“Block Mountain” อีเวนต์ใหญ่ หมุดหมายของวงการดิจิทัลไทย ประกาศจัดงานครั้งที่ 8 อย่างยิ่งใหญ่ ณ จังหวัดเชียงใหม่ ระหว่างวันที่ 22–25 ม.ค. 2026 พร้อมธีมหลัก “Spark the Layer – จุดประกายอนาคตในทุกเลเยอร์”
ข่าวประชาสัมพันธ์

“Block Mountain” อีเวนต์ใหญ่ หมุดหมายของวงการดิจิทัลไทย ประกาศจัดงานครั้งที่ 8 อย่างยิ่งใหญ่ ณ จังหวัดเชียงใหม่ ระหว่างวันที่ 22–25 ม.ค. 2026 พร้อมธีมหลัก “Spark the Layer – จุดประกายอนาคตในทุกเลเยอร์”

เทศกาลนวัตกรรมดิจิทัลที่เติบโตมาพร้อมกับคอมมูนิตี้สายบล็อกเชนและเทคโนโลยีของไทยมาตั้งแต่ปี 2019 ประกาศกลับมาจัดงานปีที่ 8 อย่างเต็มรูปแบบในปี 2026 โดยครั้งนี้จัดขึ้นตลอด 4 วันเต็ม วันที่ 22–25 มกราคม ณ V Community จังหวัดเชียงใหม่ ในบรรยากาศแบบคราฟต์แคมป์” (Craft Camp) ที่เปิดพื้นที่กลางสวนสาธารณะริมทะเลสาบ มหาวิทยาลัย พายัพ ให้ผู้คนจากหลายคอมมูนิตี้มาพบปะ พูดคุย สร้างเครือข่าย และร่วมกันจุดประกายไอเดียใหม่ ๆ

Block Mountain 2026 ถือเป็นการยกระดับจากงานสัมมนาด้านบล็อกเชน ไปสู่ ศูนย์กลางคอมมูนิตี้ดิจิตัล” (Digital Community Hub) ที่รวมผู้สร้างนวัตกรรมทุกสาย ตั้งแต่ Bitcoin, ฺBlockchain , Web3, AI, Digital Asset, Digital & Innovation Economy ไปจนถึงภาคธุรกิจและหน่วยงานรัฐ โดยปีนี้ยังคงเปิดให้เข้าร่วมฟรีในช่วงกลางวัน และมีบัตร Supporter สำหรับการบริการอาหารและเครื่องดื่ม  https://www.eventpop.me/e/95683/https-blockmountaincnx-com

4 วัน 4 ธีมครอบคลุมทุกมิติของนวัตกรรมดิจิทัล

เนื้อหาในปีนี้ถูกจัดอย่างเป็นระบบด้วยธีมที่ชัดเจนตลอดทั้ง 4 วัน เพื่อสะท้อนภูมิทัศน์เทคโนโลยีที่กำลังเปลี่ยนเร็วและต่อเนื่อง

22 ม.ค. – City Connext & Explore Day

วันแรกเน้นความสัมพันธ์ระหว่างเมือง–เทคโนโลยี–เศรษฐกิจดิจิทัล ผ่านหัวข้อ City Innovation, Digital Infrastructure Ai และ iot  Digital tech อื่นๆ ก่อนจะเข้าสู่ช่วงบ่ายด้วยกิจกรรม Web3 Gamification, NFT และ Board Game ที่เชื่อมคอมมูนิตี้กับโลกดิจิทัลยุคใหม่ เข้าไว้ด้วยกัน

23 ม.ค. – Digital Asset Day

วันที่สองพาเข้าสู่โลกของสินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Asset) แบบครบมิติ ทั้งโครงสร้างพื้นฐาน การกำกับดูแล ความปลอดภัย และโอกาสของธุรกิจดิจิทัล โดยมีตัวแทนจากหลากหลายองค์กรมารับฟัง แลกเปลี่ยน และช่วยเชื่อมโยงมุมมองเชิงนโยบายกับผู้ใช้งานจริง  และปาร์ตี้ต้อนรับคอมมูนิตี้

