MAGURO เปิดแผน2-3 ปี จ่อขยายฐานตลาดตปท. ปี’69 เล็งผุด 15-20 สาขา มูลค่าลงทุน 200 ล้านบาท ทั้งขยายสาขาตจว.ครั้งแรก นำร่องพัทยา ล่าสุดเปิด 3 ร้านแบรนด์ดัง ณ เซ็นทรัลพาร์ค มั่นใจดันผลประกอบการปีนี้โตกว่า 30%
การตลาด-ไอที-ยานยนต์

MAGURO เปิดแผน2-3 ปี จ่อขยายฐานตลาดตปท. ปี’69 เล็งผุด 15-20 สาขา มูลค่าลงทุน 200 ล้านบาท ทั้งขยายสาขาตจว.ครั้งแรก นำร่องพัทยา ล่าสุดเปิด 3 ร้านแบรนด์ดัง ณ เซ็นทรัลพาร์ค มั่นใจดันผลประกอบการปีนี้โตกว่า 30%

มากุโระ กรุ๊ป เปิดแผนปี 69 เตรียมขยายอีก 15-20 สาขา รวมมูลค่าลงทุน 200 ล้านบาท ทั้งรูปแบบ M&A และร่วมทุน พร้อมรุกตลาดหัวเมืองท่องเที่ยวครั้งแรก นำร่องพัทยา พร้อมกับ 2 แบรนด์ใหม่ระดับพรีเมียม ในราคาจับต้องได้ จากปัจจุบันที่มีทั้งหมด 7 แบรนด์ รวม 49 สาขา และหากในปลายปี 2568 นี้เปิดตัวใหม่อีก 4 สาขา ก็จะรวมทั้งหมด 53 สาขา ประกาศภายใน 2-3 ปี จ่อบุกตลาดเวียดนาม ,ประเทศแถบยุโรปและอเมริกา เดินเกมรุกไตรมาส 3 ชูจุดแข็งในการส่งมอบประสบการณ์อาหารญี่ปุ่น อย่างครบครันและดีที่สุด ด้วยการเปิด 3 ร้านแบรนด์ดัง ที่เซ็นทรัล พาร์ค ได้แก่ แบรนด์ใหม่ KIWAMIYA ร้านแฮมเบิร์ก ต้นตำรับจากญี่ปุ่น MAGURO Kappou ร้านอาหารญี่ปุ่น คอนเซ็ป คับโปะ และ HITORI SHABU ชาบูหม้อเดี่ยวต้นตำรับญี่ปุ่น พร้อมแผนขยายสาขาต่อเนื่อง ตอกย้ำการเป็นหนึ่งในแกนนำผู้ผ่าวิกฤติกระแสธุรกิจร้านอาหารซบเซา มั่นใจรายได้ทั้งปีเติบโตกว่า 30%

 

นายจักรกฤติ สายสมบูรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มากุโระ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MAGURO เปิดเผยถึงแผนการดำเนินงานในปี 2569 ว่า จะเป็นปีที่บริษัทฯมีความแข็งแกร่ง และเป็นที่รับรู้ในวงกว้างมากขึ้น รวมไปถึงสามารถสร้างผลประกอบการโดยรวมได้ดีขึ้น และมีแผนจะขยายสาขาร้านแบรนด์ MAGURO และแบรนด์ในเครืออีกประมาณ 15-20 สาขา ด้วยงบในการลงทุนประมาณ 200 ล้านบาท เท่ากับปี 2568 ที่ตั้งงบลงทุนไว้ที่ 200 ล้านบาท ในการขยาย 15 สาขา ซึ่งอยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯทั้งหมด  แต่ในปีหน้าอาจจะมีการขยายไปหัวเมืองท่องเที่ยวเป็นครั้งแรกด้วย เช่น พัทยา ซึ่งจะเป็นการนำร่องก่อนประมาณ 1-2 สาขา และในปีดังกล่าวจะมีการเปิดตัวอีกอย่างน้อย 2 แบรนด์ใหม่ ซึ่งเป็นอาหารระดับพรีเมียม แต่นำเสนอในราคาที่จับต้องได้ ซึ่งมีทั้งในรูปแบบของการควบรวมและซื้อกิจการ (Mergers and Acquisitions : M&A) และการร่วมทุนกับพันธมิตร ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับจังหวะและโอกาส จากปัจจุบันที่มีทั้งหมด 7 แบรนด์ รวม 49 สาขา และหากในปลายปี 2568 นี้เปิดตัวใหม่อีก 4 สาขา ก็จะรวมทั้งหมด 53 สาขา ซึ่งสาขาที่จะเปิดตัวในครึ่งปีหลังจะเน้นในทำเลที่ใกล้แหล่งที่อยู่อาศัย และช้อปปิ้ง

นอกจากนี้ภายในระยะเวลา 2-3 ปีนี้ ยังมีแผนที่จะขยายฐานไปเปิดสาขาในประเทศเพื่อนบ้านด้วย ซึ่งในเบื้องต้นให้ความสนใจประเทศเวียดนาม ,ประเทศแถบยุโรปและอเมริกา เนื่องจากเป็นตลาดที่ใหญ่ เศรษฐกิจดี สามารถสร้างผลกำไรได้สูง ขณะนี้อยู่ในระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้

