เอไอเอส ส่งสัญญาณเตือนภัยขั้นสุด ประเทศไทยกำลังก้าวจาก Generative AI สู่ยุค AGI ใครไม่ปรับตัว "ดับ" ล่าสุดเปิดฉากงานใหญ่แห่งปี “AIS ACADEMY for THAIs 2026” กางยุทธศาสตร์พลิกประเทศจาก “AI Access” สู่ “AI Capability” ลบภาพจำแค่การซื้อเครื่องมือ แต่เป็นการสร้าง "คน" ให้คิดวิเคราะห์และตัดสินใจเหนือปัญญาประดิษฐ์ พร้อมย้ำจุดยืนชัด "งานนี้ไม่มีขายของ!" มุ่งส่งต่อความรู้ฟรี ลุยลดความเหลื่อมล้ำกระจายความรู้ทั่วภูมิภาค เพื่อให้คนไทยเติบโตอย่างยั่งยืนไปพร้อมกัน ล่าสุดประกาศผลแข่งขัน “JUMP Thailand Hackathon 2026” รอบ Final คัดสุดยอด 10 ทีมสุดท้ายจากผู้สมัครกว่า 2,504 คนทั่วประเทศ ผลปรากฏ ทีม MAMO จาก มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ผงาดคว้าชัยชนะเลิศด้วยนวัตกรรม "Wathasin" AI Speech Coach โดย AIS ประกาศดันสุดตัว ผนึกกำลังภาครัฐนำผลงานต้นแบบของเยาวชนไปต่อยอดใช้งานจริง เปลี่ยน AI จากห้องทดลองสู่เครื่องมือพัฒนาประเทศอย่างเป็นรูปธรรม

นางสาวกานติมา เลอเลิศยุติธรรม รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ด้านธุรกิจองค์กร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ AIS (เอไอเอส) เปิดเผยว่า เชื่อว่าการเติบโตขององค์กรจะยั่งยืนได้ เมื่อเติบโตไปพร้อมกับสังคม เศรษฐกิจ และคนไทย นี่จึงเป็นที่มาของภารกิจคิดเผื่อเพื่อคนไทยและการจัดงาน “AIS ACADEMY for THAIs 2026” ซึ่งมุ่งเตรียมความพร้อมให้คนไทยรับมือกับโลกยุค AI ไม่ใช่เพียงให้เข้าถึงหรือใช้เครื่องมือเป็น แต่ต้องสามารถใช้ AI อย่างเข้าใจ สร้างผลลัพธ์ และต่อยอดเป็นโอกาสใหม่ได้จริง โดยในวันนี้ประเทศไทยกำลังขยับจาก AI Access ไปสู่ AI Capability ขณะที่เทคโนโลยีก้าวจาก Generative AI ไปสู่พัฒนาการขั้นต่อไป รวมถึง AGI สิ่งที่ประเทศต้องเร่งสร้างจึงไม่ใช่เพียงโครงสร้างพื้นฐานหรือเครื่องมือที่ทันสมัย แต่คือคนที่พร้อมเรียนรู้ ปรับตัว ตั้งคำถาม ตัดสินใจจากข้อมูล ทำงานร่วมกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) และใช้เทคโนโลยีอย่างรับผิดชอบ เพราะความพร้อมของคนคือจุดเริ่มต้นของความพร้อมของประเทศ บทบาทของ AIS Academy จึงไม่ใช่เพียงการจัดเวทีหรือถ่ายทอดความรู้ แต่คือการเชื่อมคนที่มีโจทย์เข้ากับองค์ความรู้ เทคโนโลยี และเครือข่ายพันธมิตร เพื่อเปลี่ยนความรู้ไปสู่การลงมือทำ เราจึงออกแบบงานนี้ให้ครอบคลุมทั้งความพร้อมของประเทศ องค์กร และทักษะของคน พร้อมเปิดพื้นที่ให้ทุกกลุ่มได้เรียนรู้ ทดลอง และเห็นตัวอย่างการใช้ AI ที่สร้างผลลัพธ์ได้จริง

