“ซีคอน”ปลื้ม “Your Home: Your Family #1” ผลตอบรับดี กวาดยอดขาย 20 หลัง มูลค่าประมาณ 50 ล้านบาท เดินหน้าเปิด ซีรีส์ 2 พร้อม 5 แบบบ้านใหม่ ราคา 4-7 ล้านบาท ตั้งเป้ายอดขายปี’68 แตะ 1,690ล้านบาท
อสังหาริมทรัพย์

“ซีคอน”ปลื้ม “Your Home: Your Family #1” ผลตอบรับดี กวาดยอดขาย 20 หลัง มูลค่าประมาณ 50 ล้านบาท เดินหน้าเปิด ซีรีส์ 2 พร้อม 5 แบบบ้านใหม่ ราคา 4-7 ล้านบาท ตั้งเป้ายอดขายปี’68 แตะ 1,690ล้านบาท

ซีคอน เปิดฉากปี 2568 เดินเกมรุกด้วยแนวคิด “SEACON Growing Together” เน้นเติบโตบนบริบท ESG มุ่งมั่นพัฒนาศักยภาพสินค้าและบริการมากคุณภาพสู่มือผู้บริโภค พร้อมสานต่อความสำเร็จด้วยโครงการบ้าน Your Home: Your Family ซีรีส์ 2 พร้อมเปิดตัวทางการงาน “รับสร้างบ้านและวัสดุ Focus 2025” ด้วย 5 แบบบ้าน ราคา 4-7 ล้านบาท ส่วน“Your Home: Your Family #1” ผลตอบรับดี ทำยอดขายได้ 20 หลัง คิดเป็นมูลค่าประมาณ 50 ล้านบาท แบบบ้านที่ขายดีที่สุดคือราคา  1.99 ล้านบาท ขนาดบ้าน 130 และ 139 ตารางเมตร ตั้งเป้ายอดขายปี 2568 ที่ 1,690 ล้านบาท

 

นายมนู ตระกูลวัฒนะกิจ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีคอน จำกัด เปิดเผยว่า แม้ในปีที่ผ่านมาซีคอนต้องเผชิญกับความท้าทายที่หลากหลาย แต่ก็สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยกลุ่มลูกค้าหลัก  ยังเป็นกลุ่มครอบครัวขนาดใหญ่ที่ 48.45% ราคาสั่งสร้างประมาณ 8-50 ล้านบาทต่อหลังและพื้นที่ใช้สอยตั้งแต่ 351 ตารางเมตรขึ้นไป ตามมาด้วยกลุ่มครอบครัวขนาดกลางที่ 34.65% ราคาสั่งสร้างประมาณ 5-7.90 ล้านบาทต่อหลังและพื้นที่ใช้สอยตั้งแต่ 200 – 350 ตารางเมตร และกลุ่มครอบครัวขนาดเล็กที่ 16.90% ราคาสั่งสร้างประมาณ 1.39-4.50 ล้านบาทต่อหลังและพื้นที่น้อยกว่า 200 ตารางเมตร โดยแบ่งเป็นยอดจองช่องทาง Offline คิดเป็น 78.05% และยอดจองผ่านช่องทาง Online อยู่ที่ 21.95% ซึ่งเพิ่มขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา

 

สำหรับแผนการดำเนินงานและกลยุทธ์ของซีคอนในปี 2568 นั้นบริษัทฯ ยังคงมุ่งมั่นที่จะเป็นผู้นำด้านธุรกิจรับสร้างบ้านของประเทศไทย ด้วยการพัฒนาคุณภาพงานด้านการก่อสร้าง  และบริการอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งมอบบ้านที่มากด้วยคุณภาพให้แก่ลูกค้า โดยได้วางกลยุทธ์ปรับเปลี่ยนผลิตภัณฑ์และแคมเปญบ้านราคาพิเศษ รวมถึงการบริหารจัดการด้านราคาของโครงสร้างกึ่งสำเร็จรูปที่ผลิตเองภายในโรงงาน พร้อมรับประกันคุณภาพนานถึง 20 ปี นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมุ่งหาโอกาสในการลงทุนด้านเทคโนโลยี  และปรับรูปแบบการทำงานโดยนำระบบ ERP (Microsoft Dynamics 365 Business Center) เข้ามาใช้เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพ รวมถึงลงทุนในการฝึกอบรมและพัฒนาทักษะของพนักงาน เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดีและความโปร่งใสในการสื่อสารภายในองค์กร เพื่อก้าวสู่เป้าหมายการเติบโตของยอดขายที่ 1,690 ล้านบาทในปี 2568

