NOBLE รีสตรัคใหญ่ “แฟรงค์ ฟง คึ่น เหลียง”ขึ้นเบอร์ 1 ยันไร้ความขัดแย้ง พร้อมเดินหน้ารุกกลยุทธโมเดล Asset Light สร้างความแกร่งทางการเงิน จับตาอนาคตต่างชาติชิงสัดส่วนถือครองที่อยู่อาศัยแซงคนไทย
อสังหาริมทรัพย์

NOBLE รีสตรัคใหญ่ “แฟรงค์ ฟง คึ่น เหลียง”ขึ้นเบอร์ 1 ยันไร้ความขัดแย้ง พร้อมเดินหน้ารุกกลยุทธโมเดล Asset Light สร้างความแกร่งทางการเงิน จับตาอนาคตต่างชาติชิงสัดส่วนถือครองที่อยู่อาศัยแซงคนไทย

“แฟรงค์ ฟง คึ่น เหลียง” เผยหลังส่งหนังสือแสดงเจตจำนงซื้อหุ้น NOBLE และหลังธุรกรรมแล้วเสร็จ Raffles จะขึ้นเป็นผู้ถือหุ้นอันดับ 1 ถือเป็นการเปลี่ยนผ่านด้านการถ่ายทอดการบริหารจากรุ่นสู่รุ่น คาดการปรับโครงสร้างใหม่จะแล้วเสร็จกลางปี 69 พร้อมขับเคลื่อนฐานธุรกิจเจาะตลาดต่างชาติมากขึ้น แย้มกลยุทธ์อนาคตหันรุกธุรกิจโมเดล Asset Light สร้างความแกร่งทางการเงิน ยันไร้ความขัดแย้งใดๆ ครึ่งปีหลังพร้อมโอนคอนโดฯ 4 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 16,000ล้านบาท จะช่วยลด D/E เหลือต่ำกว่า 2 เท่า ชี้ไทยยังเป็นจุดหมายปลายทางการลงทุนของต่างชาติ จับตาอนาคตจะมีรูปแบบการซื้อขายใหม่เกิดขึ้นอีก ผู้ซื้ออันดับ1 จะไม่ใช่คนไทยอีกต่อไป ฝากการบ้านรัฐบาลชุดใหม่ สร้างเสถียรภาพทางการเมือง และเดินหน้าทรัพย์อิงสิทธิให้เป็นรูปธรรม

นายแฟรงค์ ฟง คึ่น เหลียง รองประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม บริษัท โนเบิล ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด(มหาชน) หรือ NOBLE เปิดเผยว่า หลังจากที่เมื่อ ได้ส่งหนังสือแสดงเจตจำนง (Letter of Intent) ฉบับลงวันที่ 5 กันยายน 2568 แสดงเจตจำนง เกี่ยวกับความประสงค์ในการทำคำเสนอซื้อหุ้นบางส่วนโดยสมัครใจ (Voluntary Partial Tender Offer) ("คำเสนอซื้อหุ้นบางส่วน") สำหรับหุ้นของ NOBLE โดยมีเจตนาที่จะดำเนินการทำคำเสนอซื้อหุ้นบางส่วนผ่านนิติบุคคลซึ่งตนถือหุ้น ทั้งหมด ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม และนิติบุคคลดังกล่าวถือเป็นบุคคลที่เกี่ยวข้องกับตนตามมาตรา 258 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 (รวมทั้งที่ได้แก้ไขเพิ่มเติม) ("พ.ร.บ.หลักทรัพย์ฯ") โดยตนจะแจ้งชื่อของนิติบุคคลดังกล่าวให้บริษัทฯ ทราบ ต่อไปภายในระยะเวลาอันสมควร ("ผู้ทำคำเสนอซื้อ")

