3 สมาคมอสังหาริมทรัพย์ ผนึกกำลังจัดงานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 48 บนพื้นที่กว่า 6,000 ตารางเมตร ผู้ประกอบการกว่า 150 บริษัท และยกทัพโครงการกว่า 1,000 โครงการทั่วประเทศเข้าร่วม พบ 5 ยักษ์อสังหาฯ จองพื้นที่จัดงานมากสุดถึง 50% แห่อัดโปรโมชั่นแรงที่สุดในรอบ 10 ปี ครอบคลุมทุกประเภทที่อยู่อาศัย มั่นใจผู้บริโภคซื้อที่อยู่อาศัยในงาน ได้บ้าน-คอนโดฯราคาพิเศษสุด คาดกวาดยอดจองในงานมากกว่า 20,000 ล้านบาท

นายองคฤทธิ์ พรหมโยธี ประธานจัดงานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 48 ซึ่งจัดโดย สมาคมอาคารชุดไทย,สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร และสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย เปิดเผยว่า แม้ตลาดอสังหาฯ ปี 2568 นี้ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ แต่สัญญาณเริ่มชัดเจนว่าการติดลบจะลดลง ปัจจัยบวก เช่น แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยที่ปรับลด มาตรการรัฐลดค่าโอนและจดจำนอง รวมถึงการผ่อนเกณฑ์มาตรการสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย (Loan to Value : LTV) ล้วนส่งผลในเชิงบวก โดยเฉพาะในช่วงปลายปีที่ประเมินว่าจะเป็นจังหวะสำคัญให้ผู้บริโภคกลับมาตัดสินใจซื้อเพิ่มขึ้น และจะเป็นแรงส่งให้ปี 2569 เคลื่อนไหวไปในทิศทางสดใสขึ้น
สำหรับรัฐบาลชุดใหม่ ที่นำโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี คนที่ 32 นั้นจะมีมาตรการใหม่ๆออกมาสนับสนุนภาคธุรกิจอสังหาฯอย่างไรนั้น คงต้องรอดูนโยบายของรัฐบาลก่อน แต่โดยภาพรวม ทุกคนมีความตื่นตัวกับทีมรัฐมนตรีชุดนีน้ เพราะได้มีการนำบุคคลจากภายนอกเข้ามาร่วมบริหารประเทศด้วย ซึ่งอาจจะได้เห็นอะไรใหม่ๆ และก็สอดคล้องกับธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) ที่มีผู้ว่าการและทีมงานชุดใหม่ เช่นกัน
ล่าสุดทั้ง 3 สมาคมฯได้เตรียมจัด “งานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 48” ระหว่างวันที่ 30 ตุลาคม ถึง 2 พฤศจิกายน 2568 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ฮอลล์ 5 ชั้น LG ภายใต้แนวคิด “New Marketplaces, Serve Supply on Every Demand” พร้อมกลยุทธ์ “Fast Track – ทางด่วนคนอยากมีบ้าน” ที่ออกแบบมาเพื่อทำให้ทุกขั้นตอนของการซื้อบ้านหรือคอนโดฯง่ายและรวดเร็วขึ้น
โดยในปีนี้ถือเป็นปรากฏการณ์ Outstanding ของแท้ เพราะพื้นที่จัดงานถูกจับจองเต็ม 100% ทุกตารางเมตร สูงสุดเป็นประวัติการณ์ ตอกย้ำถึงความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการที่มีต่อเวทีมหกรรมบ้านและคอนโด และสะท้อนจากการจัดงานมหกรรมการบ้านและคอนโด ครั้งที่ 47 ที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก ด้วยยอดขายถึง 20,000 ล้านบาท โดยมีผู้ประกอบการกว่า 150 บริษัท และยกทัพโครงการกว่า 1,000 โครงการทั่วประเทศเข้าร่วม