โดยงาน “AIS ACADEMY for THAIs 2026” เป็นเวทีที่รวบรวม Speaker ชั้นนำกว่า 30 ท่าน ร่วมถ่ายทอดมุมมองและแนวทางการใช้ AI ที่สร้างผลลัพธ์จริง ผ่าน 3 มิติสำคัญ ตั้งแต่การยกระดับองค์กร การพัฒนาทักษะคน และการสร้างความร่วมมือเพื่อขับเคลื่อนประเทศ ได้แก่
-จากการใช้ AI เป็นรายบุคคล สู่การปรับวิธีทำงานทั้งองค์กร โดยเริ่มจากโจทย์และผลลัพธ์ที่ต้องการ พร้อมเตรียมข้อมูล บุคลากร และกระบวนการทำงานให้รองรับการใช้ AI
-จากการเรียนรู้เครื่องมือ สู่การสร้างทักษะที่พร้อมรับการเปลี่ยนแปลง เพราะเครื่องมือ AI เปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา คนไทยจึงต้องมีทั้งการคิดวิเคราะห์ การตั้งคำถาม การตัดสินใจจากข้อมูล ความคิดสร้างสรรค์ และความรับผิดชอบในการใช้เทคโนโลยี
-จากต่างคนต่างทำ สู่ระบบนิเวศ AI ของประเทศ ด้วยการเชื่อมความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคธุรกิจ ภาคการศึกษา ผู้พัฒนาเทคโนโลยี และประชาชน เพื่อกระจายองค์ความรู้และโอกาสในการใช้ AI อย่างทั่วถึง

โดยในปีนี้เปิดเวทีด้วยการแข่งขัน “JUMP Thailand Hackathon 2026 รอบ Final Innovation Pitching” จาก 10 ทีมสุดท้าย ซึ่งคัดเลือกจากผู้สมัคร 603 ทีม รวม 2,504 คน จาก 67 สถาบันการศึกษาทั่วประเทศ ภายใต้โจทย์ “AI for the Future of Thai Education” โดย
-รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ทีม MAMO มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ กับนวัตกรรม “Wathasin” AI Speech Coach
-รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ ทีมรับเหมาก่อเรื่อง มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ กับนวัตกรรม “BrailleBox”
-รองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ ทีม MR. BOBO จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ กับนวัตกรรม “DEAFIN Education”
-รางวัล Popular Vote ได้แก่ ทีม TLDR มหาวิทยาลัยขอนแก่น กับแพลตฟอร์ม “LearnLy”

นอกจากนี้ภายในงานวันแรกยังมีเวที Thailand AI Readiness ที่รวบรวมมุมมองจากผู้นำภาครัฐ ภาคธุรกิจ เมือง ตลอดจนองค์กรด้านนวัตกรรมและการเรียนรู้ ร่วมถอดโจทย์ความพร้อมของประเทศไทย ตั้งแต่การพลิกโฉมประเทศด้วย AI การเปลี่ยนวิธีทำงานและสร้างโอกาสใหม่ บทบาทของ AI ต่อชีวิตเมือง ไปจนถึงแนวทางที่องค์กรไทยต้องปรับตัวเพื่อเติบโตในยุคปัญญาประดิษฐ์
สำหรับวันที่สอง เนื้อหาจะต่อยอดสู่ AI Ready Business และ AI Ready Skills ที่ครอบคลุมกรณีศึกษาการใช้ AI สร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจ แนวทางเริ่มต้นสำหรับ SME การเตรียมพร้อมต่อพัฒนาการของ AI และ AGI ตลอดจนทักษะแห่งอนาคต การออกแบบ ความคิดสร้างสรรค์ และการเตรียมคนไทยให้พร้อมต่อโลกการทำงานที่กำลังเปลี่ยนแปลง

นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมงานยังสามารถเรียนรู้และลงมือปฏิบัติผ่าน Workshop และ Masterclass มากกว่า 20 Sessions พร้อมทดลองเทคโนโลยีในรูปแบบ AI Interactive Experience จากพันธมิตรชั้นนำ เพื่อให้การเรียนรู้ไม่หยุดอยู่เพียงการรับฟัง แต่สามารถนำแนวคิด เครื่องมือ และ Use Case ไปประยุกต์ใช้กับการทำงาน ธุรกิจ และชีวิตได้จริง
“เป้าหมายของเราไม่ใช่เพียงทำให้คนไทยตาม AI ให้ทัน แต่คือการสร้างความพร้อมให้คนไทยสามารถใช้ AI สร้างผลลัพธ์และโอกาสใหม่ได้จริง เพราะเมื่อคนพร้อม องค์กรพร้อม และทุกภาคส่วนเดินไปด้วยกัน ประเทศไทยจะไม่ได้เป็นเพียงผู้ตามการเปลี่ยนแปลง แต่จะสามารถใช้ AI เป็นพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สังคม และอนาคตของประเทศให้เติบโตได้อย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน” นางสาวกานติมา กล่าว

ทั้งหมดนี้สะท้อนบทบาทของ AIS ในฐานะองค์กรเทคโนโลยีอัจฉริยะที่ไม่ได้เพียงเตรียมธุรกิจของตนเองให้พร้อมรับมือกับยุค AI แต่ยังนำศักยภาพด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล องค์ความรู้ และเครือข่ายพันธมิตร มาร่วมสร้างความพร้อมให้กับคน องค์กร และประเทศ เพื่อเปลี่ยน AI จากเทคโนโลยีแห่งอนาคตให้กลายเป็นพลังที่สร้างผลลัพธ์และโอกาสให้ประเทศไทยได้ตั้งแต่วันนี้ ตอกย้ำความเป็นผู้นำที่พร้อมขับเคลื่อนองค์กรและสังคมไทยให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืนในโลกยุค AI อย่างยั่งยืน
นางสาวกานติมา กล่าวเพิ่มเติมว่า การจัดงานในปี 2569 นี้ได้มุ่งเน้นการใช้ AI ขับเคลื่อนนวัตกรรมด้านการศึกษาและส่งเสริมเยาวชนคนรุ่นใหม่ ต่างจากปีก่อนที่เน้นเรื่องสังคมผู้สูงอายุ โดยการนำนวัตกรรมต้นแบบและผลงานของเยาวชนไปต่อยอดร่วมกับหน่วยงานภาครัฐเพื่อคืนประโยชน์สู่สังคม นอกจากนี้ AIS ยังขยายโอกาสการเรียนรู้ไปยังพื้นที่ต่างจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงเทคโนโลยี ควบคู่กับการถ่ายทอดสดผ่านระบบออนไลน์ของ AIS Academy ยืนยันจุดยืนการจัดงานที่ปราศจากการขายสินค้าเชิงพาณิชย์ มุ่งเน้นการส่งต่อความรู้เพื่อความเข้มแข็งของประเทศอย่างแท้จริง

การดำเนินงานภายใต้กรอบยุทธศาสตร์ "ภารกิจคิดเผื่อ" ของ AIS ถือเป็นหนึ่งในแกนหลักสำคัญในการสร้างความมั่นใจแก่ประชาชนชาวไทยให้สามารถเข้าถึงองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ตลอดจนสามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันและงานอาชีพได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม โดยการจัดงานในครั้งนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการจัดชั้นเรียนหรือการให้ความรู้ในเชิงทฤษฎีเท่านั้น แต่เป็นการผนึกกำลังครั้งสำคัญระหว่างพลังพันธมิตรทั้งภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อนำเอานวัตกรรมและเทคโนโลยีของจริงมาให้ผู้เข้าร่วมงานได้ทดลองสัมผัสและสร้างประสบการณ์การเรียนรู้จริง ทั้งนี้ AIS ยังคงยึดมั่นในอุดมการณ์การดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนว่า หากประเทศไทยมีความแข็งแกร่ง เข้มแข็ง และมีศักยภาพที่พร้อมพรั่ง องค์กรธุรกิจก็จะมีโอกาสเติบโตอย่างมั่นคงไปพร้อมกับประเทศด้วยเช่นกัน ยิ่งไปกว่านั้น จุดมุ่งหมายสำคัญสูงสุดของการส่งต่อความรู้ในครั้งนี้ คือการปรับเปลี่ยนทัศนคติของสังคมไทยจากการเข้าใจผิดว่า AI เป็นเพียงเรื่องของการลงทุนเงินทองเพื่อซื้อหาเทคโนโลยีเข้ามาใช้งาน แต่หัวใจที่แท้จริงคือการทำให้คนไทยมีความรู้ ความตระหนัก ความเข้าใจ และมีศักยภาพในการดึงประโยชน์จาก AI มาใช้งานได้จริงในการพัฒนาตนเองและประเทศ

