“ไลอ้อน” ประกาศกร้าวคุมราคาสินค้า “โคโดโม” นิ่งสนิทสวนทางวิกฤติพลังงานโลก หลังวางหมากชิงสต็อกเม็ดพลาสติกยาวถึงปลายปี 69 พร้อมปรับกระดานรบรับมือสังคมไร้เด็ก เปิดกลยุทธ์ “New Move” พลิกมุมมองจากแค่เข้าใจลูกสู่แบรนด์ที่ “เข้าใจพ่อแม่” ดันไลน์อัพ Oganiku รุกหนักตลาดพรีเมียมออร์แกนิก ตั้งเป้ากวาดมาร์เก็ตแชร์ 30%

นางสาวอัยญดา ลิมป์ฤทธิเดช ผู้จัดการส่วนผลิตภัณฑ์ดูแลเด็กและอายุวัฒน์ บริษัท ไลอ้อน (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง ส่งผลให้ราคาพลังงานมีการปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลกระทบต่อภาพรวมหลายธุรกิจ โดยเฉพาะเม็ดพลาสติก เพราะแพ็กเกจสินค้าของไลอ้อน ภายใต้แบรนด์ “โคโดโม” (KODOMO) ก็ผลิตจากเม็ดพลาสติก แต่ในขณะนี้สินค้าของกลุ่มไลอ้อนฯ ยังไม่มีการปรับราคาขายแต่อย่างใด เพราะได้มีการเตรียมตัวรับมือ ตั้งแต่ทราบข่าวดังกล่าวในวันแรกแล้ว จึงได้มีการเตรียมผลิตสินค้าเพื่อตุนเป็นสต็อกยาวรองรับได้ถึงปลายปี 2569 นี้
สำหรับความท้าทายในปี 2569 นี้ คือ อัตราการการเกิดใหม่ของเด็กเริ่มน้อยลงทุกปี ดังนั้นความท้าทายคือ วิธีการหรือกลยุทธ์ในการทำตลาดอย่างไรให้พ่อแม่ยุคใหม่เกิดการรับแบรนด์สินค้าของกลุ่มไลอ้อน เพื่อมาใช้ในชีวิตจริงให้มากที่สุด

โดยภาพรวมตลาดผลิตภัณฑ์ดูแลเด็กในประเทศไทยซึ่งมีมูลค่าประมาณ 6,000 ล้านบาท ยังคงอยู่ในภาวะทรงตัว แม้อัตราการเกิดจะลดลง แต่กลุ่มสินค้า Premium โดยเฉพาะ Premium Organic กลับเติบโตอย่างต่อเนื่อง สะท้อนว่าพ่อแม่ยุคใหม่พร้อมเลือกสินค้าที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพ ความปลอดภัย และความคุ้มค่าในระยะยาว
ทั้งนี้ปัจจุบันได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของพ่อแม่ในยุคปัจจุบันอย่างชัดเจน ทางบริษัทฯจึงได้มีการปรับกลยุทธ์ New Move เกิดจากอินไซต์พ่อแม่ยุคใหม่ที่ต้องบริหารทั้งงาน ครอบครัว และชีวิตส่วนตัวไปพร้อมกัน ทำให้โคโดโมต้องขยับจาก “แบรนด์ที่เข้าใจลูก” สู่ “แบรนด์ที่เข้าใจพ่อแม่” เพื่อคงความหมายในชีวิตจริงของผู้บริโภค

ภายใต้ทิศทางใหม่นี้ แบรนด์ได้ปรับทั้งการสื่อสาร การพัฒนาผลิตภัณฑ์ และประสบการณ์แบรนด์ เพื่อเพิ่มมิติด้านไลฟ์สไตล์และความเชื่อมโยงทางอารมณ์กับผู้บริโภค โดยยังคงจุดแข็งด้านความอ่อนโยนและความปลอดภัย ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของแบรนด์มาอย่างยาวนาน

