค้า” ให้สอดคล้องกับรูปแบบการทำงานและการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไป ภายใต้แนวคิด “At Your Side, Every Side of Life” ที่บราเดอร์มุ่งเป็นส่วนหนึ่งในทุกบทบาทของชีวิต ตั้งแต่การทำงานไปจนถึงการใช้ชีวิตส่วนตัวและช่วงเวลาสำคัญกับครอบครัว
“เราไม่ได้มองเพียงแค่การขายสินค้า แต่ต้องการออกแบบโซลูชันที่ช่วยให้ลูกค้าทำงานได้ง่ายขึ้น ใช้ชีวิตได้คล่องตัวขึ้น และสามารถเปลี่ยนไอเดีย ความคิดสร้างสรรค์ หรือความชื่นชอบส่วนตัวให้กลายเป็นโอกาสใหม่ ๆ ได้ในทุกวัน" นายธีรวุธ กล่าว
ไม่ว่าจะเป็นการจัดการงานเอกสารสำหรับธุรกิจที่ทำงานหรือที่บ้าน การสร้างสรรค์งาน DIY หรือ passion project ที่ต่อยอดเป็นรายได้ ไปจนถึงผู้ประกอบการขนาดเล็กที่เริ่มต้นธุรกิจจากที่บ้าน บราเดอร์มุ่งพัฒนาโซลูชันที่เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตจริง ช่วยลดความซับซ้อนของขั้นตอน และทำให้ทุกอย่างจัดการได้ง่ายขึ้นในทุกช่วงเวลา ในขณะเดียวกัน ภายใต้บริบทของเศรษฐกิจที่มีความเชื่อมโยงระหว่างภาครัฐและเอกชนมากขึ้น บราเดอร์มองว่าหลากหลายอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็นการผลิต อาหาร หรือเฮลท์แคร์ ต่างต้องการโซลูชันที่ช่วยเพิ่มความคล่องตัว ลดความซับซ้อนของกระบวนการ และยกระดับประสิทธิภาพในการดำเนินงานในแต่ละวัน ซึ่งบราดอร์ สามารถเข้าไปสนับสนุนได้ผ่านโซลูชันที่ออกแบบจากการใช้งานจริง ทั้งในกลุ่มผู้ใช้งานทั่วไป ธุรกิจขนาดเล็ก ไปจนถึงงานอุตสาหกรรมบางประเภทที่ต้องการความแม่นยำและความต่อเนื่องในการทำงาน และสะท้อนบทบาทของบราเดอร์ในฐานะแบรนด์ที่อยู่เคียงข้างลูกค้าในทุกช่วงเวลาภายใต้แนวคิด “At Your Side” นายธีรวุธ กล่าว

นายกิตติพงศ์ กนกวิไลรัตน์ ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายขายและการตลาด บริษัท บราเดอร์ คอมเมอร์เชี่ยล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ในปีที่ผ่านมา บราเดอร์ยังคงเติบโตได้ตามเป้าหมาย โดยมีอัตราการเติบโตทั้งในกลุ่มเครื่องพิมพ์เลเซอร์และเครื่องพิมพ์อิงค์แทงค์ซึ่งสวนทางกับตลาดที่หดตัวลง สะท้อนถึงความต้องการของลูกค้าที่ขยายตัวทั้งในมิติของการทำงานและไลฟ์สไตล์ สำหรับปีนี้ บราเดอร์จะขับเคลื่อนกลยุทธ์ภายใต้แนวคิด “At Your Side, Every Side of Life” ผ่านการเข้าใจลูกค้าในแต่ละบทบาทของชีวิต มุ่งเน้นที่การเพิ่ม Customer Lifetime value เพื่อให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์การใช้ผลิตภัณฑ์ของบราเดอร์ในหลากหลายมิติ และออกแบบประสบการณ์ในทุกจุดสัมผัสให้เชื่อมโยงกันอย่างลงตัว
“บทบาทของทีมขายและการตลาด ไม่ใช่แค่การผลักดันยอดขาย แต่คือการทำให้ลูกค้าเห็นว่าโซลูชันของบราเดอร์สามารถเข้าไปอยู่ในชีวิตและธุรกิจของเขาได้จริง”นายกิตติพงษ์ กล่าว