“เมื่อพิจารณาถึงความแตกต่างของการจัดงานในปีนี้เมื่อเปรียบเทียบกับปีที่ผ่านมา พบว่ามีความโดดเด่นในมิติของการนำตัวอย่างการใช้งานจริงมาแสดงให้เห็นอย่างเป็นรูปธรรม จากเดิมที่เคยเน้นการจัดกิจกรรมแข่งขันแฮกกาธอน (Hackathon) และการเชิญวิทยากรมาบรรยายให้ความรู้ แต่ในปี 2569 นี้ได้มีการนำผลงานนวัตกรรมจริงที่จับต้องได้และทดลองใช้งานได้จริงมาจัดแสดง ควบคู่กับการได้รับเกียรติจากวิทยากรตัวจริงผู้มากด้วยประสบการณ์ตรงในการนำ AI มาประยุกต์ใช้ในองค์กรและธุรกิจจริงมาถ่ายทอดประสบการณ์ นอกจากนี้ กลุ่มเป้าหมายหลักของการจัดงานยังมีการปรับเปลี่ยนไปตามบริบทของสังคมในแต่ละปี โดยในปีก่อนหน้าได้เน้นย้ำประเด็นด้านผู้สูงอายุเนื่องจากประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัย แต่ในปีนี้ได้หมุนเวียนมาเน้นย้ำประเด็นด้านการศึกษาและเยาวชนคนรุ่นใหม่เป็นหลัก เพื่อร่วมกันค้นหาโซลูชันในการขับเคลื่อนและยกระดับระบบการศึกษาไทยด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่” นางสาวกานติมา กล่าว

ในประเด็นด้านเยาวชนและคนรุ่นใหม่นั้น AIS เชื่อมั่นว่าแม้ในสังคมมักจะมีการกล่าวถึงปัญหาช่องว่างระหว่างวัยหรือ Generation Gap อยู่บ่อยครั้ง แต่ผลงานจากการแข่งขันได้พิสูจน์ให้เห็นอย่างชัดเจนว่า เยาวชนรุ่นใหม่เป็นกลุ่มคนที่เติบโตมาพร้อมกับ AI และเทคโนโลยีโดยตรง หากได้รับการส่งเสริมและมีเวทีที่เหมาะสมในการแสดงออก คนรุ่นใหม่จะสามารถนำความรู้ความสามารถมาเชื่อมต่อเพื่อสร้างประโยชน์กลับคืนสู่สังคมได้อย่างมหาศาล ซึ่งจากการประเมินผลงานของเยาวชนที่เข้าร่วมประกวด พบว่าทุกทีมมีศักยภาพสูงและมีความตั้งใจจริงในการยกระดับการนำ AI มาช่วยแก้ปัญหาการศึกษา จนสร้างความหนักใจให้แก่คณะกรรมการในการตัดสินรางวัลอย่างมากเนื่องจากผลงานมีความโดดเด่นใกล้เคียงกัน ทั้งนี้ นวัตกรรมและผลงานต้นแบบ (Prototype) ที่เยาวชนได้พัฒนาขึ้นมาในการแข่งขันครั้งนี้ จะได้รับการเชื่อมโยงต่อยอดร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ เพื่อผลักดันให้นำสิ่งประดิษฐ์เหล่านั้นไปใช้งานได้จริงในสังคมและสร้างประโยชน์คืนสู่ประเทศในระยะยาวต่อไป

