“LINE” เผยอินไซต์ คนไทย 56% มอง “บริการรัฐติดต่อยาก รอนาน” แนะเชื่อมต่อหลากช่องทางให้ตรงใจ ยกระดับบริการดิจิทัลให้ใกล้ประชาชน
การตลาด-ไอที-ยานยนต์

“LINE” เผยอินไซต์ คนไทย 56% มอง “บริการรัฐติดต่อยาก รอนาน” แนะเชื่อมต่อหลากช่องทางให้ตรงใจ ยกระดับบริการดิจิทัลให้ใกล้ประชาชน

LINE ประเทศไทย เผยผลสำรวจที่จัดทำร่วมกับ Nielsen พบคนไทย 56% มองว่า “การติดต่อเจ้าหน้าที่ได้ยากและรอสายนาน” เป็นหนึ่งในอุปสรรคสำคัญของการใช้บริการภาครัฐ สะท้อนโจทย์ของบริการดิจิทัลในวันนี้ ที่ไม่ได้อยู่เพียงการเพิ่มช่องทางหรือบริการใหม่ แต่คือการทำให้ประชาชนสามารถ “เข้าถึง” ข้อมูล ติดต่อสอบถาม และ “ใช้งาน” บริการที่ต้องการได้อย่างสะดวก ผ่านช่องทางที่เหมาะสมกับแต่ละบริบทและเชื่อมต่อกันอย่างลื่นไหล

จากอินไซต์ดังกล่าว LINE ประเทศไทย จึงร่วมกับ RISE บริษัทที่ปรึกษาด้านนวัตกรรมสัญชาติไทย จัดเวิร์กชอปเชิงปฏิบัติการ “From Insight to Impact รัฐเข้าใจ ประชาชนเข้าถึง” เปิดพื้นที่ให้หน่วยงานภาครัฐร่วมทำความเข้าใจพฤติกรรมและความต้องการของประชาชน พร้อมนำอินไซต์และ Pain Point จากการทำงานจริงมาพัฒนาเป็นแนวทางการให้บริการดิจิทัลแก่ประชาชนที่สะดวก ตอบโจทย์ และมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยมีผู้เชี่ยวชาญจาก LINE ประเทศไทยและ RISE ร่วมให้คำปรึกษา ตั้งแต่การทำความเข้าใจ Customer Journey ไปจนถึงการออกแบบแนวทางที่สามารถนำไปต่อยอดได้จริง

15 LINE เผยอินไซต์ คนไทย 56_ มอง “บริการรัฐติดต่อ_0.jpg

เปิด 3 อินไซต์คนไทย ถอดโจทย์บริการภาครัฐยุคดิจิทัล

ภายในงาน LINE ประเทศไทย ได้เผยผลสำรวจที่จัดทำร่วมกับ Nielsen จากกลุ่มตัวอย่างประชาชนไทย 500 คนทั้งในกรุงเทพฯ และหัวเมืองใหญ่ ถึง 3 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ Channel ช่องทางการเข้าถึงที่สะดวกและคุ้นเคย, Service บริการที่ตอบโจทย์และใช้งานง่าย และ Push การสื่อสารเชิงรุกที่ตรงใจในเวลาและจังหวะที่เหมาะสม

โดยในด้าน Channel หรือช่องทางการเข้าถึง พบว่า คนไทยกว่า 56% มองว่าการติดต่อเจ้าหน้าที่ได้ยากและรอสายนานเป็นอุปสรรคสำคัญในการใช้บริการภาครัฐ รองลงมาคือระบบที่ยังไม่รองรับผู้สูงอายุ/ผู้พิการ 44% และการมีหลายช่องทางจนทำให้รู้สึกเสียเวลา 42%

ขณะเดียวกัน เมื่อต้องยื่นเอกสารหรือชำระค่าธรรมเนียม กว่า 50% ยังคงเลือกใช้แอปพลิเคชันของหน่วยงานรัฐเป็นช่องทางหลัก ตามด้วย LINE OA ของหน่วยงานรัฐ 27% เว็บไซต์ 15% และเคาน์เตอร์หรือ Call Center 8% สะท้อนให้เห็นว่าแอปฯ ของภาครัฐยังมีบทบาทสำคัญสำหรับการทำธุรกรรมเชิงลึก แต่บริการบางประเภท เช่น การยื่นภาษีหรือต่อทะเบียนรถ ที่อาจเกิดขึ้นเพียงปีละไม่กี่ครั้ง ทำให้ประชาชนไม่ได้จำเป็นต้องเข้าถึงหรือใช้งานแอปฯ ของแต่ละหน่วยงานอยู่เป็นประจำ

