“พฤกษา”เขย่าวงการอสังหาฯ ส่ง "IHC" ลุยศึกก่อสร้าง แย่งเค้กตลาด “แสนล้าน” ล้มกระดานรับเหมารายย่อย เดินหน้าลุยธุรกิจเช่าเปิดตัว “iPlearn” เสริมแกร่งสร้างรายได้ระยะยาว ชี้เป้าเข้า REIT หลังจดทะเบียนเข้า SET ภายใน 4 ปี
อสังหาริมทรัพย์

“พฤกษา”เขย่าวงการอสังหาฯ ส่ง "IHC" ลุยศึกก่อสร้าง แย่งเค้กตลาด “แสนล้าน” ล้มกระดานรับเหมารายย่อย เดินหน้าลุยธุรกิจเช่าเปิดตัว “iPlearn” เสริมแกร่งสร้างรายได้ระยะยาว ชี้เป้าเข้า REIT หลังจดทะเบียนเข้า SET ภายใน 4 ปี

“พฤกษา โฮลดิ้ง” เดินหน้าขยายพอร์ตธุรกิจตามกลยุทธ์ธุรกิจ เปิดตัวบริษัท “อินโน โฮม คอนสตรัคชั่น อย่างเป็นทางการ ชูธง Inno-Tech และระบบพรีคาสท์เหนือชั้น ผ่านบริษัท อินโน โฮม คอนสตรัคชั่น ปิดช่องว่างตลาดรับสร้างบ้านมูลค่ามหาศาล ประกาศความได้เปรียบด้วยกำลังผลิต 700 หลัง/เดือน พร้อมทีมช่างประสบการณ์ 30 ปี  มั่นใจ Plantnery by PRUKSA ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าระดับกลางถึงบนที่ต้องการ คุณภาพมาตรฐานโรงงาน และ ความเร็วระดับ 6 เดือนจบ พร้อมการรับประกันโครงสร้างนาน 20 ปี เผย 4 เดือนทำยอดขายธุรกิจรับสร้างบ้านแล้วกว่า 400 ล้านบาท ตั้งเป้าทะลุ 10,000 ห้องภายใน 3 ปี สร้างรายได้ประจำกว่า 640 ล้านบาท พร้อมสร้างความแข็งแกร่งทางการเงินในระยะยาวด้วยธุรกิจให้เช่า สร้างรายได้ประจำ เปิดตัวครั้งแรกภายใต้แบรนด์ iPlearn ในไตรมาส 4 นำร่อง 3 แห่ง ในย่านลำลูกกา, รังสิต-คลอง 2,  และ บ่อวิน จ.ระยอง ตอกย้ำความเป็นผู้นำการส่งมอบการอยู่อาศัย วางแผนนำสินทรัพย์มูลค่า 6,300 ล้านบาท เข้ากอง REIT หลังเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯภายใน 4 ปี สร้างความเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

นายปิยะ ประยงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อินโน โฮม คอนสตรัคชั่น จำกัด หรือ IHC ในเครือบริษัท พฤกษา โฮลดิ้ง จำกัด(มหาชน) หรือ (PSH) เปิดเผยว่า ภายหลังจากที่แตกไลน์ออกมาต่อยอดและเสริมความแข็งแกร่งให้กับ PSH ด้วยการเปิดตัว IHC ซึ่งได้เริ่มดำเนินธุรกิจมาเป็นระยะเวลากว่า 4 เดือน โดยเป็นหนึ่งในธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของไทย และเป็นการเติมเต็ม Ecosystem ให้กับธุรกิจของ PSH โดยที่ PSH ถือหุ้น IHC ในสัดส่วน 100%

โดยกลุ่มธุรกิจของ IHC ประกอบด้วย แบรนด์ IHC ที่เป็นธุรกิจให้บริการงานก่อสร้บงครบวงจร เจาะกลุ่มลูกค้า Business-to-Business (B2B) และ SMEs โดยที่งานก่อสร้างโครงการส่วนใหญ่กว่า 90% ยังคงเป็นงานก่อสร้างโครงการที่พัฒนาโดย บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด(มหาชน) หรือ PS เป็นหลัก และยังมีงานจากผู้ประกอบการธุรกิจอื่นๆนอกเครือที่ไว้วางใจให้ IHC ก่อสร้างโครงการให้ ซึ่ง IHC มีความสามารถในการก่อสร้บงบ้านเดี่ยวและทาวน์เฮาส์ได้ประมาณ 700 หลัง/เดือน และมีโรงงานพรีคาสท์ที่สามารถรองรับงานก่อสร้างได้ ทำให้ IHC ได้เปรียบในด้านของต้นทุนการก่อสร้าง ที่สามารถคิดราคาก่อสร้างได้ในราคาที่ต่ำกว่าตลาด โดยในปี 2569 ตั้งเป้ามีรายได้จากธุรกิจก่อสร้างที่ 1,000 ล้านบาท