24 ม.ค. – Bitcoin Day & Bitcoin After Dark

วันที่สามเป็นเวทีแบบ “Purely Bitcoin” สำหรับบิตคอยเนอร์ทุกสาย เจาะลึกตั้งแต่เทคโนโลยี การ Scaling, Runes/Ordinals, Lightning Network ไปจนถึงมุมมองทางเศรษฐศาสตร์ เสรีภาพทางการเงิน และกรณีศึกษาจากหลายประเทศ ก่อนจะปิดท้ายด้วย “Bitcoin After Dark” และปาร์ตี้ขอบคุณคอมมูนิตี้

25 ม.ค. – Community Day

วันสุดท้ายเป็นช่วงเวลาของการต่อยอดไอเดียและประสบการณ์ในธีม “Community Day” ซึ่งเปิดพื้นที่ให้ผู้นำจากหลายคอมมูนิตี้มาแชร์วิธีสร้าง สื่อสาร และรักษาความยั่งยืนของคอมมูนิตี้ในโลกดิจิทัลยุคใหม่

มากกว่าเวทีเสวนา—Block Mountain คือประสบการณ์

เสน่ห์เฉพาะตัวของ Block Mountain คือการเป็นงานที่เน้น “เครือข่ายแบบธรรมชาติ” มากกว่าความเป็นทางการ ผู้เข้าร่วมสามารถเดินพูดคุย ทำกิจกรรม และต่อยอดโปรเจกต์ใหม่ ๆ ได้ในสภาพแวดล้อมที่เป็นกันเองแบบเชียงใหม่

กิจกรรมพิเศษได้แก่:

  • Mu Mountain: สำหรับคนไม่ใช่สายปาร์ตี้ ชวนไปไหว้พระ–เดินสายวัดตอนเช้า
  • Block Runner: Social Run เช้าวัน Bitcoin วิ่งไปคุยไป ระยะทางรวมประมาณ 6 กม.
  • Craft Camp Food & Music: ปาร์ตี้กลางคืน, ดนตรี, Networking แบบเป็นกันเองทุกวัน
  • Side Event ต่างๆอีกมากมายที่จัดโดย Community
  • งานในรูปแบบ Outdoor ริมทะเลสาบนี้ เป็นบรรยากาศเดียวกับปีแรกที่จัดในปี 2019 ซึ่งเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้ Block Mountain กลายเป็นงานประจำปีที่ผู้คนในวงการต่างพูดถึง

พลังของ Ecosystem – เมื่อคอมมูนิตี้คือผู้นำเนื้อหา

จุดแข็งของ Block Mountain คือการที่ “เนื้อหา” ส่วนใหญ่เกิดจากคอมมูนิตี้ หลายคอมมูนิตี้ที่ร่วมแบ่งปันเนื้อหาปีนี้ ได้แก่ Cryptomind Group, Bitcast , Right Shift , GM Club , 9Cat , Bittoon บอร์ดเกม Ricco, Guardian AI Lab , Tokenine   KOL / Creator / Developer community  อีกหลากหลาย Community

รวมถึงการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องของหน่วยงานภาครัฐ เช่น depa, Nia และกลุ่ม สมาคมดิจิทัลไทย 14 สมาคม

Block Mountain คือการสะท้อนตัวตนของวงการดิจิทัลไทย

ตลอด 7 ปีที่ผ่านมา Block Mountain ไม่ได้เป็นแค่เวทีความรู้ แต่เป็นสถานที่ที่โปรเจกต์ใหม่ ๆ เกิดขึ้น ผู้คนสร้างทีมใหม่ เจอโอกาสทางธุรกิจ และสร้างแรงบันดาลใจร่วมกันในบรรยากาศสบาย ๆ แบบเชียงใหม่ปีนี้จึงไม่ใช่แค่การ “จัดงาน” แต่เป็นการขยายพื้นที่ให้ทุกคอมมูนิตี้มาสร้างประกายไฟ Spark the Future ไปร่วมกัน โดยมีผู้สนับสนุนหลักอย่าง Binance TH และ Maxbit ที่เข้ามาร่วม Support งานแล้วในปีนี้

 

You can share this post!