“พลังงาน” งัดมาตรการเพิ่ม! ดูแลราคาดีเซล–เบนซิน วอนอย่ากักตุนน้ำมัน ย้ำสำรองยังพอใช้ 95 วัน
พลังงาน-อุตสาหกรรม

“พลังงาน” งัดมาตรการเพิ่ม! ดูแลราคาดีเซล–เบนซิน วอนอย่ากักตุนน้ำมัน ย้ำสำรองยังพอใช้ 95 วัน

ฝวันนี้ (9 มีนาคม 2569) นายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และนายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ร่วมประชุมหารือมาตรการรับมือสถานการณ์ด้านพลังงาน เพื่อบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนและภาคเศรษฐกิจ

นายพิพัฒน์ เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า รัฐบาลได้เร่งออกมาตรการรักษาเสถียรภาพปริมาณน้ำมันสำรองอย่างเข้มข้น พร้อมยืนยันว่า ปัจจุบันประเทศไทยยังมีน้ำมันสำรองเพียงพอใช้ได้ประมาณ 95 วัน จึงขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนกหรือกักตุนน้ำมัน

ทั้งนี้ รัฐบาลได้เตรียมแผนรองรับผลกระทบด้านราคาพลังงาน หลังมาตรการตรึงราคาน้ำมันดีเซลสิ้นสุดลง โดยจะ ติดตามสถานการณ์ราคาน้ำมันในตลาดโลกอย่างใกล้ชิด พร้อมดูแลราคาน้ำมันดีเซลและเบนซิน หากมีความจำเป็นต้องปรับราคา จะใช้แนวทาง ปรับขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไป ให้สอดคล้องกับตลาดโลก เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชนอย่างรวดเร็ว

ขณะเดียวกัน ภาครัฐยังเตรียมมาตรการช่วยเหลือภาคอุตสาหกรรมที่ประสบปัญหาการจัดหาน้ำมัน โดยผู้ประกอบการที่ไม่สามารถซื้อน้ำมันจากผู้ค้าเดิมได้ สามารถนำ หลักฐานใบสั่งซื้อน้ำมันย้อนหลัง 2 เดือน ยื่นต่อผู้ว่าราชการจังหวัด หรือพลังงานจังหวัด เพื่อให้สามารถจัดซื้อน้ำมันได้ตามปกติ

ด้านนายอรรถพล กล่าวว่า กระทรวงพลังงานได้ทยอยออกมาตรการเสริมความมั่นคงทางพลังงานอย่างต่อเนื่อง โดยกำหนดให้ผู้ค้าน้ำมัน ปรับสัดส่วนการสำรองน้ำมันตามกฎหมายจาก 1% เป็น 3% ภายในวันที่ 30 เมษายน 2569 ซึ่งจะช่วยเพิ่มระยะเวลาน้ำมันสำรองของประเทศได้อีกประมาณ 7 วัน

นอกจากนี้ ยังเตรียม ปรับเพิ่มสัดส่วนผสมไบโอดีเซลจาก B5 เป็น B7 คาดว่าจะมีผลภายในวันที่ 14 มีนาคม 2569 ซึ่งสอดรับกับช่วงผลผลิตปาล์มน้ำมันที่ออกสู่ตลาด ช่วยลดการนำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศ และเพิ่มการใช้วัตถุดิบภายในประเทศ

พร้อมกันนี้ กระทรวงพลังงานยังเตรียม ปรับโครงสร้างราคาน้ำมันเบนซินให้ E20 มีส่วนต่างราคากับ E10 มากขึ้น เพื่อจูงใจให้ประชาชนหันมาใช้น้ำมัน E20 เพิ่มขึ้น

ในส่วนของการผลิตไฟฟ้า รัฐบาลได้จัดหาก๊าซธรรมชาติทดแทนในกรณีที่ไม่สามารถขนส่งผ่าน ช่องแคบฮอร์มุซ ได้เรียบร้อยแล้ว รวมถึงเพิ่มกำลังการผลิตก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทย และเพิ่มการนำเข้าไฟฟ้าจาก สปป.ลาว ซึ่งทั้งหมดมีปริมาณเทียบเท่าการนำเข้า ก๊าซ LNG ประมาณ 2 ลำเรือ จึงมั่นใจได้ว่า ไฟฟ้าจะไม่ขาดแคลนอย่างแน่นอน

ขณะเดียวกัน ยังมีการ ตรึงราคาก๊าซหุงต้ม (LPG) ต่อไปอีก 2 เดือน (เมษายน–พฤษภาคม) เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพของประชาชน

อย่างไรก็ตาม กระทรวงพลังงานขอความร่วมมือจากภาครัฐ ภาคธุรกิจ และประชาชน ร่วมกันประหยัดพลังงาน เช่น การปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศที่ 26 องศา การตรวจเช็กสภาพเครื่องยนต์ให้ทำงานเต็มประสิทธิภาพเพื่อลดการใช้น้ำมัน รวมถึงการพิจารณา การทำงานจากที่บ้าน (WFH) เพื่อลดการเดินทาง แต่ต้องคำนึงถึงผลกระทบต่อร้านค้าในพื้นที่ออฟฟิศประกอบด้วย

ทั้งนี้ มาตรการทั้งหมดมีเป้าหมายเพื่อ สร้างความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ และลดผลกระทบต่อประชาชนให้ได้มากที่สุด

 

You can share this post!