ทั้งนี้การเปิดตัว IHC ถือเป็นก้าวสำคัญในการเสริมกลยุทธ์สร้างความเติบโตอย่างยั่งยืนของพฤกษา เพื่อต่อยอดพอร์ตธุรกิจให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงเติมเต็ม Ecosystem ตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำของการอยู่อาศัยที่ครอบคลุมตั้งแต่วัสดุ การก่อสร้าง ที่อยู่อาศัย ไปจนถึงการลงทุนในอนาคต ปักหมุด New S-Curve ที่จะต่อยอดธุรกิจจากผู้นำด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ สู่การเป็นผู้นำที่ให้บริการด้านการก่อสร้างและที่อยู่อาศัยครบวงจร สร้างการเติบโตระยะยาว

โดยการดำเนินธุรกิจภายใต้แบรนด์ IHC จะเน้นเจาะกลุ่มลูกค้า B2B และ SME พร้อมให้บริการแบบครบวงจร  ครอบคลุมตั้งแต่การศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการ (Feasibility) แนะนำโมเดลธุรกิจ การตั้งราคาสินค้า การกำหนดต้นทุน ประเมินผลกำไร ที่เหมาะสมกับการแข่งขันในตลาด การออกแบบงานสถาปัตยกรรม ไปจนถึงการบริหารงานก่อสร้าง และบริการหลังการขาย ทั้งยังเป็นส่วนหนึ่งในการคิดค้นและนำนวัตกรรมด้านการก่อสร้างใหม่ ๆ มาใช้ เพื่อยกระดับคุณภาพงานก่อสร้างให้ดียิ่งขึ้น ทั้งอะพาร์ตเมนต์ โรงแรม หอพัก โฮมออฟฟิศ คลังสินค้า และโรงงานฯ โดยมีทีมก่อสร้างที่มีศักยภาพสูงและมีประสบการณ์กว่า 30 ปี มากกว่า 60 ทีม ที่พร้อมให้บริการลูกค้า พร้อม capacity ในการก่อสร้างทาวน์เฮาส์ หรือบ้านเดี่ยว 2 ชั้น ได้ถึง 700 หลังต่อเดือน

ส่วนธุรกิจรับสร้างบ้าน ภายใต้แบรนด์ Plantnery by PRUKSA เจาะกลุ่มลูกค้า Business-to-Consume (B2C) ระดับกลางถึงบน ในราคา 3 ถึง 20 ล้านบาท โดยมีจุดเด่น คือ ทีมช่างมืออาชีพที่มีประสบการณ์ในการสร้างบ้านมาแล้วกว่า 200,000 หลัง พร้อมการรับประกันงานโครงสร้างนานถึง 20 ปี มีราคาชัดเจนไม่บานปลาย สร้างเสร็จเร็วภายใน 6 เดือน การันตีไม่ทิ้งงาน รวมถึงมีบริการ One-Stop Service และแบบบ้านที่มีให้เลือกกว่า 100 แบบ ตั้งแต่แบบบ้านมาตรฐาน การ Customize ปรับเปลี่ยนแบบบ้านมาตรฐาน การออกแบบใหม่ ไปจนถึงการก่อสร้างตามแบบของลูกค้า ในราคาเริ่มต้น 10 ล้านบาท อีกทั้งยังโดดเด่นด้วยนวัตกรรม Inno-Tech ที่มุ่งยกระดับคุณภาพบ้านและคุณภาพการอยู่อาศัยของทุกครอบครัว ให้ได้บ้านที่ก่อสร้างด้วยระบบพรีคาทส์ที่แข็งแรง ทนทาน เสริมด้วยเทคโนโลยีเพื่อบ้านอยู่สบายและปลอดภัย ที่จะช่วยตอบโจทย์การใช้ชีวิต ภายใต้คอนเซ็ปต์ Building Homes, Crafting dream, Made Possible สร้างบ้าน สร้างฝัน สร้างได้โดยในส่วนของธุรกิจรับสร้างบ้านในช่วงระยะเวลา 4 เดือนที่ผ่านมา สามารถทำยอดขายได้มากว่า 400 ล้านบาท ซึ่งมีทั้งสร้างบ้าน,อะพาร์ตเมนต์ และโครงการบ้านจัดสรรขนาดเล็ก ในย่านสาทร ซึ่งเจ้าของที่ดินดำเนินธุรกิจซื้อขายทองคำ โดยก่อสร้างบ้าน 3 ชั้น จำนวน 20 ยูนิต ราคา 20-30 ล้านบาท 

นอกจากนี้ยังมีลูกค้าบางรายที่ดำเนินธุรกิจขายของออนไลน์ ที่บริษัทฯสร้างบ้านให้ และมีความต้องการที่จะสร้างโรงงานเพื่อสต๊อกสินค้า ในย่านสาทร และพัฒนาการ โดยมีที่ดินในการก่อสร้างตั้งแต่ 3 ไร่ขึ้นไป หากก่อสร้างจะมีมูลค่าตั้งแต่ 30-100 ล้านบาท ขณะนี้อยู่ในระหว่างการพิจารณา