ทั้งนี้ตนไม่มีความประสงค์ที่จะเปลี่ยนแปลง วัตถุประสงค์ของ NOBLE ในการดำเนินธุรกิจ นโยบายทางการเงิน แผนธุรกิจโดยรวม หรือนโยบายและแนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้องกับรายการเกี่ยวโยงกันของบริษัทฯ อย่างมีนัยสำคัญ การลงทุนของผู้ทำคำเสนอซื้อมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนฝ่ายจัดการและการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพอยู่แล้ว มากกว่าการเปลี่ยนแปลงพื้นฐาน นอกจากนี้ ยังไม่มีเจตนาที่จะเปลี่ยนแปลงนโยบายการจ่ายเงินปันผลของบริษัทฯ หรือกระทำการให้เกิดการเพิกถอนหุ้นออกจากการเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ซึ่งทำให้มั่นใจว่าสถานะการเป็นบริษัทจดทะเบียนของ NOBLE จะยังคงดำเนินต่อไป

“เราได้ทำการแจ้งความประสงค์ในการทำคำเสนอซื้อหุ้นบางส่วนโดยสมัครใจ (Voluntary Partial Tender Offer) โดยคำเสนอซื้อหุ้นบางส่วนจำนวนสูงสุด 205,412,054 หุ้น คิดเป็น 15% ของจำนวนสิทธิออกเสียงทั้งหมดของ Nobleในราคา 2.32 บาท/หุ้น คิดเป็นมูลค่ารวม 4.76 ร้อยล้านบาท โดยเป็นการทำธุรกรรมทางอ้อมผ่าน Raffles Nominees (Pte) Limited (Raffles)โดยหลังจากธุรกรรมดังกล่าวแล้วเสร็จ Raffles จะขึ้นสัดส่วนการถือหุ้นจะเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนสูงสุดไม่เกิน 471,934,231 หุ้น คิดเป็นไม่เกิน 34.46% ของจำนวนสิทธิออกเสียงทั้งหมด เป็นผู้ถือหุ้นอันดับ 1 จากปัจจุบันถือหุ้นในสัดส่วน 19.46% ของจำนวนสิทธิออกเสียงทั้งหมด เป็นผู้ถือหุ้นอันดับ 2”นายแฟรงค์ กล่าว

นายแฟรงค์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ธุรกรรมข้างต้นถือเป็นการเปลี่ยนผ่านด้านการถ่ายทอดการบริหารของ NOBLE จากรุ่นสู่รุ่น ซึ่งจะตนเองจะเข้ามามีบทบาทในการเดินหน้าขับเคลื่อน NOBLE มากขึ้น และเต็มที่ จากปัจจุบันบทบาทหลักในการขับเคลื่อน NOBLE มีนายธงชัย บุศราพันธ์ รองประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม NOBLE เป็นคนที่วางรากฐานของบริษัทไว้แล้ว และตนเอง และนายธงชัย ได้ทำงานร่วมกันมากว่า 8 ปี ซึ่งนายธงชัย จะเริ่มลดบทบาทในการบริหารลง แต่ยังคอยช่วยเหลือ และแนะนำเกี่ยวกับการทำงานใน NOBLE อยู่ข้างหลัง โดยหลังจากที่ธุรกรรมดังกล่าวเสร็จสิ้นแล้วจะมีการปรับตำแหน่งการบริหารงานใหม่ไนช่วงกลางปี 2569 ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการปรับโครงสร้างองค์กรใหม่ เพื่อเตรียมความพร้อม

นอกจากนี้กลยุทธ์การดำเนินธุรกิจในระยะต่อไปของ NOBLE จะเน้นการขยายตลาดลูกค้าชาวต่างชาติเพิ่มขึ้น ซึ่งปัจจุบันตนเองมีเครือข่าย และมีความชำนาญในด้านตลาดลูกค้าต่างชาติ ทำให้ปัจจุบันทำให้ NOBLE เป็นหนึ่งในผู้นำยอดขายจากลูกค้าต่างชาติ ซึ่งยอดขายจากลูกค้าต่างชาติของ NOBLE ในปัจจุบันถือว่ามีสัดส่วนมากกว่า50% ของยอดขายทั้งหมด

