เงินบาท"แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย" เปิดเช้านี้ 30.98 บาท/ดอลลาร์
เศรษฐกิจ

เงินบาท"แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย" เปิดเช้านี้ 30.98 บาท/ดอลลาร์

ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 30.98 บาท/ดอลลาร์ "แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย" กรุงไทยคาดในช่วง 24 ชั่วโมง จะอยู่ที่ระดับ 30.85-31.05 บาท/ดอลลาร์ รอลุ้นรายงานเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ

นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 30.98 บาท/ดอลลาร์ "แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย" จากระดับปิดของวันที่ผ่านมา ณ ระดับ 31.04 บาท/ดอลลาร์

โดยนับตั้งแต่ช่วงคืนที่ผ่านมา เงินบาท (USDTHB) ทยอยแข็งค่าขึ้นเล็กน้อย ในลักษณะ Sideways Down โดยเงินบาทยังไม่สามารถแข็งค่าขึ้นต่อเนื่องทะลุโซนแนวรับสำคัญ 31.00 บาท/ดอลลาร์ ได้อย่างชัดเจน (แกว่งตัวในกรอบ 30.95-31.05 บาท/ดอลลาร์) แม้จะได้แรงหนุนฝั่งแข็งค่า ตามการปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องของราคาทองคำ (XAUUSD) ที่ปรับตัวขึ้นทดสอบโซน 5,200 ดอลลาร์/ออนซ์ ในช่วงเช้าของตลาดการเงินเอเชีย ท่ามกลางความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าของสหรัฐฯ ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ จากความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านที่ยังร้อนแรงอยู่ และแรงซื้อจากฝั่งผู้เล่นในตลาดจีน หลังจบช่วงวันหยุดยาวเทศกาลตรุษจีน ทว่า การแข็งค่าขึ้นของเงินบาทได้ถูกชะลอลงบ้าง ตามการรีบาวด์แข็งค่าขึ้นของเงินดอลลาร์ ที่ได้อานิสงส์จากภาวะปิดรับความเสี่ยงของตลาดการเงินโดยรวม ขณะเดียวกัน บรรดาผู้เล่นในตลาดต่างรอลุ้น รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ และถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่ FED เพิ่มเติม ก่อนจะปรับมุมมองต่อแนวโน้มดอกเบี้ย FED อย่างมีนัยสำคัญ

สำหรับในช่วง 24 ชั่วโมงหลังจากนี้ ผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้น รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ อาทิ ยอดการจ้างงานภาคเอกชนรายสัปดาห์ โดย ADP รวมถึงดัชนีภาคธุรกิจจากบรรดา FED สาขาต่างๆ พร้อมทั้งรอติดตาม ถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่ FED เพื่อประกอบการประเมินแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินของ FED

ส่วนทางฝั่งยุโรป ผู้เล่นในตลาดจะรอติดตามถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) และธนาคารกลางยุโรป (ECB) เพื่อประกอบการประเมินแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินของทั้งสองธนาคารกลางหลัก โดยล่าสุด ผู้เล่นในตลาดต่างมองว่า BOE อาจลดดอกเบี้ยได้ 2 ครั้ง ในปีนี้ ขณะที่ ECB มีโอกาสเพียง 32% ที่จะลดดอกเบี้ยเพิ่มเติมอีก 1 ครั้ง 25bps

และนอกเหนือจากปัจจัยข้างต้น บรรดาผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้นรายงานผลประกอบการของบรรดาบริษัทจดทะเบียน พร้อมทั้ง คอยติดตามพัฒนาการของความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ ทั้ง สถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน (ความเสี่ยงยังต่ำอยู่ DOUGHCON 4 จาก 5 ระดับ https://www.pizzint.watch/ ) และ พัฒนาการของเจรจาเพื่อยุติสงครามรัสเซีย-ยูเครน

