"EGCO Group" ขยายพอร์ตพลังงานสหรัฐฯ ปิดดีลซื้อหุ้นเพิ่ม Linden Cogen หนุนกำลังผลิตโตอีก 98 เมกะวัตต์
พลังงาน-อุตสาหกรรม

"EGCO Group" ขยายพอร์ตพลังงานสหรัฐฯ ปิดดีลซื้อหุ้นเพิ่ม Linden Cogen หนุนกำลังผลิตโตอีก 98 เมกะวัตต์

EGCO Group ประกาศความสำเร็จ เข้าซื้อหุ้นเพิ่ม 10% ในโรงไฟฟ้า Linden Cogen รัฐนิวเจอร์ซีย์ สหรัฐอเมริกา ดันสัดส่วนถือหุ้นเพิ่มเป็น 38% รับรู้รายได้ทันที ตอกย้ำบทบาทเชิงกลยุทธ์ในตลาดไฟฟ้าที่มีความต้องการสูงสุดแห่งหนึ่งของโลก

บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ EGCO Group ประกาศความสำเร็จในการเข้าซื้อหุ้นเพิ่ม 10% ในโรงไฟฟ้า Linden Cogen ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม (Cogeneration) กำลังการผลิตรวม 980 เมกะวัตต์ ตั้งอยู่ในรัฐนิวเจอร์ซีย์ สหรัฐอเมริกา ส่งผลให้ EGCO Group มีกำลังผลิตตามสัดส่วนการถือหุ้นเพิ่มขึ้นอีก 98 เมกะวัตต์ และสามารถรับรู้รายได้ตามสัดส่วนการถือหุ้นได้ทันทีภายหลังการลงทุนแล้วเสร็จ

นายธวัชชัย สำราญวานิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ EGCO Group เปิดเผยว่า การลงทุนดังกล่าวดำเนินการผ่าน บริษัท EGCO Linden II, LLC ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ EGCO Group ถือหุ้นทั้งหมด โดยได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขในสัญญาซื้อขายหุ้น (Equity Purchase Agreement) กับ บริษัท HPJV1 LLC ครบถ้วน ส่งผลให้การซื้อขายหุ้นเสร็จสมบูรณ์เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2568 และทำให้ EGCO Linden II มีสัดส่วนการลงทุนใน Linden TopCo LLC เพิ่มขึ้นเป็น 38%

สำหรับ Linden TopCo เป็นผู้ดำเนินธุรกิจโรงไฟฟ้า Linden Cogen ซึ่งเชื่อมต่อระบบโครงข่ายไฟฟ้าไปยังรัฐนิวยอร์ก โดยแบ่งการจำหน่ายไฟฟ้าออกเป็น 2 ตลาดหลัก ได้แก่ โรงไฟฟ้าหน่วยที่ 1–5 กำลังการผลิตรวม 800 เมกะวัตต์ จำหน่ายไฟฟ้าและให้บริการเสริมความมั่นคงแก่ระบบไฟฟ้าในรัฐนิวยอร์ก (NY-ISO Zone J) และโรงไฟฟ้าหน่วยที่ 6 กำลังการผลิต 180 เมกะวัตต์ จำหน่ายไฟฟ้าให้แก่ตลาด PJM PSEG ในรัฐนิวเจอร์ซีย์ ซึ่งทั้งสองตลาดถือเป็นตลาดไฟฟ้าที่มีความต้องการและกำลังไฟฟ้าสำรองสูงที่สุดในสหรัฐอเมริกา

นอกจากนี้ โรงไฟฟ้า Linden Cogen ยังมี สัญญาซื้อขายไฟฟ้าและไอน้ำระยะยาว กับผู้รับซื้อรายใหญ่ที่มีความน่าเชื่อถือในระดับน่าลงทุน สะท้อนเสถียรภาพด้านรายได้ในระยะยาว

นายธวัชชัย กล่าวเพิ่มเติมว่า การลงทุนครั้งนี้ตอกย้ำบทบาทเชิงกลยุทธ์ของ EGCO Group ในตลาดพลังงานสหรัฐอเมริกา และสอดคล้องกับทิศทางการเติบโตอย่างยั่งยืนของบริษัทในระยะยาว โดยจะช่วยสร้างประโยชน์ทั้งในด้านรายได้จากเงินปันผล กำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้น รวมถึงอำนาจในการกำกับดูแลและการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ใน Linden TopCo ซึ่งจะช่วยยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงาน การบริหารต้นทุน และการพัฒนาโครงการใหม่ในอนาคต

You can share this post!