โดย “โคโดโม” ได้เปิดตัว Oganiku Premium Organic Series ไลน์ผลิตภัณฑ์ใหม่ที่พัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์พ่อแม่ยุคใหม่โดยเฉพาะ ด้วยแนวคิด “5 พลังการดูแลครบลูป” ครอบคลุมทุกกิจวัตรสำคัญของการดูแลลูกได้แก่ อาบน้ำ สระผม แปรงฟัน ซักผ้า และแป้งเด็ก เพื่อให้พ่อแม่มั่นใจว่าลูกได้รับการดูแลอย่างครบถ้วนในทุกขั้นตอน โดยผลิตภัณฑ์ใช้ส่วนผสมออร์แกนิกและสารทำความสะอาดจากธรรมชาติ ผ่านการทดสอบด้านความปลอดภัย เช่น Hypoallergenic Test และการทดสอบการระคายเคืองต่อดวงตา เหมาะสำหรับผิวเด็กที่บอบบาง

อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของ New Move คือการเปิดตัวครอบครัวพรีเซนเตอร์ “ปั๊ป-ใบเตย-น้องฌาน” ซึ่งสะท้อนภาพพ่อแม่ยุคใหม่ที่ทำงาน เลี้ยงลูก และใช้ชีวิตไปพร้อมกันอย่างสมดุล โดยครอบครัวพรีเซนเตอร์จะมีบทบาทในการถ่ายทอดเรื่องราวชีวิตจริงผ่านภาพยนตร์โฆษณาและคอนเทนต์หลากหลายรูปแบบ เพื่อสร้างความเชื่อมโยงกับผู้บริโภคอย่างเป็นธรรมชาติ และเพิ่มบทบาทของแบรนด์ในชีวิตประจำวันของครอบครัว
ด้านการสื่อสารการตลาด โคโดโมเตรียมเดินหน้ากลยุทธ์แบบ 360 องศา โดยให้ความสำคัญกับ Online และการสร้าง engagement กับผู้บริโภค รวมถึงกิจกรรมที่ทำให้แบรนด์เข้าไปอยู่ในชีวิตจริงของครอบครัวมากขึ้น ภายใต้จุดแข็งด้านคุณภาพมาตรฐานญี่ปุ่น (Japan Quality) และประสบการณ์ยาวนานกว่า 42 ปี เป็นแบรนด์ที่ผู้บริโภคให้ความเชื่อมั่นมาอย่างต่อเนื่อง พร้อมพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างสม่ำเสมอ

ปัจจุบัน โคโดโมมีพอร์ตสินค้าครอบคลุมทั้งกลุ่ม Mass และ Premium เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของผู้บริโภค ได้แก่ 1.ผลิตภัณฑ์อาบน้ำเด็ก 2.ผลิตภัณฑ์ซักผ้าเด็ก 3.ออรัลแคร์ 4.แป้งเด็ก และ 5.ผลิตภัณฑ์ล้างขวดนม โดยตั้งเป้าส่วนแบ่งตลาดรวมใน 5 กลุ่มผลิตภัณฑ์ไว้ที่ 30%
“เป้าหมายของการปรับภาพลักษณ์ครั้งนี้ไม่ได้มีเพียงยอดขาย แต่รวมถึงการสร้าง Brand Love และความผูกพันระยะยาวกับพ่อแม่ยุคใหม่ เราต้องการให้โคโดโมเป็นหนึ่งในแบรนด์แรก ๆ ที่พ่อแม่นึกถึง เมื่อพูดถึงการดูแลลูก” นางสาวอัยญดา กล่าว

การประกาศ New Move ครั้งนี้ สะท้อนความมุ่งมั่นของโคโดโม ในการพัฒนาแบรนด์และผลิตภัณฑ์ เพื่อสนับสนุนให้ครอบครัวยุคใหม่สามารถใช้ชีวิตและดูแลลูกได้อย่างสมดุล พร้อมสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว