“มาลี กรุ๊ป”ประกาศแผนพลิกเกม! สู่ “Global Wellbeing Company” ในปี’71 จ่อขยายฐานตลาดจีน-ตะวันออกกลาง ตั้งเป้ารายได้ 3 ปี โต 10-15%ต่อปี ดันสัดส่วนธุรกิจแบรนด์กระโดดเป็น 55%
การตลาด-ไอที-ยานยนต์

“มาลี กรุ๊ป”ประกาศแผนพลิกเกม! สู่ “Global Wellbeing Company” ในปี’71 จ่อขยายฐานตลาดจีน-ตะวันออกกลาง ตั้งเป้ารายได้ 3 ปี โต 10-15%ต่อปี ดันสัดส่วนธุรกิจแบรนด์กระโดดเป็น 55%

มาลี กรุ๊ป  ประกาศยุทธศาสตร์ทรานส์ฟอร์มองค์กรครั้งประวัติศาสตร์ในรอบ 47 ปีกางวิสัยทัศน์ใหม่ “Beyond Fruit to Global Wellbeing” เปิดยุทธศาสตร์สร้างสรรค์นวัตกรรมสุขภาวะที่ดีทั้งสุขภาพและความสุขของคนทั้งโลกที่ดียิ่งขึ้น ยกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างสรรค์สังคมอย่างยั่งยืน ปักหมุดรักษาความเป็นเบอร์ 1 ตลาดในประเทศ พร้อมรุกขยายฐานตลาดต่างประเทศโดยเฉพาะจีน-ตะวันออกกลาง เปิด Segment ใหม่ มุ่งปั้นแบรนด์ MALEE สู่การเป็น Wellness Lifestyle Brand ระดับภูมิภาค ปลุกพลังองค์กรด้วยแนวคิด “One Malee”หลอมรวมทุกคนเป็นหนึ่งเดียวเพื่อขับเคลื่อนสู่เป้าหมายเดียวกัน สร้างรายได้เติบโต 3 ปี (2569-2571) เฉลี่ย 10-15% ต่อปี วางเป้าหมายปี 2571 ก้าวสู่ “Global Wellbeing Company” ปรับพอร์ตฯ ดันสัดส่วนธุรกิจแบรนด์กระโดดเป็น 55% เตรียมเปิดตัว “จาง หลิงเฮ่อ”เป็นพรีเซนเตอร์ เสริมทัพน้ำมะพร้าว Malee COCO เจาะคนรุ่นใหม่ทั่วโลก

 

นายเอกรินทร์ พินิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มาลี กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MALEE ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายธุรกิจเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ เปิดเผยว่า กว่า 47 ปีที่ มาลี กรุ๊ป ยืนหยัดในฐานะแบรนด์ที่เชื่อในพลังจากธรรมชาติจากพืชและนม ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการสร้างสุขภาพที่ดีและความสุขในทุกๆวัน ส่งผลให้ Malee เป็นแบรนด์ครองความเป็นผู้นำตลาดอันดับ 1 ในกลุ่มน้ำผลไม้พรีเมียมพร้อมดื่ม มีผลิตภัณฑ์ที่ส่งออกกว่า 30 ประเทศทั่วโลก จากที่ปัจจุบันมูลค่าตลาดน้ำผลไม้พร้อมดื่มอยู่ที่ประมาณ 12,000 ล้านบาท แบ่งเป็นน้ำผลไม้ระดับพรีเมียม มูลค่า 4,000 ล้านบาท โดยมีแนวโน้มเติบโตเฉลี่ยปีละ 2% จากเทรนด์ผู้บริโภคที่หันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น และคาดว่าในปีนี้ตลาดน้ำมะพร้าวพร้อมดื่มน่าจะโตที่ระดับดับเบิ้ล ทั้งนี้บริษัทฯ พร้อมเดินหน้าสร้างบริบทครั้งใหม่ ประกาศวิสัยทัศน์ “Beyond Fruit to Global Wellbeing” เพื่อทรานส์ฟอร์มองค์กรครั้งสำคัญสู่ “Global Wellbeing Company” หรือบริษัทที่ส่งมอบสุขภาวะระดับโลกอย่างเต็มรูปแบบในปี 2571 ภายใต้การสร้างวัฒนธรรมองค์กร “One Malee” หลอมรวมพลังทุกคนในองค์กรเป็นหนึ่งเดียว ทั้งบริษัท ทีม และเป้าหมาย เพื่อขับเคลื่อนพันธกิจเดียวกัน นำความเชี่ยวชาญน้ำผลไม้ผสานกับนวัตกรรมและเทคโนโลยีทางวิทยาศาสตร์ ส่งมอบสุขภาวะที่ดีทั้งสุขภาพและความสุขของคนทั้งโลกที่ดียิ่งขึ้น (Healthier & Happier) ซึ่งจะยกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างสรรค์สังคมอย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ “Wellbeing” คือหัวใจสำคัญขับเคลื่อนธุรกิจ ทั้งในเชิงพัฒนานวัตกรรม ผลิตภัณฑ์ใหม่ และการทำตลาด โดย Roadmap ปี 2568 ได้ปรับทัพธุรกิจจัดพอร์ตโฟลิโอสินค้าใหม่ เพิ่มประสิทธิภาพองค์กรและด้านกำไร โดยวางเป้าหมายรายได้ปี 2569 – 2571 มีอัตราเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) ที่ 10-15% ซึ่งบริษัทฯ จะเสริมสร้างพื้นฐานธุรกิจเพื่อรองรับแผนขยายพอร์ตโฟลิโอธุรกิจและยกระดับผลิตภัณฑ์ตอบโจทย์ผู้บริโภคทั่วโลกภายใต้พอร์ตธุรกิจ ดังนี้

