
เซ็นทรัลพัฒนา ประกาศทิศทางพัฒนาที่อยู่อาศัยชัดเจน เน้นลงทุนอย่างระวัง ควบคู่ไปกับศูนย์การค้าตามจังหวัดเมืองท่องเที่ยวและหัวเมืองรอง ด้วยกลยุทธ์ “Retail-Led Mixed-Use Development“ ระบุยังมีที่ดินรองรับอีกเกือบ 10 แปลงทั่วประเทศ มั่นใจปีนี้เปิดครบ 9 โครงการ มูลค่า 16,000 ล้านบาท ตามแผน ล่าสุดบุก จ.กระบี่ ทุ่ม 2,500 ล้านบาท เปิดบ้านเดี่ยว-คอนโดฯ Super Luxury ติด”เซ็นทรัล กระบี่“ พบ กระแสตอบรับดีเกินคาด ต่อจิ๊กซอว์สำคัญของ Smart City แห่งอันดามัน หลังพบราคาที่ดินพุ่งมากกว่า 2 เท่าตัว สะท้อนดีมานด์และโอกาสเติบโตระยะยาว คาดปิดการขายภายใน 5 ปี

ร.อ.กรี เดชชัย กรรมการผู้จัดการใหญ่ธุรกิจที่อยู่อาศัย บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด(มหาชน)หรือ CPN เปิดเผยถึง ทิศทางการดำเนินธุรกิจในการพัฒนาที่อยู่อาศัย ในปี 2569 คงต้องมีการพัฒนาอย่างระมัดระวัง และคงไม่มีการซื้อที่ดินที่อยู่ไกลศูนย์การค้าเซ็นทรัล เพิ่มขึ้นแต่อย่างใด แต่จะเน้นการพัฒนาควบคู่ไปกับศูนย์การค้าเซ็นทรัล ในพื้นที่ต่างจังหวัดเมืองท่องเที่ยวและหัวเมืองรอง ตามนโยบายอย่างต่อเนื่อง ซึ่งยังมีที่ดินรองรับการพัฒนาในอนาคตอีกเกือบ 10 แปลง โดยแต่ละแปลงมีขนาดประมาณ 70 ไร่ ส่วนจะนำแปลงไหนมาพัฒนา และพัฒนากี่โครงการในปีหน้า ยังไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลได้
ทั้งนี้ที่ผ่านมาในส่วนของกลุ่มที่อยู่อาศัย พัฒนาโครงการมาแล้ว 11 ปี รวม 51 โครงการ เป็นโครงการแนวราบ 20 โครงการ และคอนโดมิเนียม 31 โครงการ รวม 21 จังหวัด มูลค่ารวม 65,700 ล้านบาท รวม 16,000 ยูนิต หรือเป็นโครงการในกรุงเทพฯ 10 โครงการ และมี 3 โครงการ ที่เป็นการพัฒนาที่อยู่อาศัไม่อยู่ติดกับศูนย์การค้าเซ็นทรัล คือที่จังหวัดเชียงใหม่ , เชียงราย และนครศรีธรรมราช ในจำนวนดังกล่าว เป็นโครงการในรูปแบบมิกซ์ยูส 11 จังหวัด ปัจจุบันมีรายได้สะสมรวม 26,800 ล้านบาท
สำหรับแผนการพัฒนาโครงการในปี 2568 ยังคงเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ คือพัฒนารวม 9 โครงการ มูลค่ารวม 16,000 ล้านบาท แบ่งเป็นบ้านเดี่ยว 5 โครงการ และคอนโดมิเนียม 4 โครงการ ปัจจุบันเปิดการขายไปแล้ว 7 โครงการ มูลค่ารวม 12,000 ล้านบาท ซึ่งโครงการที่เปิดตัวล่าสุดคือ บ้านเดี่ยวและคอนโดฯ ที่จังหวัดกระบี่ ติดกับศูนย์การค้าเซ็นทรัล กระบี่