ล่าสุด MAGURO Group ได้เปิดร้านอาหารญี่ปุ่น 3 แบรนด์ ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พาร์ค ซึ่งมีจุดเด่นครอบคลุมทั้งร้านแบรนด์ใหม่ นำเข้า ได้แก่ คิวะมิยะ (KIWAMIYA) ร้านแฮมเบิร์กต้นตำรับ จากญี่ปุ่น การแตกไลน์ใหม่ต่อยอดร้านดังแบรนด์เดิม ได้แก่ มากุโระ คัปโปะ (MAGURO Kappou) ร้านอาหาร ญี่ปุ่นประสบการณ์ใหม่จาก MAGURO เปิดสาขาร้านดังแบรนด์เดิม ได้แก่ ฮิโตริ ชาบู (HITORI SHABU) ชาบู หม้อเดี่ยวต้นตำรับ โดยทั้ง 3 แบรนด์ร้านอาหาร สามารถส่งมอบประสบการณ์ด้านอาหารญี่ปุ่น ที่มีความ โดดเด่นและรายละเอียดที่แตกต่างกันในแต่ละร้านให้ผู้บริโภคสัมผัสประสบการณ์ทางอาหารที่แปลกใหม่และน่าประทับใจ สะท้อนผ่านวัฒนธรรมของอาหารญี่ปุ่นได้อย่างครบครัน นับเป็นหนึ่งในแผนการธุรกิจไตรมาส สุดท้ายของปี 2568 ที่มีความท้าทายจากสถานการณ์ทางเศรษฐกิจโลกและภายในประเทศ ที่ส่งผลต่อการ ชะลอตัวของธุรกิจร้านอาหาร แต่บริษัทมีความมั่นใจและเชื่อว่าจะเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยกระตุ้นการจับจ่ายใน ธุรกิจร้านอาหารในประเทศ สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค

โดยการนำ 3 แบรนด์ร้านอาหารญี่ปุ่น มาเปิดให้บริการที่ศูนย์กาค้าเซ็นทรัล พาร์ค นั้นจะเป็นการเซ็นสัญญาเช่า 3+3 ปี และมั่นใจว่าร้านอาหารญี่ปุ่นทั้ง 3 แบรนด์ จะเป็นสาขาที่สามารถทำรายได้ได้สูง สามารถสร้างการรับรู้แบรนด์สู่ผู้บริโภคได้มากขึ้น เพราะด้วยทำเลที่ตั้งอยู่ใกล้แหล่งงาน,แหล่งที่พักอาศัย และแหล่งช้อปปิ้ง อีกทั้งยังใกล้สวนลุมพินี ซึ่งยังไม่มีศูนย์การค้าแห่งใดครบครันเช่นนี้มาก่อน

“นอกจากนี้ยังคงใช้กลยุทธ์แผนการขยายสาขาสำหรับร้านแบรนด์เดิมที่ได้รับความนิยมสูง อาทิ MAGURO ร้านอาหารญี่ปุ่น และซูชิระดับพรีเมียม HITORI SHABU ร้านชาบูและสุกียากี้หม้อเดี่ยวสไตล์คันไซ และ Tonkatsu AOKI ร้านหมูทอดทงคัตสึ ยอดนิยมจากประเทศญี่ปุ่น อย่างต่อเนื่องบนทำเลศักยภาพ ในพื้นที่จังหวัดกรุงเทพมหานครและปริมณฑล เพื่อให้ครอบคลุมทุกเซกเมนต์ของกลุ่มเป้าหมาย โดยคาดว่าปีนี้จะมีสาขาทั้งหมด 53 สาขา โดยผลการดำเนินงานของบริษัทฯ ประจำงวดครึ่งปีแรก 2568 (รวมจำนวนหกเดือน) มีรายได้รวม 866 ล้านบาทเติบโต 40 % และมีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 96% เป็น 65 ล้านบาท และคาดว่าจะสามารถทำรายได้ทั้งปี 2568 ได้เติบโตตามเป้าหมาย 30%” นายจักรกฤติ กล่าว

 

ปัจจุบัน MAGURO Group มีร้านอาหารในเครือรวมทั้งหมด จำนวน 49 ร้านจาก 7 แบรนด์ ได้แก่

-MAGURO ร้านอาหารญี่ปุ่น และซูชิระดับพรีเมียม จำนวน 18 ร้าน และ MAGURO Kappou ร้านอาหารญี่ปุ่น คอนเซ็ป คับโปะ สาขาแรกที่เซ็นทรัล พาร์ค

-HITORI SHABU ร้านชาบูและสุกียากี้หม้อเดี่ยวสไตล์คันไซ จำนวน 14 ร้าน โดยสาขาเซ็นทรัล พาร์คเป็นสาขาล่าสุด สาขาที่ 14 และร้าน HITORI SUKIYAKI ร้านสุกียากี้คันไซแบบดั้งเดิม ในรูปแบบ Authentic Japanese Sukiyaki Course สาขาแรกที่เอกมัย 12

-SSAMTHING TOGETHER ร้านปิ้งย่างสไตล์เกาหลีวัตถุดิบพรีเมียม จำนวน 6 ร้าน

-Tonkatsu AOKI ร้านหมูทอดทงคัตสึ ยอดนิยมจากประเทศญี่ปุ่น จำนวน 5 ร้าน โดยสาขาเอกมัย คอนเนอร์ เป็นสาขาล่าสุด สาขาที่ 5

-CouCou ร้านอาหารรูปแบบ All-Day Dining สไตล์ตะวันตก จำนวน 2 ร้าน สาขาแรกที่ The Flavorhood ประดิษฐ์มนูธรรม และ CouCou สาขา Nirvana PORCH เป็นสาขาล่าสุด สาขาที่ 2

-Bincho ร้านอาหารญี่ปุ่นย่างถ่าน แบบญี่ปุ่นดั่งเดิม เปิดให้บริการสาขาแรก ชั้น 1 ศูนย์การค้า เมกาบางนา

-KIWAMIYA ร้านแฮมเบิร์ก ต้นตำรับจากญี่ปุ่น เป็นแบรนด์ล่าสุดที่เปิดให้บริการ สาขาแรก ณ ชั้น 5 เซ็นทรัล พาร์ค

 

 

You can share this post!