1.ธุรกิจตราสินค้า (Brand Business) จะปรับภาพลักษณ์แบรนด์และผลิตภัณฑ์ในตลาดเป้าหมาย เพื่อมุ่งสู่การเป็นผู้นำด้านสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีอย่างต่อเนื่อง โดยการสร้างสรรค์นวัตกรรมและผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ส่งมอบสุขภาวะที่ดี ปัจจุบันบริษัทฯ มีผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย ทั้งน้ำผลไม้ น้ำผัก (Malee) ผลิตภัณฑ์น้ำมะพร้าว Malee Coco ผลไม้กระป๋องมาลี (Malee) และผลิตภัณฑ์นมตราฟาร์มโชคชัย โดยวางแผนจะพัฒนาสินค้าใหม่ออกสู่ตลาด 2-3 รายการต่อปี เพื่อตอบสนองเทรนด์สุขภาพ นอกจากนี้ในส่วน Malee Applied Science (MAS) หน่วยงานวิจัยและพัฒนานวัตกรรมที่เน้นผลิตภัณฑ์มีมูลค่าเพิ่มสูงในด้าน อาหาร อาหารเสริม และผลิตภัณฑ์ดูแลความงาม ที่มีความเชี่ยวชาญเทคโนโลยีที่หลากหลายทั้ง Agri Tech, Food Tech, Nano Tech, Bio Tech คิดค้นนวัตกรรมที่สอดคล้องกับแนวโน้มความต้องการของผู้บริโภค และขยายขอบเขตธุรกิจของบริษัทฯเพื่อสร้างโอกาสเติบโตใหม่และแหล่งรายได้เพิ่มเติม นอกเหนือจากธุรกิจหลักที่ดำเนินอยู่ พร้อมเพิ่มสัดส่วนรายได้สินค้าแบรนด์ของบริษัทจากเดิม 35% เพิ่มเป็นสัดส่วน 55% ภายในปี 2571

2.ธุรกิจพัฒนาผลิตภัณฑ์และรับจ้างผลิต (Contract Manufacturing: CMG) จะยกระดับศักยภาพธุรกิจ CMG รองรับกับแผนขยายพอร์ตโฟลิโอสู่การเป็นผู้พัฒนาผลิตภัณฑ์และรับจ้างผลิตไปในสินค้าที่ครบวงจรและหลากหลาย เช่น เครื่องดื่มน้ำมะพร้าว นมจากพืช (Plant base milk), ผลิตภัณฑ์ที่นำนมวัวเป็นวัตถุดิบหลักไปแปรรูป (Dairy milk), ชาและกาแฟ พร้อมทั้งมุ่งสร้างความมั่นคงกับพันธมิตรหลักและสนับสนุนโซลูชันที่ยั่งยืน ทั้งในด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแลกิจการร่วมสร้างคุณค่าร่วมกัน เพื่อขยายฐานลูกค้าใหม่เพิ่มโอกาสทางการตลาดและเป็นพันธมิตรที่ลูกค้าเลือกเป็นอันดับแรก (Becoming the “Partner of Choice”)

