“กลุ่มสหพัฒน์”เผยครึ่งปีหลัง’69 ยังเดือดระอุ พร้อมกางแผนชนวิกฤติศก.สวิงแรง รับมือทุนจีน-พลิกเกมรบกระตุ้นเงินผู้บริโภคแห้งผาก ชู “นวัตกรรม-อีคอมเมิร์ซ” ดันกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคโต แนะรัฐเพิ่มมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ
การตลาด-ไอที-ยานยนต์

“กลุ่มสหพัฒน์”เผยครึ่งปีหลัง’69 ยังเดือดระอุ พร้อมกางแผนชนวิกฤติศก.สวิงแรง รับมือทุนจีน-พลิกเกมรบกระตุ้นเงินผู้บริโภคแห้งผาก ชู “นวัตกรรม-อีคอมเมิร์ซ” ดันกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคโต แนะรัฐเพิ่มมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ

กลุ่มสหพัฒน์ เผยสมรภูมิค้าปลีกครึ่งปีหลัง69 สุดเหี้ยม ชะตาเศรษฐกิจไทยดิ่งลึก-ผันผวนหนักจนคาดเดาไม่ได้เกิน 3 วัน ซ้ำเติมด้วยภาวะ "เงินในกระเป๋าจำกัด" ฉุดฝั่งสินค้าแฟชั่นทรงตัวยาว ท่ามกลางกระแสหวาดผวา “ทุนจีน” ไหลทะลักกลืนชาติ โชว์เหนือชั้นไม่เปิดศึกตรง แต่ใช้ไม้ตายพลิก "คู่แข่ง" เป็น "พันธมิตร" ลากมังกรยักษ์เข้าระบบห่วงโซ่อุปทาน สวนหมัดตลาดฝืดด้วยนโยบายตรึงราคา-อัดอีคอมเมิร์ซเต็มสูบ ฝากเสียงถึงรัฐบาล มาตรการช่วยเหลือปัจจุบัน “ทำดีแล้ว แต่ทำได้อีก” หวังกระตุ้นเศรษฐกิจให้เข้าถึงทุกภาคส่วน ล่าสุดระเบิดศึกใหญ่ “สหกรุ๊ป แฟร์ & เฟส ครั้งที่ 30” ปั๊มเม็ดเงินหมุนเวียนกู้วิกฤติปากท้อง คาดผู้ร่วมชมงานทะลุกว่า 500,000 คน

 

นายธรรมรัตน์ โชควัฒนา กรรมการผู้อำนวยการและประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงภาพรวมเศรษฐกิจในครึ่งปีหลัง 2569 ว่า ยังมีความท้าทายในหลายด้าน โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าแฟชั่น ที่คาดว่าจะยังคงอยู่ในภาวะ “ทรงตัว” ตลอดทั้งปี และกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค ที่มีการแข่งขันในตลาดที่สูงมาก แม้ทิศทางโดยรวมจะพยายามผลักดันให้เติบโต แต่ปัจจัยด้าน "เม็ดเงินในกระเป๋า" ของผู้บริโภคที่จำกัดทำให้ยอดขายทำได้ลำบากขึ้น อย่างไรก็ตาม เชื่อมั่นว่าอุตสาหกรรมสินค้าอุปโภคบริโภคที่เคลื่อนไหวเร็ว (Fast-Moving Consumer Goods : FMCG) ยังมีโอกาสเติบโตได้ แต่ต้องขึ้นอยู่กับกลยุทธ์ของแต่ละแบรนด์ ว่าจะเน้นการทำโปรโมชั่น การชูนวัตกรรมใหม่ๆ หรือการรักษาฐานลูกค้าเดิมให้เหนียวแน่น โดยสินค้าในกลุ่มเครื่องใช้ในบ้านและผลิตภัณฑ์ซักฟอก ยังเป็นกลุ่มที่ทำยอดขายได้ดีในปัจจุบัน

ส่วนโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ มองว่าประโยชน์ที่ได้รับนั้นยังมีความแตกต่างกันไปตามเซกเมนต์ (Segment) ธุรกิจหรือร้านค้าที่ทำงานร่วมกับระบบของรัฐโดยตรงจะได้รับอานิสงส์ที่ค่อนข้างดี ในขณะที่ธุรกิจที่อยู่นอกเงื่อนไขอาจจะไม่ได้รับผลประโยชน์เท่าที่ควร

“มาตรการช่วยเหลือต่างๆของรัฐบาล มองว่าเป็นเรื่องที่ดี‘รัฐบาลทำอยู่ ทำดีได้อีก’ แต่ยังต้องการให้มีการขยายผลหรือเพิ่มเติมมาตรการใหม่ๆ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและครอบคลุมทุกภาคส่วนธุรกิจมากขึ้น พร้อมรับมือกับสภาพเศรษฐกิจที่มีการแข่งขันสูงในปัจจุบัน อีกทั้งยังเป็นการกระตุ้นเม็ดเงินในกระเป๋าผู้บริโภค ที่ปัจจุบันยังคงมีความจำกัดและระมัดระวังในการใช้จ่าย เพราะเมื่อกำลังซื้อฟื้น เศรษฐกิจก็จะขับเคลื่อนได้ทั้งระบบต่อไป”นายธรรมรัตน์ กล่าว

 

นายธรรมรัตน์ กล่าวต่อว่า ท่ามกลางความกังวลเรื่องการไหลเข้าของทุนจีนในภาคอุตสาหกรรมไทยนั้น สำหรับธุรกิจในเครือสหพัฒน์นั้น ไม่ได้รับผลกระทบจากการเข้ามาของกลุ่มทุนดังกล่าว เนื่องจากบริษัทได้มีการปรับตัวและเลือกที่จะร่วมมือกับพันธมิตรชาวจีนที่มีศักยภาพ โดยดึงเข้ามาอยู่ในห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ของกลุ่มธุรกิจอย่างเป็นระบบ ซึ่งปัจจุบันมีการร่วมมือกับกลุ่มทุนจีนขนาดใหญ่ประมาณ 1-2 ราย ซึ่งแต่ละรายจะมีเครือข่ายพันธมิตรและบริษัทลูกตั้งอยู่โดยรอบเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานร่วมกัน การปรับกลยุทธ์จาก "คู่แข่ง" เป็น "พันธมิตร" จึงเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้ธุรกิจยังคงดำเนินไปได้อย่างปกติ

ด้านช่องทางการขายในปัจจุบันมองว่า อีคอมเมิร์ซ (E-commerce) ยังคงเป็นช่องทางใหม่ที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง และเป็นเป้าหมายสำคัญที่ทุกธุรกิจในเครือให้ความสำคัญ อย่างไรก็ตาม สัดส่วนรายได้จากช่องทางออนไลน์ของแต่ละบริษัทมีความแตกต่างกันไปตามประเภทสินค้า โดยบางบริษัทสามารถสร้างรายได้จากออนไลน์ได้มากกว่าครึ่งหนึ่งของรายได้รวม ในขณะที่บางบริษัทยังมีสัดส่วนไม่ถึง 10% ดังนั้น การปรับสัดส่วนการขายจากหน้าร้านมาสู่แพลตฟอร์มออนไลน์จึงเป็นกลยุทธ์หลักในการเข้าถึงลูกค้าที่เปลี่ยนพฤติกรรมไป

“แม้จะมีความกังวลเรื่องเงินในกระเป๋าของผู้บริโภคที่น้อยลง แต่ภาคอุตสาหกรรมยังสามารถเติบโตได้หากมีกลยุทธ์ที่ชัดเจน ดังนั้นการจะเติบโตได้นั้นต้องเลือกว่าจะใช้กลยุทธ์ใด ระหว่างการใช้ "โปรโมชั่น" เพื่อดึงดูดการใช้จ่าย หรือการนำเสนอ "นวัตกรรม" (Innovation) ของตัวสินค้าเพื่อสร้างจุดเด่นที่แตกต่างจากคู่แข่ง”นายธรรมรัตน์ กล่าว

