ศุภาลัย ตอกย้ำความแข็งแกร่งของสถานะทางการเงินและความน่าเชื่อถือในฐานะผู้นำธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของประเทศ ด้วยการได้รับการคงอันดับเครดิตองค์กร ที่ระดับ “A” แนวโน้มคงที่ (Stable) จากบริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด ต่อเนื่องเป็นปีที่ 12 สะท้อนศักยภาพทางธุรกิจที่มั่นคง การบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ และโครงสร้างทางการเงินที่แข็งแกร่งของบริษัทฯ
.jpg)
นายไตรเตชะ ตั้งมติธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) หรือ SPALIเปิดเผยว่า ปี 2568 ถือเป็นปีที่ท้าทายอย่างยิ่งของตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยในรอบหลายปีที่ผ่านมาจากปัจจัยลบในหลายด้าน อย่างไรก็ตามบริษัทฯ มองว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์ยังคงมีปัจจัยสนับสนุนที่สำคัญ ช่วยประคับประคองสถานการณ์และสร้างโอกาสในระยะต่อไป ทั้งแนวโน้มการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย การผ่อนคลายมาตรการสินเชื่อ (Loan to Value : LTV) รวมถึงมาตรการลดค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนองจากภาครัฐ ซึ่งล้วนเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ช่วยกระตุ้นกำลังซื้อและฟื้นความเชื่อมั่นในตลาดที่อยู่อาศัย โดยเฉพาะในกลุ่มบ้านและคอนโดมิเนียมระดับกลางที่ยังมีความต้องการแท้จริงอยู่ในตลาด
ทั้งนี้บริษัทฯ ยังคงเดินหน้าสร้างความเชื่อมั่นต่อเนื่องในตลาดอสังหาริมทรัพย์ ภายหลังได้รับการคงอันดับเครดิตองค์กรในระดับ A จากทริสเรทติ้ง ต่อเนื่องเป็นปีที่ 12 ซึ่งสะท้อนถึงผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง ความสามารถในการทำกำไรที่ดี การบริหารจัดการทางการเงินที่มีประสิทธิภาพ และการดำเนินธุรกิจภายใต้หลักธรรมาภิบาลที่โปร่งใสและยั่งยืน ด้วยภาระหนี้สินทางการเงินที่อยู่ในระดับต่ำ สภาพคล่องที่บริหารจัดการได้ และสถานะทางการตลาดที่แข็งแกร่ง ทำให้บริษัทฯ จึงมีความพร้อมในการลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยยังคงขยายพอร์ตโครงการอย่างสมดุลทั้งในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และภูมิภาค เพื่อกระจายความเสี่ยงและสร้างรายได้อย่างมั่นคงในระยะยาว พร้อมพัฒนาโครงการคุณภาพที่ครอบคลุมทุกเซกเมนต์ ตั้งแต่บ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์โฮม ไปจนถึงคอนโดมิเนียม เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าทุกกลุ่ม ทั้งนี้ อันดับเครดิตระดับ “A” แนวโน้มคงที่ ที่ได้รับ ถือเป็นการตอกย้ำความเชื่อมั่นของนักลงทุน สถาบันการเงิน และลูกค้าที่มีต่อศุภาลัย ในฐานะองค์กรที่มีศักยภาพในการสร้างผลการดำเนินงานที่มั่นคงสม่ำเสมอ และยึดมั่นในการดำเนินธุรกิจภายใต้หลัก Environmental (สิ่งแวดล้อม), Social (สังคม) และ Governance (ธรรมาภิบาล) หรือ ESG เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนให้แก่ผู้ถือหุ้น ลูกค้า และสังคม ในระยะยาว
สำหรับปี 2568 บริษัทฯ ตั้งเป้าเปิดโครงการใหม่ 23 โครงการ มูลค่าประมาณ 32,560 ล้านบาท พร้อมทั้งเป้ายอดขายที่ 32,000 ล้านบาท และเป้ารายได้รวม 30,000 ล้านบาท โดยในไตรมาส 4 นี้ บริษัทฯ เตรียมเปิดตัวโครงการใหม่รวม 8 โครงการ มูลค่ารวม 14,160 ล้านบาท แบ่งเป็น โครงการแนวราบ 5 โครงการ และคอนโดมิเนียม 3 โครงการ ซึ่งคาดว่าจะช่วยผลักดันผลประกอบการให้เติบโตตามเป้าหมายที่วางไว้