ภายใต้แนวคิดดังกล่าว บราเดอร์ได้นำโซลูชันจากกลุ่มผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ มาต่อยอดให้ตอบโจทย์การใช้งานในหลากหลายบทบาทของชีวิต ไม่ว่าจะเป็น Home ที่ช่วยให้การจัดการเอกสารและงานในครอบครัวเป็นเรื่องง่ายขึ้น รวมถึงการจัดระเบียบบ้านและงาน DIY ได้อย่างสะดวกยิ่งขึ้น ในมิติของ Work บราเดอร์ช่วยให้การทำงานในองค์กรเป็นไปอย่างราบรื่น ตั้งแต่งานพิมพ์ปริมาณมาก การจัดการเอกสารในรูปแบบดิจิทัล ไปจนถึงงานเอกสารขนาดใหญ่ โดยยังคงคุณภาพและความต่อเนื่องในการใช้งาน ซึ่งสะท้อนถึงความเชื่อมั่นของลูกค้าในกลุ่มเครื่องพิมพ์เลเซอร์ขาวดำและเครื่องพิมพ์ A3 พร้อมกันนี้โซลูชันในกลุ่ม Non-Print อย่างเครื่องพิมพ์ฉลาก จักรเย็บผ้า และเครื่องพิมพ์สิ่งทอ ช่วยให้การจัดการงานและการสร้างสรรค์เป็นเรื่องง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการติดป้ายทรัพย์สิน การจัดระเบียบสายสัญญาณ (cable management) การใช้งานในกระบวนการผลิต (production line / PLC) หรือการใช้งานเฉพาะทาง เช่น ในโรงพยาบาล โดยช่วยให้งานแม่นยำขึ้น เร็วขึ้น และจัดการได้ง่ายขึ้น ไปจนถึง Creativity และ Passion ที่ลูกค้าสามารถต่อยอดไอเดียหรือสิ่งที่ชื่นชอบให้กลายเป็นรายได้จริง ผ่านการสร้างสรรค์ผลงานและการพัฒนาสินค้าของตนเอง
โดยบราเดอร์มุ่งผสานสินค้า โซลูชัน และบริการเข้าไว้ด้วยกัน เพื่อให้ทุกบทบาทของชีวิตเชื่อมต่อกันได้อย่างลงตัวภายใต้ประสบการณ์เดียวกัน ควบคู่กับการทำงานร่วมกับพันธมิตรทั่วประเทศ เพื่อขยายการเข้าถึงลูกค้า และยกระดับมาตรฐานการขายและบริการให้มีความสอดคล้องกันในทุกช่องทาง เพื่อผลักดันการเติบโตในปี FY2026 อย่างต่อเนื่อง
“เราต้องการให้ลูกค้ารู้สึกได้ว่าบราเดอร์อยู่เคียงข้างเขาจริง ๆ ในทุกช่วงของการใช้งานและการใช้ชีวิต” นายกิตติพงศ์ กล่าว

นางสาวรัสสิญากร ตัณฑวณิชย์ ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายบริการลูกค้า บริษัท บราเดอร์ คอมเมอร์เชี่ยล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวถึงแนวทางการต่อยอดคุณภาพการให้บริการ ว่า บราเดอร์ให้ความสำคัญกับการพัฒนาประสบการณ์บริการที่ตรงตามความต้องการของลูกค้าช่วยให้ลูกค้าได้รับความสะดวกในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การเข้าถึงบริการก่อนและหลังการขายที่สะดวกรวดเร็ว การได้รับคำแนะนำที่ชัดเจน ไปจนถึงการแก้ไขปัญหารวดเร็วและตรงตามความต้องการด้วยระบบบริการที่มีมาตราฐานที่ครอบคลุมศูนย์บริการทั่วประเทศ พร้อมนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยให้การให้บริการมีความสะดวกรวดเร็วและแม่นยำมากยิ่งขึ้น รวมถึงการพัฒนาองค์ความรู้ทักษะของทีมงานและศูนย์บริการแต่งตั้ง เพื่อให้สามารถดูแลลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพในทุกสถานการณ์
“ช่วง 2025-2027 บราเดอร์ได้พัฒนาและนำแนวคิด CoSE (Center of Service Excellence) มาใช้เพื่อยกระดับประสบการณ์ของลูกค้าในทุกจุดสัมผัสให้มั่นใจได้ว่าทุกปัญหาจะได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่อง สอดรับกับแนวคิด ‘At Your Side”นางสาวรัสสิญากร กล่าว
