“พิพัฒน์” ปักหมุดคมนาคมใหม่ ลดภาระประชาชนวันนี้ ปูรากฐานโครงสร้างพื้นฐานสู่อนาคต
คมนาคม

“พิพัฒน์” ปักหมุดคมนาคมใหม่ ลดภาระประชาชนวันนี้ ปูรากฐานโครงสร้างพื้นฐานสู่อนาคต

กระทรวงคมนาคม กลายเป็นศูนย์กลางความสนใจ เมื่อ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมทีมบริหาร ออกมาประกาศนโยบาย 3 ยุทธศาสตร์ใหญ่ ที่จะเป็นตัวพลิกเกมการคมนาคมไทยในยุครัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ภายใต้การบริหารงานที่จำกัดเวลาเพียงแค่ 4 เดือน

หัวใจของนโยบายนี้คือแนวคิด“เดินทางสะดวก ปลอดภัย ลดภาระประชาชน วางโครงสร้างพื้นฐานสมัยใหม่ เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สู่ศูนย์กลางคมนาคมของภูมิภาค”

1.ลดภาระประชาชนทันที : รถไฟฟ้า 20 บาท ตลอดสาย

มาตรการที่ประชาชนสัมผัสได้ชัดที่สุดคือการ ขยายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ครอบคลุมสายสีแดงและสายสีม่วง ไปจนถึงสิ้นเดือนพฤศจิกายน 2568 ซึ่งถือเป็นการ “อัดฉีด” เพื่อลดค่าครองชีพคนเมืองโดยตรง

นอกจากนั้น กระทรวงฯ ยังเร่งตรวจสอบความปลอดภัยโครงการก่อสร้างใหญ่ทั่วประเทศ และแก้ปัญหาน้ำท่วมในหลายจังหวัด โดยสั่งการกรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท และกรมเจ้าท่า เปิดเส้นทางและจัดการสิ่งกีดขวางอย่างเร่งด่วน

บทวิเคราะห์ : รถไฟฟ้า 20 บาท อาจกลายเป็น “จุดขายทางการเมือง” ของรัฐบาลชุดนี้ หากขยายผลครอบคลุมสายอื่น ๆ ในอนาคต ย่อมช่วยปลดล็อกต้นทุนการเดินทางของแรงงานและผู้มีรายได้น้อยในเมืองใหญ่ได้จริง

2. เร่งโครงการเห็นผลเร็ว : เปิดถนน–มอเตอร์เวย์–รถไฟทางคู่

นายพิพัฒน์ตั้งเป้าให้ประชาชนเห็นผลเป็นรูปธรรมภายในปี 2569 โดยมีหลายโครงการเดินหน้าแล้ว เช่น

• ถนนพระราม 2 : ช่วงบางขุนเทียน–เอกชัย เปิดตุลาคมนี้ และเอกชัย–บ้านแพ้ว เปิดก่อนสงกรานต์ 2569

• มอเตอร์เวย์ M81 (บางใหญ่–กาญจนบุรี) เปิดตุลาคม 2568

• มอเตอร์เวย์ M6 (บางปะอิน–โคราช) เปิดต้นปี 2569

• สะพานมิตรภาพไทย–ลาวแห่งที่ 5 (บึงกาฬ–บอลิคำไซ)

• รถไฟทางคู่ 3 เส้นทาง : ชุมพร–สุราษฎร์ฯ, สุราษฎร์ฯ–หาดใหญ่, หาดใหญ่–ปาดังเบซาร์

• โครงการแก้รถติดภูเก็ต : ทางพิเศษกะทู้–ป่าตอง และถนนแนวใหม่ บ้านเมืองใหม่–สนามบินภูเก็ต

• ผลักดัน รถเมล์ไฟฟ้า (EV Bus) แทนรถเมล์ร้อน ลดมลพิษในเมือง

บทวิเคราะห์ : การเร่งเปิดใช้ถนน พระราม 2 และมอเตอร์เวย์ เป็น “ไฟต์บังคับ” ที่ประชาชนจับตา เพราะเป็นปัญหาคาราคาซังมานาน หากรัฐบาลชุดนี้ทำได้ตามสัญญา จะกลายเป็นเครดิตสำคัญด้านผลงาน

3. ปูรากฐานระยะยาว : ไทยสู่ศูนย์กลางโลจิสติกส์ภูมิภาค

แผนอนาคตของคมนาคมไทยไม่ได้หยุดที่การแก้ปัญหาประจำวัน แต่ไปไกลถึงระดับ “ภูมิภาค” โดยโครงการที่ถูกหยิบขึ้นมา เช่น

• LANDBRIDGE เชื่อมราง–ถนน–ท่อ–ท่าเรือ ปรับไทยสู่ฮับโลจิสติกส์เอเชีย

• รถไฟสายใหม่ : ขอนแก่น–หนองคาย, บ้านไผ่–มุกดาหาร–นครพนม, เด่นชัย–เชียงราย–เชียงของ

• รถไฟความเร็วสูง กรุงเทพฯ–โคราช

• รถไฟฟ้าในกรุงเทพฯ : เดินหน้าสายสีส้ม, สีม่วง, ต่อขยายสายสีแดง

• ขยายขีดความสามารถสนามบิน สุวรรณภูมิ–ดอนเมือง–เชียงใหม่ รองรับการท่องเที่ยว

• สะพานเกาะลันตา (กระบี่) และ สะพานเชื่อมทะเลสาบสงขลา ลดเวลาการเดินทางระหว่างจังหวัด

• ปรับปรุงกฎหมายคมนาคมให้ทันสมัย รองรับเทคโนโลยีใหม่ เช่น Smart Mobility และระบบขนส่งไฟฟ้า

บทวิเคราะห์ : โครงการ LANDBRIDGE และรถไฟสายใหม่ คือการปักหมุดอนาคตประเทศไทย หากเดินหน้าได้จริง จะยกระดับขีดความสามารถแข่งขันของไทยสู้กับ “สิงคโปร์–มาเลเซีย–เวียดนาม” ที่กำลังลงทุนโครงสร้างพื้นฐานแข่งกันอย่างเข้มข้นเสียงยืนยันจาก “เจ้ากระทรวงคมนาคม”

นายพิพัฒน์กล่าวปิดท้ายว่า“นโยบายคมนาคมในยุครัฐบาลนี้ ไม่ใช่แค่เรื่องการสร้างถนนหรือรถไฟ แต่คือการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้ประชาชน และสร้างศักยภาพการแข่งขันของประเทศไทยในเวทีโลก เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน”

รายงานพิเศษครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า คมนาคมไทยในมือ “พิพัฒน์” มีทั้ง “ยาทันใจ” ที่ประชาชนได้ใช้จริงวันนี้ และ “แผนแม่บทใหญ่” ที่จะขับเคลื่อนประเทศในวันพรุ่งนี้

โจทย์สำคัญคือ จะทำได้จริงตามสัญญาหรือไม่? เพราะหากทำสำเร็จ “คมนาคม” จะไม่ใช่แค่ระบบการเดินทาง แต่คือเครื่องยนต์หลักที่ยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทย และดันประเทศสู่เวทีเศรษฐกิจโลก

You can share this post!