ขณะที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทยถือว่ายังมีความน่าสนใจจากลูกค้าต่างชาติ จากราคาที่เหมาะสม และอยู่ในทำเลที่ตั้งที่ดี เชื่อมต่อการเดินทางไปยังประเทศต่างๆได้ง่าย และมีความปลอดภัย ซึ่งปัจจุบันจะเห็นว่ากลุ่มลูกค้าอินเดีย รัสเซีย และตะวันออกกลาง ให้ความสนใจเข้ามาซื้อที่อยู่อาศัยในประเทศไทยมากขึ้น จากเดิมที่เป็นลูกค้าจีน ทำให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในไทยยังมีการเติบโตได้ดี แต่การดำเนินกลยุทธ์ในระยะข้างหน้าของ NOBLE จะไม่เน้นการลงทุนสูงมาก และหันไปทำธุรกิจในโมเดล Asset Light มากขึ้น เพื่อบริหารจัดการด้านฐานะการเงินในมีความแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง

นายธงชัย บุศราพันธ์ รองประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม NOBLE กล่าวว่า การเปลี่ยนผ่านการบริหารงานของ NOBLE จากรุ่นสู่รุ่น ได้มีการหารือเรื่องดังกล่าวกันมาเป็นระยะเวลาหนึ่งแล้ว ซึ่งทีมกรรมการและผู้บริหารทุกคนทราบกันดี และเป็นการวางแผนในระยะยาวร่วมกัน จากทีมงานที่ได้ทำงานกันมาเป็นระยะเวลานาน ซึ่งตนเองจะเริ่มลดบทบาทการบริหารงานหลักลง มาช่วยสนับสนุนและแนะนำนายแฟรงค์ และทีมงานรุ่นใหม่ๆที่จะเข้ามาทำงาน ซึ่งอยู่ระหว่างการปรับโครงสร้างองค์กรในขณะนี้ คาดว่าในกลางปี 2569 จะมีการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งการบริหารที่ชัดเจน

“การส่งไม้ต่อควรจะเริ่มต้นทำในช่วงที่บริษัทมีความแข็งแรง ผมยังคงมีความสามารถในการช่วยเหลือ ประคับประคองได้อยู่ และควรจะค่อยๆทำให้มีระบบ เพื่อไม่ให้เกิดความสะดุดในการดำเนินงานในทุกภาคส่วน ทั้งพนักงาน พันธมิตร สถาบันการเงิน เป็นต้น เพื่อจะสร้างความแข็งแรงให้บริษัทต่อไปในอนาคต“ นายธงชัย กล่าว

นายธงชัย กล่าวเพิ่มเติมว่า แม้ว่าตนเองจะเป็นผู้ถือหุ้นอันดับ 2 หลังธุรกรรมของนายแฟรงค์เสร็จสิ้น จากปัจจุบันที่เป็นผู้ถือหุ้นอันดับ 1 ตนเองมีความตั้งใจจะผลักดันให้ NOBLE เป็นสถาบันที่จะสามารถเติบโตได้อนาคต และสามารถส่งต่อ รวมถึงการถ่ายทอดงานจากรุ่นสู่รุ่นด้วย และช่วงนี้ถือว่าเป็นช่วงที่กำลังจะเข้าสู่ช่วงที่ราบรื่นที่สุดตั้งแต่ทำงานร่วมกันมา 8 ปี จากการมีโครงการใหม่ที่จะทยอยส่งมอบอย่างต่อเนื่อง และยืนยันว่าจะยังคงเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับที่ 2 ต่อไป โดยไม่มีความประสงค์ที่จะขายหุ้นทั้งหมดออกไป และยังดำรงตำแหน่งต่างๆในการช่วยสนับสนุน NOBLE ต่อไปอย่างน้อย 3-4 ปีจากนี้

“ถือเป็นการ Step Down ด้วยอายุและวัยของผม แต่ผมก็ยังคงปฏิบัติหน้าที่เหมือนเดิม และจะยังคงปฏิบัติหน้าที่ต่อไป จนไม่มีรอยต่อจึงจะค่อยๆ ลดบทบาทลง ซึ่งคงจะใช้ระยะเวลาอย่างน้อย และยืนยันเราไม่ได้มีความขัดแย้งกัน แต่การผลักดันบริษัทให้ไปต่อร่วมกันยังเป็นภาระกิจที่เรามีความสุขที่จะทำร่วมกัน และจะทำให้สำเร็จสมบูรณ์ด้วยดี” นายธงชัย กล่าว

