ซิสโก้ ส่งสัญญาณเตือนองค์กรไทยเร่งยกระดับโครงสร้างพื้นฐานไอที รับความต้องการด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่กำลังเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด ท่ามกลางกระแสดาต้าเซ็นเตอร์ในประเทศที่คาดว่าจะขยายตัวถึง 3 เท่าในช่วง 3 ปีข้างหน้า พร้อมผลักดันประเทศสู่การเป็น “ศูนย์กลางเชิงกลยุทธ์สำหรับดาต้าเซ็นเตอร์” หากไทยไม่เร่งพัฒนาศักยภาพ อาจเสียโอกาสทางการแข่งขันในเศรษฐกิจดิจิทัลโลก

นายวีระ อารีรัตนศักดิ์ กรรมการผู้จัดการ ซิสโก้ประจำประเทศไทยและเมียนมา เปิดเผยว่า จากผลการศึกษา Cisco’s 2025 Networking Report ระบุว่า ปัจจุบันดาต้าเซ็นเตอร์ในไทยมีไม่ถึง 1 ใน 3 ที่ได้รับการปรับแต่งให้เหมาะสมกับงาน AI ที่มีความซับซ้อน ขณะที่ผู้บริหารไอทีไทยซึ่งเข้าร่วมการสำรวจใน Cisco’s 2024 AI Readiness Index ต่างเห็นตรงกันว่าการใช้ AI กลายเป็น “ความจำเป็นเร่งด่วน” แต่กลับเผชิญแรงกดดันจากข้อจำกัดของโครงสร้างพื้นฐานเดิม ทั้งด้านประสิทธิภาพ ความซับซ้อน และความน่าเชื่อถือ โดยเทคโนโลยี AI กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วกว่าเดิมหลายเท่า ขณะที่องค์กรไทยมีเวลาจำกัดในการเตรียมโครงสร้างที่พร้อมและปลอดภัย หากไม่เร่งลงทุนเพื่อรองรับ จะเสี่ยงถูกทิ้งไว้เบื้องหลังในตลาดการแข่งขันระดับโลก
“งาน AI ในปัจจุบันต้องการประสิทธิภาพจากเครือข่ายมากกว่าที่โครงสร้างแบบเดิมจะรองรับได้ จากผลการศึกษา Cisco's 2025 Networking Report ผู้นำด้านไอทีไทยมองว่า ดาต้าเซ็นเตอร์ ‘น้อยกว่าหนึ่งในสาม’ ได้รับการปรับให้เหมาะสมกับงาน AI ที่มีความสามารถขั้นสูง ด้วยความจุศูนย์ข้อมูลของไทยที่คาดว่าจะขยายตัวสามเท่าใน 3 ปีข้างหน้า องค์กรไทยจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนวิธีการออกแบบ ขยายขนาด และรักษาความปลอดภัยของโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับความต้องการด้าน AI” นายวีระ กล่าว

โดยปี 2567 ที่ผ่านมา ซิสโก้มีอัตราการเติบโตด้าน AI อย่างต่อเนื่อง และมียอดคำสั่งซื้อโครงสร้างพื้นฐาน AI มากกว่า 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปีงบประมาณ 2568 สูงกว่าเป้าหมายเดิมที่ 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ถึง 2 เท่า สะท้อนความต้องการที่พุ่งสูงจากทั้งองค์กรและผู้ให้บริการดาต้าเซ็นเตอร์ ขณะเดียวกัน ซิสโก้ยังเดินหน้าขยายโซลูชันเชิงรุก อาทิ Cisco Secure AI Factory ที่พัฒนาร่วมกับ NVIDIA ช่วยให้การสร้างเครือข่ายดาต้าเซ็นเตอร์พร้อมใช้งาน AI ง่ายขึ้น พร้อมฝังระบบรักษาความปลอดภัยในทุกระดับด้วย Cisco AI Defense และ Hybrid Mesh Firewall นอกจากนี้ยังมีโซลูชันอื่นๆ เช่น Unified Nexus Dashboard ที่รวบรวมข้อมูล การควบคุม การบังคับใช้นโยบาย และการจัดการเครือข่ายประเภทต่างๆ ไว้ในหน้าจอเดียว ทำให้ทีมไอทีสามารถปฏิบัติงาน และบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ

“เทคโนโลยีกำลังพัฒนาไปอย่างรวดเร็วกว่าที่ผ่านมา และองค์กรในไทยมีเวลาจำกัดในการเตรียมโครงสร้างที่สำคัญและปลอดภัยสำหรับ AI อย่างเหมาะสม ด้วย การรวมเครือข่าย, ความปลอดภัย, การสังเกตการณ์ และการทำงานร่วมกัน ซิสโก้พร้อมช่วยองค์กรในไทยเชื่อมต่อและปกป้องข้อมูลในยุค AI พร้อมทั้งใช้ประโยชน์จาก AI และเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล”นายวีระ กล่าว
ด้วยความเป็นผู้นำด้านเครือข่าย และความปลอดภัยในไทยมากกว่า 30 ปี ซิสโก้มุ่งมั่นในการเชื่อมต่อผู้คน สถานที่ แอปพลิเคชัน ข้อมูล และอุปกรณ์ต่างๆ พร้อมทั้งปกป้ององค์กรไทยจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ การหยุดทำงานของระบบ และความเสี่ยงด้านการปฏิบัติตามกฎระเบียบ กลยุทธ์ดังกล่าวมุ่งตอบโจทย์ 3 แกนหลัก ได้แก่

1.ดาต้าเซ็นเตอร์ที่พร้อมใช้งาน AI : เปลี่ยนดาต้าเซ็นเตอร์ให้สามารถขับเคลื่อนงาน AI ได้ทุกที่ รองรับการประมวลผลและการขยายตัวที่รวดเร็ว
2.สถานที่ทำงานแห่งอนาคต : ทำสถานที่ทำงานให้ทันสมัยในการรองรับการทำงานของผู้คนและเทคโนโลยี รวมถึงการให้บริการลูกค้า
3.ความยืดหยุ่นทางดิจิทัล : สร้างความแข็งแกร่งให้กับดาต้าเซ็นเตอร์ สถานที่ทำงาน และโครงสร้างดิจิทัลทั้งหมดให้มีความยืดหยุ่นต่อภัยคุกคามทุกประเภท ด้วยระบบรักษาความปลอดภัย การรับประกันคุณภาพ และการตรวจสอบระบบที่ล้ำสมัย

การเข้าซื้อกิจการเชิงกลยุทธ์อย่าง Splunk และ Robust Intelligence ได้เสริมความแข็งแกร่งให้กับการเป็นผู้นำของซิสโก้ ในด้านความปลอดภัย การสังเกตการณ์ และการรับประกันคุณภาพ การบูรณาการกับ Splunk ช่วยให้องค์กรสามารถมองเห็น และวิเคราะห์ข้อมูลได้อย่างครอบคลุมทั่วทั้งเครือข่าย รวมถึงระบบรักษาความปลอดภัย แอปพลิเคชัน และข้อมูลทางธุรกิจ ทำให้สามารถตัดสินใจเชิงรุกโดยมีข้อมูลประกอบ เพื่อผลลัพธ์ทางธุรกิจที่ดีขึ้น
นอกจากการพัฒนานวัตกรรมแล้ว โปรแกรม Country Digital Acceleration Program ของซิสโก้ยังช่วยผลักดันการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลของโครงสร้างพื้นฐานระดับประเทศ และสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจท้องถิ่น โดยโปรแกรมพัฒนาทักษะ IT สู่การทำงานระดับโลกอย่าง Cisco Networking Academy ได้มอบทักษะดิจิทัลที่จำเป็นด้าน AI, Cybersecurity และ Networking ให้กับนักเรียนไทยมากกว่า 117,000 คน ตั้งแต่ก่อตั้ง ช่วยให้พวกเขามีความพร้อมในการเข้าร่วมเศรษฐกิจดิจิทัล และรองรับความต้องการแรงงานคุณภาพในตลาดโลก ซึ่งหากไทยสามารถยกระดับดาต้าเซ็นเตอร์และโครงสร้างพื้นฐาน AI ได้ทันตามกระแส จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในระดับภูมิภาค และดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติในฐานะศูนย์กลางดาต้าเซ็นเตอร์ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้