A5 กางโรดแมป 3 ปี จ่อผุด 5 โครงการ รวมมูลค่ากว่า 6,130 ล้านบาท พร้อมปั้นแบรนด์ใหม่ราคาต่ำกว่า 20 ล้านบาท และ 100 ล้านบาทขึ้นไป ไตรมาส 4/68 ท้าชน “สงครามราคา” ส่ง"แซงเคียม กรุงเทพกรีฑา"เจาะตลาดลักชัวรี
อสังหาริมทรัพย์

A5 กางโรดแมป 3 ปี จ่อผุด 5 โครงการ รวมมูลค่ากว่า 6,130 ล้านบาท พร้อมปั้นแบรนด์ใหม่ราคาต่ำกว่า 20 ล้านบาท และ 100 ล้านบาทขึ้นไป ไตรมาส 4/68 ท้าชน “สงครามราคา” ส่ง"แซงเคียม กรุงเทพกรีฑา"เจาะตลาดลักชัวรี

แอสเซท ไฟว์ กรุ๊ป เผยภาพรวมตลาดอสังหาฯไตรมาส 4 อาจเกิด "สงครามราคา" รุนแรง เหตุผู้ประกอบการแห่เร่งดันเป้ารายได้ ส่งผลดีผู้บริโภคได้ซื้อบ้านในราคาถูกพร้อมเชื่อมั่นต่อรัฐบาลชุดใหม่ และภาพรวมตลาดบ้านลักชัวรีที่ยังมีความต้องการจากลูกค้าที่กำลังซื้อสูง แม้จะใช้เวลาตัดสินใจนานขึ้น กางโรดแมป 3 ปี (2569–2571) จ่อผุด 5 โครงการแนวราบ 5 ทำเล มูลค่ารวมกว่า 6,130 ล้านบาท พร้อมแตกไลน์แบรนด์ใหม่เจาะตลาดบ้านเดี่ยวราคา ต่ำกว่า 20 ล้านบาท เป็นครั้งแรก และบ้าน 100 ล้านบาทขึ้นไป ในทำเลกรุงเทพกรีฑา ล่าสุดเปิดตัว "แซงเคียม กรุงเทพกรีฑา" ลักชัวรีพูลวิลล่า เอ็กซ์คลูซีฟเพียง 16 ยูนิต ราคา 65-130 ล้านบาท  เตรียมเปิดพรีเซล 18-19 ต.ค. นี้ คาดกว่ายอดขาย 60%ในเฟสแรก คาดรายได้รวมทั้งปีแตะ 1,800 ล้านบาท เท่ากับปี 2567 ที่ผ่านมา

 

นายศุภโชค ปัญจทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอสเซท ไฟว์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ A5 เปิดเผยถึงภาพรวมตลาดอสังหาไตรมาส 4/2568 ว่า อาจจะได้เห็นสงครามราคา(Price War)ที่รุนแรง เพราะเป็นช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี ผู้ประกอบการต่างต้องการทำรายได้ให้เป็นไปตามเป้าที่วางไว้ ซึ่งถือว่าเป็นคนดีดีต่อผู้บริโภค ที่สามารถรับสินค้าในราคาที่ถูกลง และมีอารมณ์ (Sentiment) ในการซื้อที่อยู่อาศัยมากขึ้น สังเกตได้จากการที่มียอดการเข้าเยี่ยมชมโครงการของลูกค้ามากขึ้น ขณะเดียวกันรัฐบาลชุดใหม่ก็มีรัฐมนตรีที่เก่งเป็นมืออาชีพ เข้ามาร่วมทำงานมากขึ้น ทำให้มั่นใจในการบริหารประเทศ

