“สันติ ปิยะทัต” มอบหมาย “สคบ.” ลุยตรวจร้านทองเยาวราช ย้ำฉลากทองต้องชัด สร้างความมั่นใจผู้บริโภค
พาณิชย์

“สันติ ปิยะทัต” มอบหมาย “สคบ.” ลุยตรวจร้านทองเยาวราช ย้ำฉลากทองต้องชัด สร้างความมั่นใจผู้บริโภค

นายสันติ ปิยะทัต รมต.ประจำสำนักนายกฯ คุมเข้มร้านทอง ลงพื้นที่ตรวจผู้ประกอบการร้านทองย่านเยาวราช ตามนโยบาย “Quick Big Win” พบให้ความร่วมมือและติดฉลากสินค้าถูกต้องครบถ้วน มุ่งสร้างความมั่นใจผู้บริโภคท่ามกลางราคาทองผันผวน ย้ำหากฝ่าฝืนมีโทษทั้งจำทั้งปรับ พร้อมแนะหลักซื้อทองอย่างปลอดภัย

นายสันติ ปิยะทัต รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี มอบหมายให้ ดร.อรุณ คงเจริญ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค และเจ้าหน้าที่จากสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ลงพื้นที่ตรวจสอบผู้ประกอบธุรกิจค้าทองคำที่ซึ่งเป็นทั้งผู้ผลิตและผู้จำหน่ายทองรูปพรรณ เพื่อมุ่งเน้นการสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภคได้รับข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับทองรูปพรรณที่มีคุณภาพ รวมถึงเฝ้าระวังการเอารัดเอาเปรียบผู้บริโภค

ดร.อรุณ คงเจริญ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากการลงพื้นที่ตรวจสอบผู้ประกอบธุรกิจค้าทองคำ ซึ่งเป็นผู้ผลิตและผู้จำหน่ายทองรูปพรรณในวันนี้ พบว่า ผู้ประกอบธุรกิจส่วนใหญ่ให้ความร่วมมือ และมีการจัดทำฉลากสินค้าถูกต้อง ครบถ้วน ตามประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลากที่กำหนด ซึ่งจะต้องระบุข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับทองรูปพรรณอย่างละเอียด โดยมีชื่อประเภทหรือชนิดของทองรูปพรรณ ชื่อและสถานที่ประกอบการ หรือเครื่องหมายการค้าของผู้ผลิต/ผู้จำหน่าย ปริมาณความบริสุทธิ์ โดยระบุเป็นกะรัตหรือเปอร์เซ็นต์ (เช่น K หรือ %) น้ำหนักทองรูปพรรณ โดยระบุเป็นกรัม (g หรือ ก.) รวมถึงราคา ที่ต้องระบุเป็นเงินสกุลไทย และต้องระบุราคาการรับซื้อคืนทองรูปพรรณขั้นต่ำ ตามที่สมาคมค้าทองคำประกาศอย่างชัดเจน

“รัฐบาลให้ความสำคัญกับการคุ้มครองผู้บริโภคอย่างจริงจัง โดยเฉพาะสินค้ามูลค่าสูงอย่างทองรูปพรรณ การมีฉลากที่ระบุ ความบริสุทธิ์ น้ำหนัก และราคา อย่างชัดเจน ถือเป็นมาตรการด่านแรกที่ช่วยให้ผู้บริโภคได้ข้อมูลครบถ้วนและตัดสินใจได้อย่างมั่นใจ การตรวจสอบเชิงรุกนี้ เป็นการสร้างมาตรฐานความโปร่งใสทางเศรษฐกิจ อีกทั้งยังยกระดับความน่าเชื่อถือของธุรกิจค้าทองคำไทย และสร้างความเชื่อมั่นให้กับทั้งผู้บริโภคและผู้ประกอบการในระยะยาว ตามกรอบนโยบาย Quick Big Win ของท่านรมต.สันติ ปิยะทัต” ดร.อรุณ กล่าว

ทั้งนี้ นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ได้เน้นย้ำถึงบทลงโทษสำหรับผู้ที่ฝ่าฝืนกฎหมายว่าด้วยฉลาก หากผู้ประกอบธุรกิจขายสินค้าควบคุมฉลากโดยไม่แสดงฉลาก หรือแสดงฉลากไม่ถูกต้องตามกฎหมายกำหนด ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน ๖ เดือน หรือปรับไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หากเป็นการกระทำของผู้ผลิตหรือผู้นำเข้า ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน ๑ ปี หรือปรับไม่เกิน ๒๐๐,๐๐๐ บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ พร้อมแนะนำผู้บริโภคต้องตรวจสอบราคาขาย ป้ายบอกประเภทสินค้า ข้อความแสดงปริมาณความบริสุทธิ์ ชื่อและสถานที่ประกอบการ และน้ำหนักของทองรูปพรรณให้ชัดเจนก่อนเลือกซื้อทองรูปพรรณ

สำหรับผู้บริโภคที่ถูกเอารัดเอาเปรียบหรือไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการซื้อสินค้า สามารถร้องเรียนได้ที่สายด่วน สคบ. 1166, แอปพลิเคชัน OCPB Connect, เว็บไซต์ www.ocpb.co.th หรือร้องทุกข์ด้วยตนเองที่ศูนย์ราชการฯ อาคารรัฐประศาสนภักดี หรือคณะอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคประจำจังหวัด เทศบาล และองค์การบริหารส่วนตำบลทุกแห่ง

You can share this post!