นี่จึงเป็นโอกาสในการออกแบบบริการให้แต่ละช่องทางทำหน้าที่เสริมกัน แทนการพยายามรวมทุกบริการไว้ในช่องทางเดียว โดย LINE สามารถทำหน้าที่เป็น “ประตูด่านแรก” (Engagement Layer) บนช่องทางที่ประชาชนคุ้นเคยในชีวิตประจำวัน ช่วยให้หน่วยงานรักษาการเชื่อมต่อกับประชาชนได้อย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่การตอบคำถามเบื้องต้น แจ้งสิทธิประโยชน์ ไปจนถึงการเตือนเมื่อใกล้ถึงกำหนดสำคัญ ก่อนเชื่อมต่อผู้ใช้ไปยังแอปฯ หรือระบบของภาครัฐซึ่งทำหน้าที่เป็น Transaction Layer สำหรับดำเนินธุรกรรมเชิงลึกต่อไป

การออกแบบ User Journey ที่เชื่อมจุดแข็งของ Engagement Layer และ Transaction Layer เข้าด้วยกัน จึงช่วยลดขั้นตอนและข้อจำกัดในการเข้าถึง พร้อมทำให้ประชาชนสามารถสัมผัสประสบการณ์จาก “การรับรู้และสอบถาม” ไปสู่ “การใช้งานและทำธุรกรรม” ได้อย่างลื่นไหลยิ่งขึ้น

05 LINE เผยอินไซต์ คนไทย 56_ มอง “บริการรัฐติดต่อ_0.png

บริการต้องเร็ว แต่คนไทยยังต้องการ “Human Touch”

ด้าน Service หรือประสบการณ์บริการ พบว่าคนไทยต้องการทั้งความรวดเร็วที่มาพร้อม “Human Touch” โดย 40% ยังคงต้องการพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ผ่านโทรศัพท์หรือสำนักงานโดยตรง ขณะที่ 52% พร้อมเลือกใช้ LINE OA ของหน่วยงานรัฐ หากสามารถแชทสอบถามหรือมีบอทช่วยตอบคำถามได้ทันที สะท้อนให้เห็นโอกาสในการพัฒนาบริการแบบ Hybrid ที่ผสานเทคโนโลยีเข้ากับ Human Touch โดยให้เทคโนโลยีช่วยตอบโจทย์ด้านความรวดเร็วและลดภาระงาน ขณะที่ยังเปิดทางให้เจ้าหน้าที่เข้ามาดูแลในจังหวะที่ประชาชนต้องการความช่วยเหลือจากคนจริง

รัฐไทยต้องสื่อสารเชิงรุก “ถูกคน ถูกเวลา และถูกช่องทาง”

ในด้าน Push การสื่อสารเชิงรุก พบว่าคนไทยเลือก LINE เป็นช่องทางอันดับ 1 ในการรับแจ้งเตือนเฉพาะบุคคลจากภาครัฐอยู่ที่ 37% ตามด้วยแอปฯ ของหน่วยงานรัฐ 19% และ SMS 17% อย่างไรก็ตามช่องทางที่ประชาชนต้องการแตกต่างกันตามบริบทของข้อมูล ไม่ว่าจะเป็น ข่าวสารทั่วไป สิทธิประโยชน์ เหตุฉุกเฉินหรือภัยพิบัติ สะท้อนให้เห็นว่า การสื่อสารของภาครัฐที่มีประสิทธิภาพไม่จำเป็นต้องยึดติดกับช่องทางใดช่องทางหนึ่ง แต่ควรเป็นออกแบบการสื่อสารแบบ Omni-Channel เพื่อส่งข้อมูลให้ถูกคน ถูกเวลา และถูกช่องทาง

