กรมธุรกิจพลังงาน (ธพ.) เดินหน้าคุมเข้มสถานการณ์น้ำมันทั่วประเทศ รับมือความผันผวนจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง พร้อม “ลงดาบ” ผู้ค้าน้ำมันที่ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งภาครัฐ โดยเฉพาะการไม่รายงานข้อมูลการค้าและราคา
นายสราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน เปิดเผยว่า ได้ยกระดับมาตรการกำกับดูแลผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 และมาตรา 10 ให้เร่งบริหารจัดการสต็อกและกระจายน้ำมันอย่างทั่วถึง พร้อมกำหนดให้ รายงานข้อมูลการค้าและราคาน้ำมันต่อรัฐ “ทุกวัน” ภายในเวลา 18.00 น. เพื่อความโปร่งใสและป้องกันการกักตุน
ดีมานด์พุ่งผิดปกติ ดึงสต๊อกมาใช้
จากข้อมูลพบว่า
• ช่วงปกติ (ม.ค. 2569)
• ผลิตดีเซล: ~76 ล้านลิตร/วัน
• ใช้จริง: ~67 ล้านลิตร/วัน
• ปัจจุบัน (มี.ค. 2569)
• ผลิตเพิ่ม: ~80 ล้านลิตร/วัน
• ใช้พุ่ง: ~84 ล้านลิตร/วัน (บางวันทะลุ 100 ล้านลิตร)
ส่งผลให้ต้องนำสต๊อกน้ำมันสำรองออกมาใช้ เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
รัฐปลดล็อกสต๊อก เพิ่มน้ำมันเข้าระบบ
รัฐบาลได้สั่ง คงระดับสำรองน้ำมันไว้ที่ 1% (จากแผนเดิมที่จะเพิ่มเป็น 1.5% และ 3%) เพื่อเร่งให้น้ำมันเข้าสู่ระบบเร็วขึ้น ลดปัญหาน้ำมันขาดช่วงในบางพื้นที่
คุมเข้มโปร่งใส – ไม่รายงาน “ผิดกฎหมาย”
มาตรการสำคัญ ได้แก่
• ผู้ค้าน้ำมันต้อง ติดประกาศราคาหน้าสถานี ชัดเจน
• ต้อง รายงานข้อมูลรายวัน ต่อ ธพ.
• หากฝ่าฝืน → มีความผิดและถูกดำเนินคดีทันที
ห้ามปฏิเสธกลุ่มจำเป็น
ธพ. ยังออกคำสั่งห้ามสถานีบริการน้ำมันปฏิเสธการขายให้กับกลุ่มสำคัญ เช่น
• รถพยาบาล
• รถดับเพลิง
• หน่วยงานรัฐ
• เกษตรกร และอาชีพจำเป็น
เพื่อให้ “ระบบประเทศ” ยังเดินต่อได้ในภาวะวิกฤต
⸻
สถานการณ์นี้ไม่ใช่แค่เรื่องน้ำมันแพง…แต่คือ “เกมบริหารสมดุล” ระหว่างของที่มี กับความต้องการที่พุ่งขึ้นแบบควบคุมยาก
และสิ่งที่รัฐกำลังทำ คือ “ปิดช่องโหว่” ไม่ให้ใครฉวยโอกาสในช่วงเวลานี้