สำหรับภาพรวมตลาดบ้านระดับลักชัวรีขึ้นไป ในปี 2568 ยอมรับว่าด้วยภาพรวมสภาพเศรษฐกิจโลกและในประเทศ บ้านเซกเมนต์ที่บริษัทพัฒนาได้รับผลกระทบบ้างพอสมควร เนื่องจากลูกค้าเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง จึงใช้เวลาในการตัดสินใจซื้อนานขึ้น หากสินค้าตอบโจทย์ ก็จะได้การตอบรับเลือกซื้อในทันที แต่ทั้งนี้ก็มีความกังวลในเรื่องของสงครามราคา แม้ว่ากลุ่มลูกค้าระดับตลาดลักชัวรีขึ้นไป จะมีกำลังซื้อสูงและไม่ค่อยกู้สินเชื่อจากสถาบันการเงินก็ตาม

ส่วนการที่มีกระแสว่าอีก 10 ปีข้างหน้า ตลาดบ้านหรูอาจจะขายยากขึ้นได้ จากปัจจัยที่รายได้ประชาชนไม่สอดคล้องกับราคาบ้านที่สูงขึ้น และหนี้ครัวเรือนที่พุ่งสูงขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่อาจมีภาระหนี้สินมาก หรือการเปลี่ยนแปลงความต้องการที่อยู่อาศัยของคนยุคใหม่ที่อาจหันไปเช่าหรือมองหาการลงทุนระยะยาวในรูปแบบอื่นแทน อีกทั้งสัดส่วน 30% ของประชากรทั้งหมดในประเทศ จะมีอายุเกิน 60 ปี แต่ก็ยังมีความต้องการบ้านอยู่ โดยเฉพาะลูกค้าชาวต่างชาติ ที่สามารถซื้อได้ในรูปแบบของทรัพย์อิงสิทธิ์ หรือในรูปแบบของนิติบุคคล

สำหรับแผนการดำเนินงานระยะเวลา 3 ปี (2569–2571) ของบริษัท เตรียมเปิดตัวโครงการแนวราบระดับลักชัวรีรวม 5 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 6,130 ล้านบาท เพื่อขยายฐานลูกค้าระดับบน และสร้างพอร์ตโครงการรวม 17 โครงการ มูลค่ากว่า 20,560 ล้านบาท ภายในปี 2571 โดยทั้ง 5 โครงการใหม่นั้นปัจจุบันมีที่ดินรองรับการพัฒนาโครงการแนวราบแล้วทั้งหมดได้แก่ ทำเลเลียบทางด่วนเอกมัย-รามอินทรา,กรุงเทพกรีฑา,วัชรพล,พัฒนาการ และราชพฤกษ์ แต่ละแปลงจะมีขนาดที่ดินตั้งแต่ 7-30 ไร่ โดยจะมี 2 แปลง ที่จะพัฒนาภายใต้แบรนด์ใหม่ คือ ราชพฤกษ์ และเลียบทางด่วนเอกมัย-รามอินทรา พัฒนาเป็นเป็นบ้านเดี่ยว ระดับราคาต่ำกว่า 20 ล้านบาทเป็นครั้งแรก ที่คาดว่าจะเปิดตัวประมาณปี 2570 ซึ่งการที่พัฒนาบ้านระดับราคาดังกล่าว เนื่องจากมองเห็นช่องว่างทางการตลาด และมีความมั่นใจในสินค้าและทำเลที่เลือก ว่ายังมีความต้องการและสามารถพัฒนาสินค้าที่ตอบโจทย์ได้

ส่วนทำเลกรุงเทพกรีฑา จะเป็นการพัฒนาบ้านเดี่ยวแบรนด์ใหม่ ราคาสูงกว่า 100 ล้านบาทขึ้นไป เป็นครั้งแรก  โดยมีพื้นที่ใช้สอยมากกว่า 1,000 ตารางเมตรขึ้นไป ความคืบหน้าขณะนี้อยู่ในระหว่างการออกแบบ จึงยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้

