การพัฒนาโครงข่ายระบบรางในเขตเมืองและปริมณฑลเดินหน้าอีกขั้น เมื่อคณะกรรมการการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) มีมติอนุมัติสั่งจ้างก่อสร้าง โครงการรถไฟชานเมืองสายสีแดง ส่วนต่อขยาย 2 เส้นทางสำคัญ รวมวงเงินกว่า 20,700 ล้านบาท เพื่อเพิ่มศักยภาพการเดินทาง ลดปัญหาการจราจร และรองรับการขยายตัวของเมืองในระยะยาว
นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รองผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย รักษาการผู้ว่าการ รฟท. เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการรถไฟฯ ครั้งที่ 2/2569 เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2569 ว่า ที่ประชุมมีมติอนุมัติสั่งจ้างก่อสร้างโครงการรถไฟชานเมืองสายสีแดงอ่อน และสายสีแดงเข้ม รวม 2 โครงการ วงเงินรวม 20,777 ล้านบาท
สีแดงอ่อน “ศิริราช–ตลิ่งชัน–ศาลายา” วงเงิน 14,720 ล้านบาท
สำหรับโครงการรถไฟชานเมืองสายสีแดงอ่อน ช่วงศิริราช–ตลิ่งชัน–ศาลายา พร้อมสถานีเพิ่มเติม 3 แห่ง ได้แก่ สถานีสะพานพระราม 6 สถานีบางกรวย–กฟผ. และสถานีบ้านฉิมพลี คณะกรรมการ รฟท. มีมติอนุมัติสั่งจ้าง กิจการร่วมค้า ยูที (UT Joint Venture) เป็นผู้ดำเนินการก่อสร้าง วงเงิน 14,720 ล้านบาท
โครงการมีระยะทางรวม 20.50 กิโลเมตร แบ่งเป็นทางระดับดิน 13.83 กิโลเมตร และทางยกระดับ 6.67 กิโลเมตร มีสถานีรวม 9 สถานี ครอบคลุมพื้นที่ฝั่งธนบุรีต่อเนื่องสู่โซนตะวันตกของกรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยใช้ที่ดินของการรถไฟเป็นหลัก ไม่ต้องเวนคืนที่ดิน
การประกวดราคาในระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) มีผู้ผ่านคุณสมบัติและเสนอราคาทั้งสิ้น 4 ราย โดยกิจการร่วมค้า ยูที ซึ่งประกอบด้วย
• บริษัท ยูนิค เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) (Lead Firm)
• บริษัท ทรัสตี้ คอนสตรัคชั่น จำกัด
เป็นผู้เสนอราคาต่ำสุด 14,720 ล้านบาท ต่ำกว่าราคากลางที่กำหนดไว้ 14,729.7 ล้านบาท
สีแดงเข้ม “รังสิต–มธ. ศูนย์รังสิต” วงเงิน 6,057 ล้านบาท
ขณะที่โครงการรถไฟชานเมืองสายสีแดงเข้ม ช่วงรังสิต–มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ระยะทาง 8.84 กิโลเมตร มีสถานีจำนวน 4 แห่ง ได้แก่ สถานีคลองหนึ่ง มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เชียงราก และ มธ. ศูนย์รังสิต
โครงการนี้คณะกรรมการ รฟท. มีมติอนุมัติสั่งจ้าง บริษัท ยูนิค เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ก่อสร้าง วงเงิน 6,057 ล้านบาท ต่ำกว่าราคากลางที่ตั้งไว้ 6,064.96 ล้านบาท
พื้นที่ก่อสร้างใช้ที่ดินของการรถไฟเป็นหลัก และมีการเวนคืนเพิ่มเติมประมาณ 14 ไร่ เพื่อก่อสร้างสถานีและถนนเข้า–ออกบางจุด โดยมีผู้ยื่นเสนอราคาทั้งหมด 5 ราย
ใช้เวลาก่อสร้าง 3 ปี เชื่อมระบบขนส่งเมือง
หลังจากนี้ รฟท. จะดำเนินการตรวจสอบร่างสัญญาของทั้งสองโครงการ ก่อนลงนามสัญญาจ้างก่อสร้างอย่างเป็นทางการ โดยกำหนดระยะเวลาก่อสร้าง 36 เดือน (3 ปี)
นายอนันต์ ระบุว่า โครงการรถไฟชานเมืองสายสีแดง จะช่วยยกระดับระบบขนส่งมวลชนของประเทศ ให้ประชาชนเดินทางได้สะดวก ประหยัด และปลอดภัยมากขึ้น ลดปัญหาการจราจรติดขัด ลดการใช้พลังงาน และสามารถเชื่อมต่อกับระบบขนส่งสาธารณะรูปแบบอื่นได้อย่างไร้รอยต่อ
ระบบรางกับบทบาทเมืองอนาคต
การอนุมัติลงทุนในครั้งนี้ สะท้อนทิศทางการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านระบบราง ที่ไม่เพียงตอบโจทย์การเดินทางในปัจจุบัน แต่ยังเป็นการวางรากฐานเมืองในอนาคต เชื่อมพื้นที่การศึกษา ศูนย์แพทย์ ย่านที่อยู่อาศัย และเศรษฐกิจสำคัญของกรุงเทพฯ และปริมณฑล เข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ
รถไฟชานเมืองสายสีแดง กำลังก้าวจาก “เส้นทางหลัก” สู่ “โครงข่ายเมือง” ที่มีบทบาทต่อคุณภาพชีวิต และการพัฒนาเศรษฐกิจในระยะยาวของประเทศ