สำหรับ แนวโน้มของค่าเงินบาท เราประเมินว่า เงินบาท (USDTHB) อาจยังคงเคลื่อนไหวในกรอบ Sideways แม้ว่า เงินบาทจะแรงหนุนฝั่งแข็งค่าจากการปรับตัวขึ้นต่อเนื่องของราคาทองคำ แต่แรงหนุนดังกล่าวอาจแปรเปลี่ยนเป็นแรงกดดันต่อเงินบาทได้ไม่ยาก หากสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน มีแนวโน้มทยอยคลี่คลายลง กดดันให้ ราคาทองคำชะลอการปรับตัวขึ้น หรืออาจย่อตัวลงได้บ้าง นอกจากนี้ ภาวะปิดรับความเสี่ยงของตลาดการเงินอาจส่งผลกระทบต่อแรงซื้อสินทรัพย์ไทยจากบรรดานักลงทุนต่างชาติได้บ้าง ทำให้ เงินบาทอาจยังไม่สามารถแข็งค่าขึ้นต่อเนื่อง ทะลุโซนแนวรับสำคัญ 31.00 บาทต่อดอลลาร์ ไปได้ไกล

อย่างไรก็ตาม เรามองว่า เงินบาทอาจแข็งค่าขึ้นต่อได้ หากเงินดอลลาร์พลิกกลับมาอ่อนค่าลง ในกรณีที่ผู้เล่นในตลาดปรับเพิ่มความคาดหวังต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของ FED เพิ่มเติม (ล่าสุด ผู้เล่นในตลาดให้โอกาสราว 34% ที่ FED จะลดดอกเบี้ย 3 ครั้ง ในปีนี้) ซึ่งภาพดังกล่าวจะเกิดขึ้นได้ หากรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ล้วนออกมาแย่กว่าคาด หรือมีประเด็นบางอย่างเกิดขึ้น เช่น ปัญหา Private Credit ทวีความรุนแรงและเสี่ยงลุกลามบานปลาย (ปัจจุบัน เรายังไม่เห็นโอกาสเกิดภาพดังกล่าวมากนัก) นอกจากนี้ ความกังวลต่อความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าของสหรัฐฯ ที่อาจสูงขึ้น จะเป็นอีกปัจจัยที่กดดันเงินดอลลาร์ได้ ทว่า เรามองว่า ภาพดังกล่าวอาจยังไม่เกิดขึ้น เนื่องจากทางการสหรัฐฯ อาจใช้เวลา 150 วัน ที่มีการใช้มาตรา 122 ขึ้นภาษีนำเข้า เพื่อสอบสวน หาแนวทางใช้มาตราอื่นๆ เช่น 232 และ 301 ในการขึ้นภาษีนำเข้าเพิ่มเติม ทำให้ความวุ่นวายของนโยบายการค้าของสหรัฐฯ อาจกลับมาอีกครั้งในช่วงดังกล่าว

ในเบื้องต้นเราคงประเมินว่า แม้เงินบาทจะแข็งค่าขึ้นบ้าง แต่การแข็งค่ามีแนวโน้มเป็นไปอย่างจำกัด แต่หากเงินบาทแข็งค่าขึ้นต่อเนื่องจริง เราขอย้ำมุมมองเดิมว่า การแข็งค่าขึ้นของเงินบาทสู่โซน 30.50-30.75 บาทต่อดอลลาร์ จะเป็นการแข็งค่าขึ้นเกินปัจจัยพื้นฐานไปมาก (Overvalued) จากการประเมิน Fair Value ของเงินบาทที่เรามองแถวโซน 33-34 บาทต่อดอลลาร์ ทำให้การแข็งค่าขึ้นของเงินบาทดังกล่าว หากเกิดขึ้นจริง เป็นจังหวะที่น่าสนใจในการทยอยซื้อเงินดอลลาร์และบรรดาสกุลเงินต่างประเทศ (xTHB pairs)

เราประเมินว่า ความผันผวนของเงินบาทเสี่ยงที่จะสูงขึ้นและอย่างน้อยก็อยู่ในระดับสูงกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตที่ผ่านมา ท่ามกลาง ความไม่แน่นอนของการปรับเปลี่ยนมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มดอกเบี้ย FED รวมถึงบรรดาธนาคารกลางหลักต่างๆ ประเด็นการเมืองสหรัฐฯ ในปีที่จะมีการเลือกตั้ง Midterm Election ซึ่งต้องจับตาแนวโน้มการดำเนินนโยบายการค้าของสหรัฐฯ และการพิจารณาคดีมาตรการภาษีนำเข้า (ในประเด็นการคืนภาษี IEEPA) รวมถึงประเด็นความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ ทำให้เรามองว่า ผู้เล่นในตลาดควรใช้กลยุทธ์ Options หรือพิจารณาใช้สกุลเงินท้องถิ่น (Local Currencies) เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน

มองกรอบเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมง คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 30.85-31.05 บาท/ดอลลาร์

You can share this post!