“ปัจจุบันมาลีมีพอร์ตธุรกิจในประเทศ 60% และต่างประเทศ 40% แบ่งเป็นธุรกิจตราสินค้า (Brand Business) 35% และธุรกิจรับจ้างผลิต (Contract Manufacturing) 65%

โดยในครึ่งแรกของปี 2568 บริษัทมีรายได้รวม 3,824 ล้านบาท โดยมาจากธุรกิจแบรนด์ 35% ธุรกิจรับจ้างผลิต 64% และผลิตภัณฑ์นม “เดลี่ฟาร์ม” 1% ซึ่งมีโรงงานรองรับการผลิตทั้งหมด 3 แห่ง ได้แก่ โรงงานสามพราน จ.นครปฐม ผลิตผลไม้กระป๋อง ,โรงงานปากช่อง จ.นครราชสีมา ผลิตนม-เครื่องดื่มจากนม และโรงงานที่ประเทศเวียดนาม ผลิตทั้งสินค้าภายใต้แบรนด์และรับจ้างผลิต รวมมีกำลังการผลิตรวมกว่า 749 ล้านลิตรต่อปี พร้อม 1 ฟาร์มรองรับวัตถุดิบด้านนมเพื่อเพิ่มความมั่นคงของซัพพลายเชน

ทั้งนี้ มาลี กรุ๊ป เชื่อว่าความสุขและสุขภาวะที่ดีต้องเกิดกับทุกภาคส่วน พันธกิจของบริษัทฯ คือการสร้างคุณค่าร่วมกันอย่างยั่งยืน ขณะเดียวกันก็ส่งมอบความสมดุลแห่งชีวิตที่ดีให้แก่ผู้บริโภค การดำเนินงานภายใต้กรอบ ESG เชื่อมโยงคุณค่าร่วมกันตั้งแต่ต้นน้ำสู่ปลายน้ำสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน ได้แก่ 

1.ยกระดับความสามารถการผลิต แต่สามารถลดการใช้ทรัพยากร เป็นมิตรกับโลก สิ่งแวดล้อม และสังคม 

2.การดูแลผู้บริโภคด้วยนวัตกรรม มุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์แห่งอนาคต ที่ผสานพลังจากธรรมชาติเข้ากับนวัตกรรมและวิทยาศาสตร์ เพื่อส่งมอบผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพที่ปลอดภัยและมีคุณค่าสูงสุด พร้อมขยายตลาดเพื่อให้ผู้บริโภคทั่วโลกสามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์คุณภาพได้อย่างทั่วถึง

3.Waste management นำเทคโนโลยีมา Upcycle ของเสียจากการผลิต กลับมาสร้างมูลค่าเพิ่ม สร้างรายได้ และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

“ปี 2568 เป็นปีที่มาลี กรุ๊ป วางรากฐาน มีการปรับหลังบ้าน  เพื่อรองรับการเติบโตในระยะข้างหน้า แม้ว่าภาพรวมเศรษฐกิจและความไม่แน่นอนทางการค้ากับประเทศเพื่อนบ้าน ส่งผลให้การส่งออกสินค้าชะลอตัวบางส่วน โดยเฉพาะตลาดเมียนมา ที่มีสัดส่วนรายได้ 1% และกัมพูชา ที่ปกติมีสัดส่วนรายได้ประมาณ 4% แต่บริษัทมั่นใจว่าสถานการณ์จะฟื้นตัวและจะกลับมาเติบโตตามแผนในปี 2569 เป็นต้นไปจะเริ่มรุกอย่างจริงจังเพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับมาลี ควบคู่ไปกับพันธมิตร และคู่ค้าต่างๆ” นายเอกรินทร์ กล่าว