สำหรับการดำเนินงานของ NOBLE ในช่วงครึ่งหลังของปี 2568 นี้เป็นช่วงที่บริษัทพร้อมจะส่งมอบโครงการคอนโดมิเนียมใหม่ 4 โครงการใหญ่ มูลค่ารวมกว่า 16,000ล้านบาท ได้แก่ โครงการ นิว อีโว อารีย์, โครงการ โนเบิล ครีเอท, โครงการ นิว ริเวอร์เรสต์ และโครงการ โนเบิล ฟอร์ม ทองหล่อ ซึ่งปัจจุบันทั้ง 4 โครงการ มียอดขายรวมแล้วกว่า 8,600 ล้านบาท ซึ่งหลังมีการโอนกรรมสิทธิ์โครงการดังกล่าว

โดยผลจากการที่บริษัทจะมีการโอนโครงการใหม่เข้ามาเพิ่มขึ้นในครึ่งปีหลังนี้ จะส่งผลดีต่อสถานะทางการเงินของบริษัทโดยเฉพาะการลดภาระหนี้สิน ซึ่งปัจจุบันบริษัทมีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) อยู่ที่ระดับกว่า 2 เท่า และคาดว่าหลังจากทยอยโอนกรรมสิทธิ์ 4 โครงการตามแผน จะทำให้ D/E ของบริษัทลดลงอยู่ที่ระดับต่ำกว่า 2 เท่า ซึ่งน่าจะเป็นจุดที่จะทำให้สถานะทางการเงินของบริษัทมีความแข็งแกร่งขึ้น

นอกจากนี้ ปัจจุบันบริษัทยังมีสต๊อกจาก 4 โครงการดังกล่วอีกกว่า 8,700 ล้านบาท และยังมี สต๊อกจากโครงการอื่นๆอีกกว่า 9 ล้านบาท ซึ่งเป็นยอดที่บริษัทพร้อมจะขายและส่งมอบทันที ดังนั้น จึงมองทิศทางหลังจากนี้ มีความมั่นใจว่าในครึ่งปีหลังของปี 2568 ต่อเนื่องถึงปี 2569 แนวโน้มผลงานของบริษัทจะดีขึ้นกว่าที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นช่วงที่บริษัทมีความเข้มแข็ง และพร้อมจะมองโอกาสในการลงทุนใหม่อีกครั้ง

“ในช่วง 15 ปีที่ผ่านมา จะเห็นได้ว่าประเทศไทยถือว่าเป็นจุดหมายปลายทางของชาวต่างชาติทั้งในเรื่องของการท่องเที่ยว ลงทุน ทำให้มีความน่าอยู่อาศัยมากขึ้น ดังนั้นความต้องการที่อยู่อาศัยก็จะมีมากขึ้นตาม โดยเฉพาะประเทศที่มีปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง และการสู้รบระหว่างประเทศ ทำให้ที่อยู่อาศัยในประเทศไทยเป็นทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจและน่าลงทุน อีกทั้งในอนาคตจะมีรูปแบบการซื้อขายใหม่ๆเกิดขึ้นอีก ซึ่งในอนาคตผู้ซื้ออันดับ1 อาจจะไม่ใช่คนไทย แต่จะเป็นสัดส่วนชาวต่างชาติที่มากขึ้น และการที่มร.แฟรงค์ เข้ามาช่วยบริหาร ก็จะเป็นเรื่องที่ดีมาก”นายธงชัย กล่าว

นายธงชัย กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับรัฐบาลชุดใหม่นำโดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี คนที่ 32 ที่กำลังฟอร์มทีมอยู่นั้น ตนก็ขอฝากให้พิจารณาใน 2 เรื่องหลัก คือ.อยากเห็นเสถียรภาพของรัฐบาล และทำให้ประเทศไทยมีความน่าอยู่อาศัยมากขึ้น

ส่วนประการสุดท้ายคือ อยากให้รัฐบาลชุดใหม่ผลักดันเรื่องทรัพย์อิงสิทธิ โดยให้สามารถนำที่ดินให้ชาวต่างชาติใช้สิทธิการใช้ประโยชน์ที่ดินระยะยาว 99 ปีได้ ซึ่งหากหากหมดสัญญาก็สามารถส่งต่อให้กรมธนารักษ์ได้ ซึ่งขอฝากรัฐบาลชุดใหม่ช่วยพิจารณาด้วย

You can share this post!