ทั้งนี้บราเดอร์ยึดมั่นในการอยู่เคียงข้างลูกค้าในทุกช่วงเวลา เพราะเราให้ความสำคัญกับการดูแลลูกค้าในระยะยาว ผ่านบริการที่ช่วยยืดอายุการใช้งานของผลิตภัณฑ์ ลดความจำเป็นในการเปลี่ยนอุปกรณ์ และช่วยควบคุมค่าใช้จ่าย ซึ่งสะท้อนแนวคิดการดำเนินธุรกิจที่ดูแลทั้งการใช้งานของลูกค้าและความยั่งยืนไปพร้อมกัน โดยต้องการให้ทุกบริการของบราเดอร์เป็นมากกว่าการแก้ไขปัญหา แต่เป็นประสบการณ์ที่ช่วยให้ลูกค้าทำงานได้ต่อเนื่อง ซึ่งบราเดอร์ยืนยันคุณภาพงานบริการด้วยการรับรองมาตรฐานสากล ISO 18295-1:2017 สำหรับศูนย์บริการลูกค้า และรางวัล Call Center ดีเด่นจากสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) สะท้อนถึงคุณภาพการบริการที่ได้รับการยอมรับ และตอกย้ำบทบาทของบราเดอร์ในฐานะแบรนด์ที่อยู่เคียงข้างลูกค้าทุกช่วงเวลาในการใช้งานสินค้าและบริการของบราเดอร์

นายพรภัค อุไพศิลป์สถาพร ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายการเงินและการบริหาร บริษัท บราเดอร์ คอมเมอร์เชี่ยล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า เทคโนโลยี AI จะถูกนำเข้ามาใช้ในทุกส่วนงาน ช่วยลดความซับซ้อนของขั้นตอนการทำงานภายใน และช่วยให้ทีมสามารถใช้เวลาไปกับงานที่สร้างคุณค่าได้มากขึ้น พร้อมกันนี้ บราเดอร์ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะของบุคลากรอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถทำงานร่วมกับเทคโนโลยีได้อย่างเต็มศักยภาพ ขณะเดียวกัน บราเดอร์ให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจอย่างโปร่งใสและรับผิดชอบ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าและพันธมิตรในระยะยาว โดยยึดหลักการทำงานที่ผสานทั้งความรวดเร็ว ความรับผิดชอบ และความไว้วางใจเข้าด้วยกัน เพื่อให้ทุกการเติบโตเกิดขึ้นบนพื้นฐานที่แข็งแรงและยั่งยืน
“การเติบโตที่แท้จริง ต้องขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีควบคู่ความรับผิดชอบ เพื่อดูแลทั้งธุรกิจ สังคม และคุณภาพชีวิตไปพร้อมกัน โดยบราเดอร์ ยังสานต่อการมอบสิ่งดี ๆ คืนกลับสู่สังคมและสิ่งแวดล้อมผ่านกิจกรรม CSR อย่างต่อเนื่อง ทั้งการดูแลทรัพยากรธรรมชาติ การทำงานร่วมกับชุมชน และการสนับสนุนด้านสุขภาพ ซึ่งล้วนสะท้อนแนวคิดการเติบโตที่ดูแลทั้งธุรกิจ สังคม และคุณภาพชีวิตไปพร้อมกัน เพราะบราเดอร์เชื่อว่าความยั่งยืนคือรากฐานของคุณค่าระยะยาวที่ส่งต่อสู่ทุกภาคส่วน โดยมุ่งสนับสนุนให้ลูกค้าดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง เสริมความมั่นใจในทุกก้าวของการใช้ชีวิต ให้พร้อมเติบโตเคียงข้างบราเดอร์อย่างมั่นคงในทุกช่วงเวลาสอดคล้องกับแนวคิด ‘At Your Side’ ” นายพรภัค กล่าว
บราเดอร์เชื่อว่าการพัฒนาโซลูชัน เทคโนโลยี และการบริการที่เข้าใจการใช้งานจริง จะช่วยให้ผู้คนสามารถทำงานได้สะดวกมากขึ้น จัดการธุรกิจได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และใช้ชีวิตในแต่ละวันได้อย่างคล่องตัวและมั่นใจยิ่งขึ้น ควบคู่กับแนวทางการดำเนินธุรกิจที่ใส่ใจทั้งคุณภาพการใช้งานและความยั่งยืนในระยะยาว ทั้งหมดนี้สะท้อนถึงทิศทางของบราเดอร์ในปีงบประมาณ 2026 ภายใต้แนวคิด “At Your Side, Every Side of Life” ที่มุ่งเป็นส่วนหนึ่งของทุกช่วงเวลาสำคัญ และพร้อมอยู่เคียงข้างและสนับสนุนให้ทุกก้าวของชีวิตเดินไปข้างหน้าได้อย่างเต็มศักยภาพ