อีกหนึ่งมิติสำคัญทางการตลาดและการพัฒนาสังคมคือการขยายโอกาสการเรียนรู้ไปสู่ระดับภูมิภาค โดย AIS มีความเชื่ออย่างลึกซึ้งว่า ประเทศไทยไม่ได้มีเพียงแค่กรุงเทพมหานครหรือเมืองใหญ่เท่านั้น ดังนั้น โครงการ “AIS ACADEMY For THAIs” จึงได้มีการเคลื่อนตัวไปจัดกิจกรรมทั้งในพื้นที่ต่างจังหวัดและในกรุงเทพมหานครควบคู่กันไป เนื่องจาก AIS เชื่อว่าหากกระจายโอกาสให้ประชาชนคนไทยไม่ว่าจะอาศัยอยู่ที่ใดก็ตามได้เข้าถึงองค์ความรู้อย่างเท่าเทียม ประชาชนเหล่านั้นก็จะเติบโตเป็นบุคลากรที่เข้มแข็งและเก่งกาจได้เช่นกัน การเปิดโอกาสให้เด็กและประชาชนในพื้นที่ห่างไกลจากศูนย์กลางของประเทศได้เข้าถึงความรู้ AI จะช่วยสร้างกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ เพราะการพัฒนาประเทศที่ยั่งยืนจะต้องเติบโตไปพร้อมกันทั้งประเทศโดยไม่ทิ้งพื้นที่ใดไว้ข้างหลัง

สำหรับภาพบรรยากาศการจัดงานในครั้งนี้ ได้จัดขึ้น ณ สามย่านมิตรทาวน์ กรุงเทพมหานคร โดยเป็นการรวมตัวครั้งยิ่งใหญ่ระหว่างองค์กรภาครัฐและภาคเอกชนที่ร่วมมือกันทำงานอย่างจริงจังเพื่อคนไทย โดย AIS ยืนยันจุดยืนชัดเจนว่าจะไม่มีการออกบูธขายสินค้าหรือบริการใดๆ ภายในงานอย่างสิ้นเชิง เนื่องจากกิจกรรมนี้ขับเคลื่อนโดย “AIS ACADEMY For THAIs” ซึ่งมีภารกิจและความรับผิดชอบทางสังคมในการส่งต่อองค์ความรู้เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้แก่ประเทศชาติ สำหรับประชาชนและเยาวชนในต่างจังหวัดที่ไม่สามารถเดินทางมาร่วมงานในพื้นที่จริงได้ ก็สามารถรับชมการถ่ายทอดสด (Live) และเรียนรู้ไปพร้อมกันผ่านช่องทางของ “AIS ACADEMY For THAIs” ซึ่งนับเป็นการผสมผสานการเรียนรู้ทั้งในรูปแบบพื้นที่จริงและการเรียนรู้ผ่านโลกออนไลน์อย่างลงตัว เพื่อเปิดกว้างให้คนไทยทุกคนได้เข้ามามีส่วนร่วมในการเรียนรู้และร่วมกันขับเคลื่อนประเทศสู่ยุค AI อย่างแข็งแกร่ง

ผู้สนใจสามารถเข้าร่วมงานได้ฟรีตลอดทั้ง 2 วัน ระหว่างวันที่ 11–12 กันยายน 2569 เวลา 09.30–18.00 น. ณ สามย่านมิตรทาวน์ ฮอลล์ ชั้น 5 พร้อมลงทะเบียนเข้าร่วมงาน ติดตามรายชื่อ Speakers และรายละเอียดกิจกรรมเพิ่มเติมได้ที่ www.zipeventapp.com/e/AIS-Academy-for-THAIs-2026