ล่าสุดได้เปิดตัวโครงการ“แซงเคียม กรุงเทพกรีฑา” (Cinquième Krungthep Kreetha) ตั้งอยู่บนทำเลทองย่านกรุงเทพกรีฑา บนพื้นที่ประมาณ 10 ไร่ พัฒนาในรูปแบบของบ้านลักชัวรี ขนาดตั้งแต่ 130- 210 ตารางวา ราคาตั้งแต่ 65-130 ล้านบาท จำนวนเพียง 16 ยูนิต มูลค่า 1,370 ล้านบาท โดยแบ่งการพัฒนาออกเป็น 2 เฟสๆแรก จำนวน 7 ยูนิต และเฟส 2 จำนวน 9 ยูนิต ซึ่งจะเปิดพรีเซลเฟสแรกในวันที่ 18-19 ตุลาคม 2568 นี้ คาดว่าจะสามารถทำยอดขายได้ประมาณ 60% จากจำนวน 7 ยูนิต หรือคิดเป็นสัดส่วน 20-30% จากทั้งโครงการ

โครงการ“แซงเคียม กรุงเทพกรีฑา” (Cinquième Krungthep Kreetha) มีความเอ็กซ์คลูซีฟสูงสุด ด้วยจำนวนเพียง 16 ยูนิต แต่ละหลังออกแบบเป็น Grand Pool Villa ขนาดใหญ่พร้อมลิฟต์ส่วนตัว พื้นที่ใช้สอยตั้งแต่ 655–805 ตารางเมตร(ตร.ม.) เชื่อมโยงพื้นที่ Indoor และ Outdoor อย่างลงตัว ตลอดจนเลือกใช้วัสดุเกรดพรีเมียมจากแบรนด์ชั้นนำระดับโลก อาทิ Gessi, Kohler, TOTO

โดยแบบบ้านแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบ ได้แก่

Majesté: พื้นที่ใช้สอย 805 ตร.ม. 5 ห้องนอน 6 ห้องน้ำ 5 ที่จอดรถ

Maison Privée: พื้นที่ใช้สอย 655 ตร.ม. 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ 4 ที่จอดรถ

A5 ยังคงมุ่งพัฒนาโครงการภายใต้หลักการ Sustainable Growth สร้างการเติบโตควบคู่กับความยั่งยืน ทั้งในด้านสิ่งแวดล้อม คุณภาพชีวิต และคุณค่าทางเศรษฐกิจ สะท้อนวิสัยทัศน์ขององค์กรที่ต้องการ “เติบโตอย่างมีความหมาย” เพื่อยกระดับมาตรฐานการอยู่อาศัยของตลาดบ้านหรูไทยอย่างต่อเนื่อง

ทำเลกรุงเทพกรีฑา กำลังกลายเป็นทำเลศักยภาพของกลุ่มบ้านหรูระดับบน โดย A5 ออกแบบโครงการนี้ภายใต้แนวคิด “The Fifth Dimension of Privacy Living” ยกระดับความเป็นส่วนตัวให้เหนือกว่า 5 มิติ ได้แก่

The Privacy of Space : ทุกตารางเมตรคือพื้นที่แห่งความสงบ

The Privacy of Freedom : อิสระสูงสุดที่จะใช้ชีวิตตามไลฟ์สไตล์ของแต่ละครอบครัว

The Privacy of Sense : ความสงบที่เยียวยาทั้งร่างกายและจิตใจ

The Privacy of Soul : ที่ที่สามารถคืนสมดุลและพลังให้คุณกลับมาเป็นตัวเอง

The Privacy of Continuity : ความสง่างามที่ส่งต่อเป็นมรดกแห่งคุณค่าไปสู่รุ่นถัดไป

แรงบันดาลใจของแบรนด์มาจาก CinquièmeArrondissement เขตที่ 5 กรุงปารีส ย่านที่ผสานความคลาสสิกเข้ากับความทันสมัย ถ่ายทอดคุณภาพชีวิตที่สมดุลระหว่างความสงบและความสะดวกสบาย A5 จึงออกแบบแบรนด์นี้เพื่อสะท้อน “ความหรูหราที่ไม่ต้องอวด” หรือ “Quiet Luxury” ที่แสดงออกผ่านความเรียบง่าย พิถีพิถัน และความงามในรายละเอียด