 

นางสาวเรืองรัตน์ ว่องสุวรรณเลิศ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส สายงานการตลาด บริษัท มาลี กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MALEE กล่าวว่า บริษัทฯ เล็งเห็นถึงศักยภาพการเติบโตที่สำคัญในตลาดเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ โดยเฉพาะในกลุ่มน้ำผักผลไม้ และน้ำมะพร้าว จาก Insight ผู้บริโภคยุคใหม่ได้เปลี่ยนมาให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมและเชิงป้องกันมากขึ้น มีส่วนผสมที่มีคุณประโยชน์เพิ่มสูงขึ้น บริษัทฯ จะพัฒนาสินค้าและนวัตกรรมใหม่ที่มีมูลค่าเพิ่มสูง โดยผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุด Malee Power Plants ที่มีความโดดเด่นของนวัตกรรม INNOGUTZ ช่วยเสริมสร้างสุขภาพลำไส้ให้แข็งแรงด้วยพรีไบโอติกส์และโพสไบโอติกส์ พร้อมต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์ที่เน้นสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีในปี 2569 นอกจากนี้จะปรับภาพลักษณ์แบรนด์ Malee และ Malee COCO ให้เข้าถึงคนรุ่นใหม่ ผ่านกิจกรรมการตลาดที่หลากหลาย เช่น การใช้แบรนด์แอมบาสเดอร์ การจัดอีเวนต์ และการสื่อสารเชิงนวัตกรรม และขยายช่องทางจำหน่ายใหม่ที่มีศักยภาพสูง ทั้งกลุ่ม Food Service และ Online

ทั้งนี้บริษัทฯ วางแผนสร้างการเติบโตจากการขยายธุรกิจต่างประเทศ โดยธุรกิจตราสินค้า (Brand Business) จะยกระดับแบรนด์ “Malee” สู่การเป็น “Wellness Lifestyle Brand” ระดับภูมิภาค ซึ่งเป็นก้าวสำคัญสู่การเป็นแบรนด์ระดับโลก โดยใช้นวัตกรรมเป็นหัวใจหลักในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคในแต่ละประเทศ พร้อมรุกตลาดใหม่และเจาะตลาดที่มีศักยภาพสูง ได้แก่ จีน, ตะวันออกกลาง, อินโดนีเซีย และเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นตลาดศักยภาพของเครื่องดื่มน้ำมะพร้าวและน้ำผลไม้พรีเมียม จากปัจจุบันที่ส่งออกไปทั่วโลกกว่า 30 ประเทศ อีกทั้งยังสนใจที่จะรุกตลาดใหม่ๆในภูมิภาคตะวันออกกลาง อาทิ  ซาอุดีอาระเบีย, จอร์แดน และกาตาร์ อีกด้วย พร้อมเดินหน้าสร้างความร่วมมือกับพันธมิตรระดับโลกในธุรกิจรับจ้างผลิต (CMG)

นอกจากนี้ยังได้เตรียมเปิดตัว จาง หลิงเฮ่อ นักแสดงชาวจีน เป็นพรีเซนเตอร์ สำหรับแบรนด์ Malee COCO เพื่อเสริมภาพลักษณ์สินค้าสุขภาพระดับพรีเมียม รวมถึงสร้างความแข็งแกร่งในตลาดเดิมผ่านการทำกิจกรรมส่งเสริมการขายและการตลาดอย่างต่อเนื่อง และมีสัดส่วนรายได้เพิ่มเป็น 55% ของรายได้รวม ส่วนธุรกิจพัฒนาผลิตภัณฑ์และรับจ้างผลิต (CMG) จะสร้างการเติบโตจากลูกค้าปัจจุบันรายใหญ่และสรรหาพันธมิตรทางธุรกิจชั้นนำระดับโลก รวมถึงสนับสนุนพันธมิตรทางธุรกิจด้วยโซลูชันที่ยั่งยืน โดยวางเป้าหมายในปี 2571 บริษัทฯ จะก้าวสู่ “Global Wellbeing Company” ด้วยการเป็นแบรนด์ที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในระดับภูมิภาค

 

You can share this post!