 

จากความสำเร็จอย่างงดงามของโครงการบ้าน Your Home Series เพื่อเจาะกลุ่มข้าราชการไทยที่ได้เปิดตัวไปเมื่อปลายปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ในปี 2568 ซีคอนได้สานต่อแคมเปญดังกล่าวโดยได้เปิดตัวโครงการบ้าน Your Home: Your Family #2”ที่มาพร้อมกับดีไซน์และสไตล์ที่หลากหลาย คงความโดดเด่นในเรื่องสีสันและความอ่อนละมุน รวมถึงมีขนาดบ้านให้เลือกมากขึ้นและฟังก์ชันการใช้งานที่ครบครัน ซึ่งจะเปิดตัวครั้งแรกผ่านช่องทางออนไลน์ในต้นเดือนมีนาคมนี้ และจึงจัดงานเปิดตัวอย่างเป็นทางการในงาน “รับสร้างบ้านและวัสดุ Focus 2025” ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี ฮออล์ 8 ระหว่างวันที่ 12 – 16 มีนาคม 2568 รวมทั้งงาน “บ้านและสวน Select 2025” ที่ไบเทค บางนา ระหว่างวันที่ 22 – 30 มีนาคม 2568 โดยมีแบบบ้านให้เลือกตั้งแต่ 5 ถึง 8 แบบ ราคาเริ่มต้นที่ 4-7 ล้านบาท พร้อมทั้งจัดโปรโมชันพิเศษในช่วง Early Bird ตั้งแต่มีนาคมถึงมิถุนายน 2568 หลังจากนั้นจึงมีการปรับราคาบ้านขึ้นมาที่ 5 ล้านบาทขึ้นไป

 

ส่วน โครงการบ้าน Your Home: Your Family #1 ได้รับผลตอบรับ เป็นอย่างดี สามารถทำยอดขายได้ 20 หลัง คิดเป็นมูลค่าประมาณ 50 ล้านบาท โดยแบบบ้านที่ขายดีที่สุดคือราคา  1.99 ล้านบาท ขนาดบ้าน 130 และ 139 ตารางเมตร ส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ-ปริมณฑล ขณะที่พื้นที่ต่างจังหวัด มีที่ ชลบุรี และ นครปฐม ก็ยังมีข้าราชการจากจังหวัดลพบุรีติดต่อเข้ามา แต่ยังไม่มีข้อสรุป

 

ทั้งนี้ ในด้านกิจกรรมเพื่อสังคม ซีคอน ได้ดำเนินโครงการ “SEACON ป้อนฝัน ปันให้น้อง (ปีที่ 1)” ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความยั่งยืนและพัฒนาศักยภาพของเยาวชน โดยเน้นสนับสนุนโอกาสทางการศึกษาสำหรับนักเรียนมัธยมศึกษาและนักศึกษาที่มีผลการเรียนดีแต่มีฐานะยากจน จากการคัดเลือกพบว่ามีผู้สมัคร 13 คน และได้คัดเลือกผู้เข้าร่วมโครงการจริง 11 คน โดยให้ทุนการศึกษาในระดับมัธยมศึกษาทุนละ 20,000 บาท และระดับอุดมศึกษาทุนละ 40,000 บาท พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้เยาวชนเข้าร่วมกิจกรรมของบริษัทฯ เพื่อเตรียมความพร้อมสู่อนาคต ในขณะเดียวกัน SEACON ยังได้ริเริ่มโครงการ “สร้างงาน สร้างคุณค่า ส่งเสริมสวัสดิภาพคนพิการอย่างเท่าเทียม” ด้วยการปรับเปลี่ยนแนวทางจากการส่งเงินสมทบให้กับการจ้างงานคนพิการในรูปแบบสัญญาจ้างรายปี โดยร่วมมือกับมูลนิธินวัตกรรมทางสังคมเพื่อคัดเลือกและจ้างคนพิการที่มีความประพฤติและตั้งใจประกอบอาชีพ ซึ่งการจ้างงานในรูปแบบใหม่นี้ไม่เพียงแต่ช่วยให้พวกเขามีรายได้ที่เพียงพอต่อการดำรงชีพ แต่ยังช่วยส่งเสริมคุณภาพชีวิตและสร้างความมั่นคงให้กับครอบครัวอีกด้วย