ส่งผลให้ 5 ผู้ประกอบการอสังหาฯรายใหญ่ในตลาด แห่จองพื้นที่บูธ รวมกันประมาณ 50% ของพื้นที่จัดงานทั้งหมดกว่า 6,000 ตารางเมตร โดยบริษัท แสนสิริ จำกัด(มหาชน) หรือ SIRI จองพื้นที่มากสุด จำนวน 32 บูธ รองลงมาเป็น บริษัท เอพี(ไทยแลนด์) จำกัด(มหาชน) หรือ AP จำนวน 28 บูธ อันดับ 3 คือ บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด(มหาชน) หรือ ORI จำนวน 26 บูธ ส่วนอันดับ 4 และ 5 มีจำนวนบูธที่เท่าคือ บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด(มหาชน) หรือ SC และบริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด(มหาชน) หรือ ANAN รายละ 24 บูธ

“ต้องขอขอบคุณทุกบริษัทที่ร่วมขับเคลื่อนตลาดอสังหาฯ ไทยให้โดดเด่นและก้าวสู่ความยั่งยืน ความคึกคักครั้งนี้ยังสะท้อนให้เห็นว่ามหกรรมบ้านและคอนโด เป็นเวทีสำคัญในการเร่งธุรกรรมปลายปี ทั้งฝั่งผู้ขายและผู้ซื้อ โดยเราคาดว่า ความสนใจจะยังคงกระจายตัวไปที่บ้านเดี่ยวระดับกลาง ทาวน์โฮม คอนโดมิเนียม รวมถึงบ้านมือสองและโครงการมิกซ์ยูสที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมือง โดยปัจจัยหลักที่ใช้ในการตัดสินใจซื้อยังคงเป็นราคา ทำเล ความคุ้มค่า สิ่งแวดล้อม บริการหลังการขาย ความปลอดภัย และความยั่งยืนต่อสิ่งแวดล้อม”นายองคฤทธิ์ กล่าว
โดยผู้ประกอบการที่เข้าร่วมต่างนำเสนอโปรโมชั่นแรงที่สุดในรอบ 10 ปี ครอบคลุมทุกประเภทที่อยู่อาศัย ทั้งบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม คอนโดมิเนียม ในทุกทำเล ทุกสไตล์ และทุกช่วงราคา เพื่อเจาะกลุ่มเป้าหมายหลากหลาย ตั้งแต่ผู้หาบ้านหลังแรก ผู้ที่มองหาที่อยู่อาศัยใหม่ ไปจนถึงนักลงทุน
ไฮไลต์และสิทธิพิเศษภายในงานปีนี้ มีทั้งโปรโมชั่นพิเศษ ส่วนลด ของแถม และของรางวัลสำหรับผู้จองซื้อภายในงาน และโครงการพร้อมอยู่ทั่วประเทศ ลดราคาครั้งใหญ่ที่สุดในรอบทศวรรษ รวมทั้งบริการให้คำปรึกษาด้านสินเชื่อบ้านจากธนาคารชั้นนำ พร้อมแพ็กเกจดอกเบี้ยต่ำ อนุมัติเร็ว ดังนั้นผู้ที่กำลังมองหาที่อยู่อาศัย จึงอยากให้มีเลือกซื้อหาในงานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 48 เพราะจะสามารถได้ที่อยู่อาศัยในราคาที่ดีที่สุด ถือเป็นโอกาสของคนซื้อบ้าน เพราะที่อยู่อาศัยไม่ใช่สิ่งฟุ่มเฟือย แต่เป็นปัจจัยสี่ ที่ทุกคนต้องการ
“การจัดงานครั้งที่ผ่านมา ถือเป็นปรากฏการณ์ประวัติศาสตร์ ด้วยยอดจองรวมสูงสุดกว่า 20,000 ล้านบาท แสดงถึงพลังของการรวมตัวทั้งภาครัฐ เอกชน และผู้บริโภค จึงเป็นแรงบันดาลใจให้งานครั้งที่ 48 ต้องเดินหน้าสร้างปรากฏการณ์ต่อเนื่อง พร้อมกลยุทธ์ใหม่ที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการของผู้บริโภค และการจัดงานในครั้งที่ 48 นี้ คาดว่าจะกวาดยอดจองในงานได้มากกว่า 20,000 ล้านบาท ซึ่งจะช่วยให้ภาพรวมตลาดอสังหาฯฟื้นตัว ผู้ประกอบการมีความมั่นใจในการพัฒนาโครงการต่อเนื่อง” นายองคฤทธิ์ กล่าวในที่สุด