สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า ชี้ Green Data Center เป็นโอกาสทางในการลงทุนด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลและสิ่งแวดล้อม แนะทุกภาคส่วนควรส่งเสริมและสนับสนุนในการพัฒนา Green Data Center เพื่อช่วยให้ภาคธุรกิจไทยสามารถแข่งขันและพร้อมเปลี่ยนผ่านสู่เทคโนโลยีดิจิทัลและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ปัจจุบันเทคโนโลยีมีบทบาทต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจเป็นอย่างมาก ส่งผลให้ข้อมูลถูกสร้างและแลกเปลี่ยนกันมากขึ้น และทำให้เกิดความต้องการพื้นที่สำหรับจัดเก็บข้อมูล หรือ Data Center อย่างไรก็ตาม Data Center ต้องใช้พลังงานจำนวนมากสำหรับเซิร์ฟเวอร์ และระบบระบายความร้อน ทำให้ Data Center แต่ละแห่งต้องวางแผนการใช้พลังงาน และมีการกำหนดมาตรฐานความยั่งยืนให้กับ Data Center ก่อให้เกิดการพัฒนา Green Data Center ที่ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

“Green Data Center คือ ศูนย์ข้อมูลที่ออกแบบและดำเนินงานที่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด อาทิ การออกแบบอาคารและก่อสร้างโดยใช้วัสดุก่อสร้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การใช้ระบบควบคุมอุณหภูมิและแสงสว่างในอาคารอัตโนมัติ การติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ การซื้อไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานสะอาด และการใช้เทคโนโลยี AI, Internet of Things, Machine Learning และ Cloud Computing เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานและหมุนเวียนพลังงานความร้อนกลับมาใช้ใหม่ นอกจากนี้ Green Data Center ยังช่วยลดต้นทุนเกี่ยวกับพลังงานและทรัพยากร ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม เช่น ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เพิ่มประสิทธิภาพของการใช้พลังงาน (energy efficiency) รวมถึงเสริมสร้างภาพลักษณ์ขององค์กรให้มีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม และตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืน”นายพูนพงษ์ กล่าว
จากข้อมูลของบริษัทวิจัยด้านการตลาด Grand View Research ประเมินว่า ในปี 2567 การลงทุนใน Green Data Center ทั่วโลก มีมูลค่าถึง 7.05 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ และในช่วงปี 2568 – 2573 มีแนวโน้มเติบโต เฉลี่ยร้อยละ 19 ต่อปี ซึ่งเป็นผลมาจากการส่งเสริมของภาครัฐในประเทศต่าง ๆ
สำหรับ การลงทุนใน Data Center ในไทยมีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2567 มีการขอรับการส่งเสริมการลงทุนกิจการ Data Center จากหลากหลายสัญชาติ มูลค่าการลงทุน 2.41 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมากจากปี 2566 โดยส่วนใหญ่เป็นการลงทุนของบริษัทด้านเทคโนโลยีชั้นนำของโลกและผู้ให้บริการ Data Center รายใหญ่ อาทิ Amazon Web Service (AWS), Google, Microsoft และ Equinix จากสหรัฐอเมริกา NEXTDC จากออสเตรเลีย และ Huawei Technologies จากจีน และในช่วงมกราคม – มิถุนายน 2568 มีการขอรับการส่งเสริมการลงทุนในกิจการ Data Center จำนวน 28 โครงการ มูลค่าการลงทุนกว่า 5.21 แสนล้านบาท อาทิ บริษัท Beijing Haoyang Cloud Data Technology จากจีน และบริษัทในเครือ Empyrion Digital จากสิงคโปร์
อย่างไรก็ตาม ไทยยังไม่มีนโยบายหรือมาตรการส่งเสริม Green Data Center เป็นการเฉพาะ ส่งผลให้การพัฒนา Green Data Center ของไทยยังมีความท้าทายหลายประการ อาทิ กำลังผลิตพลังงานหมุนเวียนค่อนข้างน้อยและแหล่งผลิตพลังงานหมุนเวียนยังมีข้อจำกัด ทั้งด้านปริมาณและเสถียรภาพ กฎระเบียบและมาตรฐานในการรับรอง Green Data Center ยังไม่ชัดเจน การขาดแคลนแรงงานที่มีทักษะด้านเทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม การคืนทุนของ Green Data Center ใช้ระยะเวลายาวนานกว่า Data Center ทั่วไป เนื่องจากมีต้นทุนสูงจากการลงทุนในเทคโนโลยีประหยัดพลังงาน และความไม่แน่นอนของนโยบายของสหรัฐอเมริกา
นายพูนพงษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ประเทศไทยจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเติบโตให้กับ Green Data Center ทั้งการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษา เพื่อวิจัยและพัฒนา และฝึกอบรมบุคลากร การให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีและการให้ความช่วยเหลือในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน การกำหนดมาตรฐาน/การรับรอง Green Data Center และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะพลังงานสะอาด ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการดึงดูดการลงทุนและยกระดับความสามารถในการแข่งขันของภาคธุรกิจไทยให้พร้อมเปลี่ยนผ่านสู่เทคโนโลยีดิจิทัลและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน