กว่า 20 ปีที่ผ่านมา “ท่าเรือระนอง” เคยเป็นเพียงท่าเรือภูมิภาคที่ถูกมองข้าม ขาดทุนต่อเนื่องยาวนานจนหลายฝ่ายตั้งคำถามถึงอนาคต แต่วันนี้ เส้นทางใหม่ได้ถูกเปิดขึ้น เมื่อท่าเรือแห่งนี้สามารถพลิกฟื้นกลับมามีกำไรได้สำเร็จ
ปีงบประมาณ 2567 ปิดงบด้วยกำไร 300,000 บาท และปี 2568 ยิ่งสร้างความประหลาดใจด้วยกำไรที่พุ่งแรงถึง 5 ล้านบาท ถือเป็นการพลิกโฉมในรอบ 20 ปี
ก้าวแรกของการพลิกฟื้น
นายเกรียงไกร ไชยศิริวงศ์สุข ผู้อำนวยการการท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานในรอบ 11 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2568 (ต.ค.67–ส.ค.68) มีปริมาณตู้สินค้าผ่านท่า 6,300 ที.อี.ยู. และคาดทั้งปีจะเพิ่มเป็น 6,400 ที.อี.ยู. ขยายตัวกว่า 140% จากปีก่อนหน้า แม้ปริมาณสินค้าทั่วไปจะลดลงจากการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากเมียนมาที่ชะลอตัว แต่สินค้าส่งออกกลับเติบโตต่อเนื่อง ทั้ง กระดาษม้วน ปูนซีเมนต์ ปุ๋ย เม็ดพลาสติก ยางรถยนต์ และอุปกรณ์สุขภัณฑ์
“สิ่งที่เห็นชัดคือความเชื่อมั่นที่ผู้ประกอบการมีต่อท่าเรือระนอง โดยเฉพาะจากประเทศเมียนมาที่หันมาใช้เส้นทางนี้มากขึ้น รวมถึงกลุ่มเรือสนับสนุนอุตสาหกรรมปิโตรเลียมก็เลือกใช้บริการผ่านท่าเรือระนองเพิ่มขึ้น นี่คือปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้ท่าเรือสามารถพลิกกลับมามีกำไรได้”
Western Gateway ของไทย
ท่าเรือระนองตั้งอยู่บนทำเลเชิงยุทธศาสตร์ฝั่งทะเลอันดามัน เชื่อมตรงสู่อ่าวเบงกอล และมีศักยภาพในการเชื่อมต่อกับประเทศในกลุ่ม BIMSTEC (บังกลาเทศ อินเดีย ศรีลังกา เมียนมา เนปาล ภูฏาน) ไปจนถึงตะวันออกกลาง แอฟริกา และยุโรป
กทท. ได้ลงนาม MOU กับท่าเรือพันธมิตรในบังกลาเทศ อินเดีย และศรีลังกา พร้อมจัดประชุม Joint Working Group อย่างต่อเนื่อง เพื่อพัฒนาเครือข่ายความร่วมมือด้านโลจิสติกส์และการค้าในภูมิภาค
Sandbox ของ Land Bridge
นายเกรียงไกรยังระบุว่า ท่าเรือระนองจะมีบทบาทสำคัญในการเป็น Sandbox ของโครงการ Land Bridge ชุมพร–ระนอง โดยจะทดลองระบบ Multimodal Transport, ระบบดิจิทัลโลจิสติกส์, ระบบศุลกากร และโมเดล Green Port เพื่อรองรับมาตรการด้านสิ่งแวดล้อม
“การเป็น Sandbox ไม่ใช่แค่การทดสอบระบบ แต่คือการปูรากฐานให้ท่าเรือระนองกลายเป็นต้นแบบการพัฒนาท่าเรือใหม่ในอนาคต และสร้างความมั่นใจว่าการลงทุน Land Bridge จะเดินไปในทิศทางที่ถูกต้อง”
จากท่าเรือภูมิภาคสู่เวทีโลก
แม้กำไร 5 ล้านบาทของปี 2568 อาจดูไม่มากนักเมื่อเทียบกับท่าเรือใหญ่ระดับโลก แต่ในมิติของ “การพลิกฟื้นหลังขาดทุนยาว 20 ปี” มันคือ ก้าวกระโดดที่มีนัยสำคัญ และสะท้อนว่า “ฝั่งอันดามัน” กำลังกลายเป็นเส้นเลือดใหม่ทางเศรษฐกิจที่ไทยต้องใช้ให้เป็นประโยชน์สูงสุด
ท่าเรือระนองวันนี้ ไม่ใช่แค่ท่าเรือที่ถูกลืม แต่กำลังจะเป็นหัวใจใหม่ของการค้าไทย เชื่อมต่อเอเชียใต้ BIMSTEC และตลาดโลกในอนาคต