A5 ยังให้ความสำคัญกับ “Quality of Life” โดยเฉพาะ “ความสุขและพื้นที่ในบ้าน” ซึ่งกลายเป็นหัวใจสำคัญของการอยู่อาศัยในยุคปัจจุบัน บ้านทุกหลังจึงถูกออกแบบให้ตอบโจทย์การใช้ชีวิตจริง มีพื้นที่ใช้สอยที่กว้างขวาง รองรับการอยู่อาศัยของทุกเจเนอเรชัน และเติมเต็มสุนทรียะแห่งการอยู่อาศัยด้วยแนวคิด “The Serenity Within” ผ่านการเลือกใช้วัสดุธรรมชาติ โทนสีอบอุ่น และแสงเงาที่สมดุล

และเพื่อตอกย้ำภาพลักษณ์ระดับ Ultra Luxury A5 ได้ร่วมมือกับ Euro Creations ผู้เชี่ยวชาญธุรกิจด้าน Living & Lifestyle ที่สร้างสรรค์ทุกพื้นที่การใช้ชีวิต ผ่านแบรนด์ระดับโลก  คัดสรรแบรนด์อิตาเลียนชั้นนำ Molteni&C และ PoltronaFrau เพื่อสะท้อนรสนิยมของลูกค้ากลุ่มบนที่ให้คุณค่ากับคุณภาพและรายละเอียดของงานฝีมือระดับโลก

สำหรับผลประกอบการครึ่งปีแรก 2568 บริษัทมีรายได้รวม 698.45 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 101.23 ล้านบาท อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 37.54% สะท้อนถึงประสิทธิภาพการบริหารต้นทุนและความแข็งแกร่งของดีมานด์ในตลาดบ้านหรู ขณะที่ Interest Coverage Ratio อยู่ที่ 3.09 เท่า สูงกว่าข้อกำหนดขั้นต่ำ 2.50 เท่า แสดงถึงฐานะทางการเงินที่มั่นคง โดยมี Net IBD/E 1.00 เท่า และ DE Ratio 1.42 เท่า ซึ่งอยู่ในระดับปลอดภัยต่อการเติบโตระยะยาว คาดว่าทั้งปีจะมีรายได้รวมที่ 1,800 ล้านบาท เท่ากับปี 2567 ที่ผ่านมา

ปัจจุบันบริษัทมี Backlog มูลค่า 436 ล้านบาท (ข้อมูล 30 กันยายน) ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ตั้งแต่ไตรมาส 4/2568 เป็นต้นไป ท่ามกลางภาวะตลาดที่ยังท้าทาย สะท้อนถึงศักยภาพในการบริหารพอร์ตและความเชื่อมั่นจากกลุ่มลูกค้าเรียลดีมานด์

“ที่ผ่านมา A5 สร้างผลงานเด่นอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น Cinq Royal Krungthep Kreethaมูลค่า 3,500 ล้านบาท ที่ขายหมดและโอนกรรมสิทธิ์ครบทุกยูนิตภายในเวลาเพียง 2 ปี 9 เดือน สะท้อนความเชื่อมั่นในแบรนด์ รวมถึงโครงการ VANA Ratchapruek–Westville และ Cinq Royal The Eighteen Bangna KM.7 ที่ได้รับการตอบรับอย่างดีจากตลาด และล่าสุดเตรียมต่อยอดความสำเร็จด้วยการเปิดตัวแบรนด์ใหม่ “แซงเคียม กรุงเทพกรีฑา” (Cinquième Krungthep Kreetha) Private Pool Villa ระดับลักชัวรี่”นายศุภโชค กล่าว

ด้าน นายอานันท์ อมรรัตนเวช รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ยูโร ครีเอชั่น จำกัด กล่าวว่า Euro Creations” ภูมิใจที่ได้ร่วมงานกับ A5 ในการสร้างโครงการระดับ Ultra Luxury อย่าง Cinquième โดยทาง A5 ได้เลือกใช้เฟอร์นิเจอร์จาก Molteni&C และ Poltrona Frau ซึ่งเป็น Iconic World-class Brands ที่สะท้อนแก่นของความมีระดับในแบบ "Quiet Luxury" ที่ถ่ายทอด Italian Craftsmanship และ Quality Living ที่ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้า Ultra Luxury ของ Cinquièmeได้อย่างสมบูรณ์แบบ

 

You can share this post!