 

นอกจากนี้ ซีคอน ยังได้จัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ภายในองค์กร “SEACON Learning Center (SCL)” เพื่อพัฒนาความรู้และทักษะด้านงานก่อสร้างและ soft skills ของพนักงาน โดยมีการจัดฝึกอบรมมาตรฐานที่ผ่านการทดสอบอย่างเข้มงวด พร้อมทั้งลงทุนในระบบ Knowledge Management System ที่ให้บุคลากรสามารถเข้าศึกษาและเรียนรู้ได้ทุกที่ทุกเวลา เพื่อรองรับความต้องการด้านคุณภาพการบริการและการก่อสร้างที่ได้มาตรฐานในทุกขั้นตอน นอกจากนี้ องค์กรยังให้ความสำคัญกับการตรวจสอบภายใน (Internal Audit) เพื่อประเมินและตรวจสอบระบบควบคุมภายในอย่างต่อเนื่อง โดยมีเป้าหมายเพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามนโยบายและมาตรฐาน ลดความเสี่ยง และเสริมสร้างความโปร่งใสในทุกกระบวนการบริหารจัดการ

 

ด้านแนวทางการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม บริษัทฯ ได้ริเริ่มโครงการรีไซเคิล “กระเป๋าผ้าใบจากป้ายไวนิล” ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากแนวคิด Environmental (สิ่งแวดล้อม) Social (สังคม) และ Governance (ธรรมาภิบาล) หรือ ESG ภายในองค์กร โดยมีการผลิตกระเป๋าผ้าไวนิลชุดแรกจำนวน 200 ใบ เพื่อนำไปแจกให้กับเด็กด้อยโอกาสในถิ่นทุรกันดาร รวมทั้งวางจำหน่ายในงาน Exhibition โดยรายได้ที่ได้จะนำมอบให้กับผู้ด้อยโอกาส นอกจากนี้ ยังมีการนำ waste รูปแบบอื่นๆ เช่น กระดาษที่ใช้แล้วในสำนักงานมารีไซเคิลร่วมกับพันธมิตร SEACON X SCGP recycle เพื่อใช้ภายในองค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ

 

ในด้านการบริหารจัดการ Carbon Footprint บริษัทฯ ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับฉลากเขียวจากงานก่อสร้างที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เช่น ผลิตภัณฑ์ Thai Metal Aluminium ที่สามารถลดการปล่อยคาร์บอนได้ถึง 437.65 ตัน CO₂ เทียบเท่าการปลูกต้นไม้ 17,500 ต้น รวมถึงสี Beger ที่ลดการปล่อยคาร์บอนได้ถึง 38.02 ตัน CO₂ เทียบเท่าการปลูกต้นไม้ 625 ต้น และยังมีการใช้พลังงานสะอาดจากโซล่าเซลล์ในโรงงานซีคอน พรีคาสท์ แฟคทอรี่ (SF) เพื่อผลักดันแนวทางการลดการปล่อยคาร์บอนในทุกปี โดยบริษัทฯ มุ่งมั่นในการสนับสนุนและพัฒนาการลดการปล่อยคาร์บอนอย่างต่อเนื่อง

 

“SEACON Growing Together เป็นการเดินหน้าที่ไม่เพียงแต่แสดงให้เห็นถึงผลประกอบการที่มั่นคงอย่างยั่งยืน แต่ยังสะท้อนความมุ่งมั่นในการพัฒนาบนบริบทที่ครอบคลุมด้าน ESG ทั้งด้านนวัตกรรมการก่อสร้าง บริการที่มีคุณภาพ และการดำเนินโครงการที่มุ่งสร้างความยั่งยืนในสังคมและสิ่งแวดล้อม ความมุ่งมั่นนี้เป็นหลักการที่ขับเคลื่อนบริษัทฯ ให้เติบโตอย่างยั่งยืนและสร้างคุณค่าให้กับผู้มีส่วนได้เสียโดยรวม ด้วยการนำหลักการดำเนินธุรกิจในแบบ "Triple Bottom Line" หรือ 3P ที่ประกอบด้วย People, Planet, Profit มาใช้ประเมินความสำเร็จขององค์กรอย่างครอบคลุมและยั่งยืนจากปัจจุบันสู่อนาคต” นายมนู กล่าวในที่สุด

You can share this post!