TARC จัดประชุมความปลอดภัยทางถนน ครั้งที่ 3 ชูแนวคิด “พัฒนาสังคม-โครงสร้างพื้นฐาน” ลดอุบัติเหตุอย่างยั่งยืน ดึงผู้เชี่ยวชาญไทย–ญี่ปุ่น–ภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ ร่วมถกมาตรการวิศวกรรมลดความเร็ว ลดความรุนแรงอุบัติเหตุ
วันนี้ (11 ก.พ. 2569) เวลา 09.30 น. ที่ห้อง Phayathai 4 ชั้น 6 โรงแรมอีสติน แกรนด์ พญาไท ศูนย์วิจัยอุบัติเหตุแห่งประเทศไทย (Thailand Accident Research Center: TARC) จัดการประชุมด้านความปลอดภัยทางถนน ครั้งที่ 3 ภายใต้หัวข้อ “การพัฒนาสังคมและโครงสร้างพื้นฐานเพื่อลดอุบัติเหตุทางถนน”
โดยมี ดร.ปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดีกรมทางหลวง เป็นประธานเปิดงาน พร้อมผู้บริหารจากกรมทางหลวง หน่วยงานภาครัฐ องค์กรด้านอุบัติเหตุ และสื่อมวลชนเข้าร่วมอย่างคับคั่ง
ดร.ปิยพงษ์ กล่าวว่า อุบัติเหตุทางถนนยังเป็นความท้าทายสำคัญของประเทศ กระทบทั้งชีวิต ทรัพย์สิน และเศรษฐกิจโดยรวม การแก้ปัญหาจึงต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ไม่ใช่เพียงมาตรการใดมาตรการหนึ่ง โดยเฉพาะการออกแบบระบบคมนาคมที่คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้ใช้ถนนทุกกลุ่ม ควบคู่การใช้ข้อมูลและงานวิจัยสนับสนุนการกำหนดนโยบาย
กรมทางหลวงในฐานะหน่วยงานโครงสร้างพื้นฐาน ได้เร่งยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย นำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้ในการออกแบบ ก่อสร้าง และปรับปรุงจุดเสี่ยงอันตราย พร้อมบูรณาการทำงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง
ดึงผู้เชี่ยวชาญนานาชาติ แชร์ประสบการณ์
ภายในงานมีการบรรยายจากผู้เชี่ยวชาญทั้งในและต่างประเทศ อาทิ
- Prof. Akinori Morimoto จากมหาวิทยาลัยวาเซดะ ประเทศญี่ปุ่น ถ่ายทอดแนวทางสู่สังคมความปลอดภัยทางถนนของญี่ปุ่น
- ผู้แทนกรมทางหลวงชนบท นำเสนอการพัฒนาและปรับปรุงถนนชนบทเพื่อยกระดับความปลอดภัย
- Mitsubishi Motors Corporation สะท้อนมุมมองผู้ผลิตยานยนต์ต่อโครงสร้างพื้นฐาน
- ผอ. TARC นำเสนอนวัตกรรมวิเคราะห์พื้นที่เสี่ยงอุบัติเหตุสูง
นอกจากนี้ ยังมีเวทีอภิปรายหัวข้อ “มาตรการทางวิศวกรรมเพื่อลดความเร็วและบรรเทาความรุนแรงของอุบัติเหตุ” โดยผู้แทนจากกรมทางหลวง, ThaiRAP, มูลนิธิไทยโรดส์ และภาคเอกชน เพื่อแลกเปลี่ยนแนวทางขยายผลมาตรการด้านความปลอดภัยให้เกิดผลในวงกว้าง
เป้าหมายสู่ถนนไทยที่ปลอดภัยยั่งยืน
การประชุมครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการบูรณาการองค์ความรู้ งานวิจัย และประสบการณ์จากทั้งในและต่างประเทศ เพื่อนำไปสู่การกำหนดมาตรการลดอุบัติเหตุทางถนนอย่างเป็นรูปธรรม
โดยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่ปลอดภัย ควบคู่การสร้างวัฒนธรรมการใช้ถนนอย่างรับผิดชอบ เพื่อลดการสูญเสีย และยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนในระยะยาว