“BPP” เร่งเครื่อง “Power+” ลุยแพลตฟอร์มไฟฟ้าระดับโลก รับดีมานด์ AI พุ่ง ปลื้ม! กำไรปี 68 โตแรง 73% แตะ 3,026 ล้าน
พลังงาน-อุตสาหกรรม

“BPP” เร่งเครื่อง “Power+” ลุยแพลตฟอร์มไฟฟ้าระดับโลก รับดีมานด์ AI พุ่ง ปลื้ม! กำไรปี 68 โตแรง 73% แตะ 3,026 ล้าน

บริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BPP ประกาศเดินหน้าปรับโครงสร้างธุรกิจสู่กลุ่มธุรกิจ “Power+” ของกลุ่มบ้านปู มุ่งพัฒนาแพลตฟอร์มธุรกิจไฟฟ้าเต็มรูปแบบ (Power Pure-play Platform) ครอบคลุมห่วงโซ่ธุรกิจไฟฟ้าครบวงจรทั้งต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและสหรัฐอเมริกา เพื่อรองรับความต้องการใช้พลังงานระดับ Utility-scale ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะจากอุตสาหกรรมดาต้าเซ็นเตอร์และเทคโนโลยี AI

พร้อมกันนี้ บริษัทประกาศผลการดำเนินงานปี 2568 เติบโตแข็งแกร่ง มีกำไรสุทธิ 3,026 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 73% จากปีก่อน และมีกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) รวม 8,268 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12% สะท้อนศักยภาพการบริหารจัดการสินทรัพย์และการดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการลดการปล่อยคาร์บอน

นายอิศรา นิโรภาส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร BPP กล่าวว่า แนวโน้มความต้องการพลังงานทั่วโลกกำลังขยายตัวอย่างก้าวกระโดด โดยเฉพาะในตลาด ERCOT ของสหรัฐฯ ที่การใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นถึง 14% ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569 ซึ่งมีธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ และคาดว่าความต้องการพลังงานจากภาคส่วนนี้จะเพิ่มขึ้นถึง 5 เท่าภายในปี 2578

ดังนั้น การยกระดับ BPP สู่ธุรกิจ “Power+” จึงเป็นการปรับโครงสร้างเพื่อรองรับความต้องการพลังงานขนาดใหญ่ในระดับ Utility-scale พร้อมเสริมความแข็งแกร่งทางการเงินผ่านการจำหน่ายสิทธิการลงทุนบางส่วนใน BKV-BPP ซึ่งดำเนินธุรกิจโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ Temple I และ II ในสหรัฐฯ เพื่อเปิดโอกาสในการขยายการลงทุนโครงการพลังงานใหม่ โดยเฉพาะระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (Battery Energy Storage System: BESS) โครงการ Megamouth ในรัฐเท็กซัส ซึ่งถือเป็นโครงการ BESS แห่งแรกของบริษัทในสหรัฐฯ

สำหรับไฮไลต์การดำเนินธุรกิจตามห่วงโซ่คุณค่าพลังงานของ BPP ครอบคลุมทั้ง 3 ด้านสำคัญ ได้แก่

ด้านการผลิตไฟฟ้า (Generation) โรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วมในจีนยังคงสร้างผลกำไรต่อเนื่องจากการบริหารต้นทุนเชื้อเพลิงอย่างมีประสิทธิภาพ โดยโครงการ Biomass Co-firing ที่โรงไฟฟ้าเจิ้งติ้งเริ่มเดินเครื่องเชิงพาณิชย์แล้ว ขณะที่โรงไฟฟ้า HPC ใน สปป.ลาว และ BLCP ในไทยยังคงรักษาค่าความพร้อมจ่ายไฟในระดับสูงที่ 85% และ 89% ตามลำดับ นอกจากนี้ โรงไฟฟ้าโซลาร์พร้อมระบบกักเก็บพลังงาน Jinhu Qianfeng ในจีน คาดว่าจะเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ในไตรมาส 3 ปี 2569

ด้านการกักเก็บพลังงาน (Storage) บริษัทขยายพอร์ตโฟลิโอ BESS ในหลายประเทศ โดยโครงการ Megamouth ในสหรัฐฯ มีกำลังผลิต 100 เมกะวัตต์ ความจุพลังงาน 200 เมกะวัตต์ชั่วโมง คาดว่าจะเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ในปี 2570 ขณะที่โครงการ Iwate Tono ในญี่ปุ่นได้เริ่มดำเนินการแล้วตั้งแต่ไตรมาส 2 ปี 2568 และยังมีโครงการเพิ่มเติมในญี่ปุ่นที่อยู่ระหว่างการพัฒนา

ด้านการซื้อขายพลังงาน (Energy Trading) BPP มีกำลังการขายไฟฟ้าในญี่ปุ่นรวม 6,593 กิกะวัตต์ชั่วโมง จากลูกค้าภาครัฐและเอกชนกว่า 2,000 ราย พร้อมขยายธุรกิจ Power Trading ในสหรัฐฯ ผ่านตลาด ERCOT โดยใช้แพลตฟอร์ม Intercontinental Exchange (ICE) เพื่อสร้างผลตอบแทนจากการซื้อขายสัญญาล่วงหน้า

นอกจากนี้ บริษัทเดินหน้ากลยุทธ์ลดการปล่อยคาร์บอนผ่านโครงการดักจับและกักเก็บคาร์บอน (CCS) โครงการ Cotton Cove ในสหรัฐฯ ซึ่งคาดว่าจะเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 โดยมีศักยภาพกักเก็บคาร์บอนเฉลี่ย 32,000 เมตริกตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี

ในด้านโครงสร้างองค์กร บริษัทเตรียมเดินหน้ากระบวนการควบบริษัทกับบ้านปู หลังที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นมีมติอนุมัติ โดยคาดว่าจะเริ่มกระบวนการรับซื้อหุ้นจากผู้ถือหุ้นที่คัดค้านภายในไตรมาส 2 ปี 2569 และดำเนินการควบบริษัทพร้อมนำหุ้นของบริษัทใหม่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในไตรมาส 3 ปีเดียวกัน

ทั้งนี้ BPP ในฐานะกลุ่มธุรกิจ “Power+” ของบ้านปู วางโรดแมปขับเคลื่อนธุรกิจสู่แพลตฟอร์มไฟฟ้าเต็มรูปแบบระดับสากล โดยผสานการดำเนินงานของโรงไฟฟ้าพลังงานพื้นฐาน พลังงานหมุนเวียน ระบบกักเก็บพลังงาน และธุรกิจซื้อขายพลังงาน เพื่อเสริมศักยภาพการแข่งขันในตลาดพลังงานโลก พร้อมส่งมอบพลังงานที่มีเสถียรภาพตลอด 24 ชั่วโมงให้แก่ลูกค้าในกลุ่ม B2B และ B2G ในระยะยาว

You can share this post!