นายธรรมรัตน์ กล่าวเพิ่มเติมถึง ความคืบหน้าของการจัดงาน“สหกรุ๊ป แฟร์ & เฟส ครั้งที่ 30ซึ่งถือเป็นปีที่ 30 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 25-28 มิถุนายน 2569 เวลา 10.00-21.00 น. ณ ฮอลล์ 98-100 ไบเทค บางนา ซึ่งความพิเศษของปีนี้คือมีการปรับเปลี่ยนชื่อและรูปแบบงานเป็น "Saha Group Fair & Fest" โดยวัตถุประสงค์หลักไม่ได้เน้นเพียงแค่การนำสินค้ามาจำหน่ายในราคาพิเศษเหมือนที่ผ่านมา แต่ต้องการเพิ่มองค์ประกอบของความเป็น "Festival" หรือเทศกาลที่มีความบันเทิงเข้ามาสร้างสีสันให้กับผู้เข้าร่วมงานนอกจากนี้ งานในปีนี้ยังเป็นเวทีสำคัญในการประกาศความร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจต่าง ๆ ของเครือสหพัฒน์ เพื่อแสดงทิศทางในอนาคตของกลุ่มธุรกิจที่มุ่งเน้นการเติบโตไปพร้อมกับคู่ค้าอย่างยั่งยืน

“แม้สถานการณ์เศรษฐกิจในขณะนี้จะมีความไม่แน่นอน ทั้งจากภาวะสงคราม ความผันผวนด้านพลังงาน ซึ่งทำให้ต้นทุนวัตถุดิบการผลิตปรับตัวสูงขึ้น แต่ในงานสหกรุ๊ป แฟร์ & เฟส ครั้งนี้ เครือสหพัฒน์ยังคงนโยบายที่จะตรึงราคาสินค้าเดิมไว้ พร้อมมอบโปรโมชันพิเศษ เพื่อลดภาระค่าครองชีพของผู้บริโภค”นายธรรมรัตน์ กล่าว

ภายในงานมีสินค้าคุณภาพกว่า 1,000 รายการ มาให้ผู้บริโภคเลือกซื้อ ครอบคลุมทั้งอาหาร เครื่องดื่ม ของใช้ภายในบ้าน เสื้อผ้า สินค้าแฟชั่น เครื่องสำอาง อุปกรณ์กีฬา ผลิตภัณฑ์สำหรับสัตว์เลี้ยง และอื่น ๆ อีกมากมาย โดยมีแบรนด์ดังมาร่วมงานอย่างคับคั่ง อาทิ มาม่า , ฟาร์มเฮ้าส์, บีเอสซี, วาโก้, เอราวอน ,ลาคอสต์, เปา, ซื่อสัตย์ ,ซิสเท็มมา ,โชกุบุสซึ ,โคโดโม, เวลแคร์ พร้อมด้วยโปรโมชันพิเศษและสิทธิประโยชน์จากสถาบันการเงินชั้นนำ อาทิ กสิกรไทย ,ทีทีบี ,กรุงศรีอยุธยา, เฟิร์สช้อยส์ ,กรุงเทพ, ยูโอบี และ ICBC นอกจากนี้ ยังสามารถใช้ ShopeePay ชำระค่าสินค้าพร้อมรับส่วนลดพิเศษและเงินคืน อีกทั้งยังคืนกำไรด้วยโซน Fest Space ที่ให้ผู้บริโภคนำใบเสร็จมาร่วมกิจกรรมลุ้นรับของรางวัล ซึ่งมีทั้งโทรศัพท์มือถือ เครื่องใช้ไฟฟ้า และผลิตภัณฑ์จากเครือสหพัฒน์

สำหรับทิศทางธุรกิจ เครือสหพัฒน์ยังคงเดินหน้าลงทุนและสร้างความร่วมมือกับพันธมิตรอย่างต่อเนื่อง เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับโอกาสทางธุรกิจในอนาคต โดยในงานสหกรุ๊ปแฟร์ & เฟส ปีนี้จะมีการลงนามความเข้าใจและข้อตกลงความร่วมมือกับพันธมิตรรวม 20 โครงการ ซึ่งมากที่สุดในรอบ 30 ปี ครอบคลุมทั้งด้านเทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) การค้าและการลงทุนทั้งในและต่างประเทศ การพัฒนาระบบนิเวศการค้าดิจิทัล การส่งเสริมสุขภาพ การพัฒนาเมืองและอสังหาริมทรัพย์ การพัฒนาบุคลากร ตลอดจนธุรกิจไลฟ์สไตล์

อีกหนึ่งสีสันใหม่ในงานปีนี้ คือ โซน Saha Group Restaurant ซึ่งได้รวมร้านอาหารชื่อดังระดับตำนานจากญี่ปุ่นมาไว้ในพื้นที่เดียว ได้แก่ Ramen Korakuen ร้านราเมงแฟรนไชส์ที่มีสาขามากที่สุดเป็นอันดับ 1 ในญี่ปุ่น, Unagi Yondaime Kikukawa ร้านข้าวหน้าปลาไหลเก่าแก่จากญี่ปุ่นที่เปิดมานานกว่า 90 ปี และ Daishogun Burger ร้านเบอร์เกอร์เนื้อวากิวดีกรีแชมป์อันดับ 1 จากญี่ปุ่น

ด้านกิจกรรมพิเศษจะมีความบันเทิงหลายรูปแบบที่ตอบโจทย์คนทุกเจเนเรชัน ตลอดทั้ง 4 วัน เปิดให้เข้าชมโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ทั้งคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดังจากไทยและต่างประเทศ แฟชั่นโชว์ การประกวด รวมทั้งการสัมมนาให้ความรู้ที่ให้ผู้สนใจได้มาอัปสกิลและรีสกิลใน“งานสหกรุ๊ป แฟร์ & เฟส”

“สถานการณ์ทางเศรษฐกิจทั้งภายในและภายนอนประเทศยังมีความผันผวนและความไม่แน่นอนสูง จนไม่สามารถคาดการณ์ล่วงหน้าได้เกิน 3 วัน หรือประเมินภาพรวมครึ่งปีหลังได้อย่างชัดเจน เนื่องจากสถานการณ์เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา บางช่วงดูดีขึ้นแต่บางช่วงก็ซบเซาลง งานสหกรุ๊ป แฟร์ & เฟส ในปีนี้จึงถูกใช้เป็นพื้นที่สำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นและช่วยกระตุ้นกำลังซื้อในช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงงานแสดงนวัตกรรมและจำหน่ายสินค้าราคาพิเศษเท่านั้น แต่ยังมหกรรมงานแฟร์และเฟสติวัลที่ครบครันในงานเดียว และยังเป็นเวทีที่เชื่อมโยงผู้บริโภค พันธมิตรทางธุรกิจ และสังคมให้เติบโตไปด้วยกัน ปีนี้เราจึงตั้งใจส่งมอบทั้งสินค้าคุณภาพในราคาที่คุ้มค่า โอกาสทางธุรกิจ ความรู้ และประสบการณ์แห่งความสุข เพื่อให้ทุกคนได้ก้าวไปข้างหน้าร่วมกันตามแนวคิด ‘ไปด้วยกันนะ’ ซึ่งคาดว่าจะมีจำนวนผู้เข้าร่วมงานไม่น้อยไปกว่าปีที่ผ่านมา คือจะมีสูงถึงถึงกว่า 500,000 คนอย่างแน่นอน ซึ่งบรรยากาศงานในวันแรก ก็เป็นไปอย่างคึกคักและชัดเจนตามคอนเซ็ปต์ที่ได้ประกาศออกไป”นายธรรมรัตน์ กล่าวในที่สุด

 

 

You can share this post!