ซึ่งจากประสบการณ์ทำให้ทราบว่าธุรกิจรับสร้างบ้านถือว่าเป็นธุรกิจที่ให้ผลกำไรที่สูงถึง 10-15% เมื่อเทียบกับธุรกิจก่อสร้างที่ให้ผลกำไรเพียง 5% โดยในปลายปี 2569 ตั้งเป้าจะสร้างยอดขายให้ได้ 700-800 ล้านบาท และตั้งเป้าปี 2578 (ค.ศ.2035) ยอดขายจะทะลุ 1,000 ล้านบาท เนื่องจากมองว่าตลาดรับสร้างบ้านยังมีช่องว่างตลาดอีกมาก โดยเฉพาะลูกค้าที่มีศักยภาพยังมีอีกมาก

“มองว่าธุรกิจรับสร้างบ้านของบริษัทมีข้อดีคือลูกค้าสามารถเข้าไปชมบ้านจริงได้เลย มื่อเทียบกับบริษัทรับสร้างบ้านทั่วไป แต่ปัญหาคือลูกค้าที่เป็นกลุ่ม B2C ต้องเน้นรายละเอียดที่มาก ดังนั้นต้องคุยทุกอย่างให้จบก่อนที่จะสร้างบ้าน เรามองเห็นศักยภาพของตลาดรับสร้างบ้านที่มีโอกาสเติบโตสูง จากข้อมูลของสมาคมไทยรับสร้างบ้านและกรมพัฒนาธุรกิจการค้าคาดการณ์ว่ามูลค่าตลาดรวมของธุรกิจรับสร้างบ้านในปี 2568 จะสูงถึง 130,000 ล้านบาท ซึ่งผู้ประกอบการรายใหญ่ครองสัดส่วนเพียง 10% หรือประมาณ 15,000 ล้านบาท แสดงให้เห็นถึงโอกาสมหาศาลสำหรับผู้พัฒนาอสังหาฯ รายใหม่ที่ต้องการสร้างมาตรฐานการก่อสร้างและการบริหารจัดการที่เป็นมืออาชีพ” นายปิยะ กล่าว

นายปิยะ กล่าวเพิ่มเติมว่า  IHC คำนึงถึงการสร้างรายได้ประจำ (Recurring Income) ซึ่งเข้ามาช่วยเสริมการสร้างรายได้อย่างยั่งยืนให้กับ IHC และ PSH ในระยะยาว โดยใช้ที่ดินของบริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด(มหาชน) บางส่วน หรือคิดเป็น 30% ของที่ดินที่พฤกษาฯมีอยู่ มาพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยให้เช่า ในรูปแบบอะพาร์ตเมนต์ และเซอร์วิสอะพาร์ตเมนต์ ภายใต้แบรนด์ “iPlearnน้น 3 กลุ่มเป้าหมายหลัก คือ กลุ่มนักศึกษา สัดส่วน 40%,พนักงานโรงงาน สัดส่วน 35% และ พนักงานออฟฟิศ-กลุ่มคนเริ่มทำงาน สัดส่วน 25% โดยในช่วงแรกจะมีการพัฒนาใน 3 ทำเล จำนวน 5 อาคารๆละ 80 ยูนิต สูง 5 ชั้น ขนาด 21 ตารางเมตร ได้แก่ ลำลูกกา ,รังสิต-คลอง 2 และบ่อวิน จ.ระยอง โดยแต่ละอาคารมีมูลค่าประมาณ 20 ล้านบาท รวมมูลค่า 100 ล้านบาท  โดยปัจจุบันสร้างเสร็จแล้ว 1 อาคาร ที่ลำลูกกา ซึ่งปัจจุบันเพิ่งเริ่มปล่อยเช่า 2,000-3,000 บาท/เดือน และตั้งเป้าเปิดครบ 100 อาคาร ภายในปี 2569 คิดเป็นมูลค่า 2,000 ล้านบาท โดยจะเน้นทำเลที่อยู่ใกล้มหาวิทยาลัย เป็นหลัก ซึ่งจะเริ่มจากทำเลรังสิต และย่านมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน ที่บริษัทฯมีความเชี่ยวชาญทางการตลาด อีกทั้งหากมีพันธมิตรสนใจจะเข้ามาร่วมทุนบริษัทฯก็พร้อมที่จะเปิดโอกาสเช่นกัน และตั้งเป้าจะมีจำนวนห้องปล่อยเช่าเป็น 10,000 ห้อง หรือประมาณ 316 อาคาร ภายใน 3 ปี ซึ่งจะทำให้มีรายได้ประจำจากค่าเช่าประมาณ 640 ล้านบาท คิดเป็นมูลค่าสินทรัพย์ประมาณ 6,300 ล้านบาท ซึ่งคาดว่า iPlearn จะให้ผลตอบแทนจากการปล่อยเช่าเฉลี่ย 8-10% ต่อปี

และในอนาคตหลังจากที่นำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ภายในระยะเวลา 4 ปีนี้ ก็มีแผนที่จะนำสินทรัพย์ดังกล่าวเข้ากองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (Real Estate Investment Trust : REIT) เพื่อนำเงินมาขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง

 

 

 

 

You can share this post!