06 LINE เผยอินไซต์ คนไทย 56_ มอง “บริการรัฐติดต่อ_0.png

จากอินไซต์สู่ Use Case เชื่อมบริการรัฐให้ใกล้ประชาชนผ่าน LINE

ปัจจุบันมีหลายหน่วยงานของไทยที่นำ LINE มาประยุกต์ใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ อาทิ “หมอพร้อม” ที่ใช้ LINE OA เป็นอีกช่องทางให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลและบริการด้านสุขภาพ โดยเฉพาะการใช้สิทธิวัคซีนในช่วงโควิด-19 ตอบโจทย์ผู้ใช้หลากหลายช่วงอายุที่คุ้นเคยกับ LINE ด้าน “Traffy Fondue” ใช้ LINE OA เป็นช่องทางให้ประชาชนแจ้งปัญหาเมือง พร้อมใช้ Chatbot คัดกรอง ก่อนส่งต่อเรื่องไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบให้ติดตามการแก้ไข และ “SAM” (บริษัทสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด) กับโครงการ “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้” ที่มีการใช้งานโซลูชัน LON (LINE Official Notification) มาส่งแจ้งเตือนไปยังกลุ่มเป้าหมายในจังหวะสำคัญ เช่น วันครบกำหนดหรือหมดเขต

มองเทรนด์โลก บริการภาครัฐขยับจาก ‘Inform’ สู่ ‘Anticipate’

ทิศทางดังกล่าวยังสอดคล้องกับการพัฒนาบริการภาครัฐในหลายประเทศ ที่กำลังขยับจากการใช้เทคโนโลยีเพื่อให้ข้อมูล (Inform) และทำธุรกรรม (Transact) ไปสู่บริการเชิงรุกที่เข้าใจความต้องการและเข้าถึงประชาชนได้ในจังหวะที่เหมาะสม (Anticipate) โดยนำบริการไปอยู่บนช่องทางดิจิทัลที่ประชาชนคุ้นเคย

ตัวอย่างเช่น เกาหลีใต้ที่ประยุกต์ใช้แอปแชท Kakao เพื่อช่วยให้ประชาชนขอเอกสารราชการผ่านบทสนทนาที่เข้าใจง่าย เวียดนามใช้ Mini App บนแอปแชท Zalo เชื่อมบริการภาครัฐระดับท้องถิ่นให้ประชาชนเข้าถึงได้ว่องไว และอินเดียที่ใช้ WhatsApp สำหรับการแจ้งเตือนและส่งลิงก์ชำระเงินเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บภาษี

สำหรับประเทศไทย ซึ่งมีโครงสร้างพื้นฐานหลังบ้านและระบบยืนยันตัวตนที่แข็งแรง โจทย์ถัดไปจึงไม่จำเป็นต้องอยู่ที่การสร้างช่องทางใหม่เพียงอย่างเดียว แต่คือการเชื่อมประสบการณ์ระหว่างแต่ละช่องทางให้ลื่นไหล และนำบริการเข้าใกล้ประชาชนผ่าน Touchpoint ที่คุ้นเคย เพื่อลดข้อจำกัดในการเข้าถึงสำหรับคนทุกกลุ่ม

16 LINE เผยอินไซต์ คนไทย 56_ มอง “บริการรัฐติดต่อ_0.jpg

ทั้งนี้ หน่วยงานภาครัฐที่เข้าร่วมยังได้ทำกิจกรรมเวิร์กชอป ทดลองนำ Pain Point จากการทำงานจริงของแต่ละหน่วยงานมาพัฒนาเป็นแนวทางการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี LINE เข้ากับบริการของหน่วยงาน โดยมีทีมผู้เชี่ยวชาญจาก LINE ประเทศไทยและ RISE ร่วมให้คำปรึกษาตั้งแต่การวางกรอบแนวคิด ทำความเข้าใจ Customer Journey ไปจนถึงการออกแบบบริการที่สามารถนำไปต่อยอดใช้งานจริง

LINE ประเทศไทย พร้อมเดินหน้าสนับสนุนการทำงานร่วมกับภาครัฐ เพื่อนำศักยภาพของแพลตฟอร์มและเทคโนโลยีมาช่วยยกระดับบริการดิจิทัล โดยยึดความต้องการและพฤติกรรมของประชาชนเป็นรากฐาน พร้อมเชื่อมบริการภาครัฐเข้ากับช่องทางที่ผู้คนคุ้นเคยในชีวิตประจำวัน เพื่อลดข้อจำกัดในการเข้าถึง และผลักดันบริการดิจิทัลภาครัฐไทยให้สะดวก เข้าถึงง่าย และใกล้ประชาชนมากยิ่งขึ้น

You can share this post!