ร.อ.กรี กล่าวเพิ่มเติมว่า ภาพรวมเศรษฐกิจ จ.กระบี่ กำลังเปลี่ยนจาก Tourism City สู่ Investment City อย่างเต็มรูปแบบ ด้วยศักยภาพที่โดดเด่นทั้งด้านเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และการอยู่อาศัย อีกทั้ง ราคาที่ดินเฉลี่ยยังอยู่ในระดับน่าสนใจ ประมาณ 70,000–75,000 บาท/ตารางวา ซึ่งต่ำกว่าภูเก็ตกว่า 2 เท่า และจากการที่บริษัทซื้อที่ดินแปลงติดกับศูนย์การค้าเซ็นทรัล กระบี่เมื่อ 3 ปีที่ผ่านมา(ซื้อก่อนแปลงที่ดินพัฒนาศูนย์การค้าฯ) ซึ่งหลังมีการเปิดตัวศูนย์การค้าแล้วส่งผลให้ราคาที่ปรับตัวสูงขึ้นมากกว่า 2 เท่าตัว จึงมีโอกาสเติบโตระยะยาว เมื่อรวมกับแรงส่งจากเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว ทำให้ตลาดอสังหาฯ โดยเฉพาะบ้านและคอนโดฯในทำเลศักยภาพ เติบโตต่อเนื่องจากดีมานด์จริงของคนในพื้นที่ นักลงทุนรุ่นใหม่ และชาวต่างชาติกลุ่ม Long-Stay
ส่วนภาพรวมตลาดอสังหาฯในจ.กระบี่ ที่ผ่านมามีผู้ประกอบการรายใหญ่ในพื้นที่ เพียงหนึ่งรายเท่านั้น แต่ล่าสุดก็มีกลุ่มบริษัท โบทานิก้า ลักซูรี่ ภูเก็ต จำกัด เริ่มเข้ามาพัฒนาวิลล่าหรูบนเชิงเขา ย่านอ่าวนาง ระดับราคา 20 ล้านบาทขึ้นไป แล้วเช่นกัน

และในส่วนของ CPN หลังจากที่เปิดตัว “เซ็นทรัล กระบี่” ไปเมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา ดังนั้นในส่วนของโครงการที่อยู่อาศัย ที่แนวทางในการดำเนินงานของ CPN จะพัฒนาควบคู่ไปกับศูนย์การสินค้า ดังนั้นเพื่อตอบรับจังหวะการเติบโตใน จ.กระบี่ เซ็นทรัลพัฒนาจึงได้ต่อยอดสู่การพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยในเซกเมนต์ Premium ถึง Super Luxury มูลค่ารวม 2,500 ล้านบาท เจาะกลุ่มลูกค้าระดับ Super Premium ซึ่งกว่า 80% เป็นคนไทย และอีก 20% เป็นผู้ประกอบการที่จดทะเบียนในประเทศ สะท้อนศักยภาพของตลาดพรีเมียมที่กำลังขยายตัวอย่างแข็งแกร่ง ประกอบด้วย 2 แบรนด์หลัก ได้แก่

1.วิลล่า 2 ชั้น ภายใต้แบรนด์ “บ้านนินญา กระบี่” (Baan Ninya Krabi)ออกแบบ ในสไตล์ Modern Tropical ผสานความทันสมัยของการอยู่อาศัยกับบรรยากาศธรรมชาติในคอนเซ็ปต์ Urban Forest ให้ความเป็นส่วนตัวสูงสุดเพียง 100 ครอบครัว บนพื้นที่ 40 ไร่ ทุกหลังมาพร้อม วิวภูเขาแบบ Panoramic View พร้อมสระว่ายน้ำ Infinity Edge Lounge และระบบรักษาความปลอดภัย 7 ระดับ ขนาดตั้งแต่ 63.18-120 ตารางวา ราคาเริ่มต้นที่ 16–25 ล้านบาท* มูลค่าโครงการประมาณ 1,400 ล้านบาท รูปแบบการพัฒนาออกเป็นหลายเฟสๆแรก เป็นบ้านพร้อมอยู่ จำนวน 10 ยูนิต ซึ่งได้เปิดการขายมาแล้วประมาณ 1 เดือน ปรากฏว่าสามารถขายหมดได้ภายในระยะเวลารวดเร็ว

สำหรับในเฟสที่ 2 มีแผนจะพัฒนาในรูปแบบของวิลล่า Retirement แบบ 1 ชั้น จำนวน 20-30 หลัง ราคาไม่ต่ำกว่า 15 ล้านบาท ซึ่งยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ในขณะนี้
โดยข้อมูล ณ วันที่ 26 ตุลาคม 2568 ทำยอดขายวิลล่าได้แล้ว 13 ยูนิต มูลค่า 230 ล้านบาท ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นคนในพื้นที่ ที่ดำเนินธุรกิจส่วนตัว และ กลุ่มนายแพทย์ เป็นต้น

2.คอนโดฯ แบรนด์ “ฟีล กระบี่“(Phyll Krabi) The First and Only Luxury Condo ในกระบี่ ภายใต้แนวคิด “FLOW WITH NATURE’S RHYTHM” เชื่อมโยงชีวิตกับธรรมชาติอย่างลงตัว ตัังอยู่บนพื้นที่ 8ไร่ โดยพื้นที่ 4 ไร่แรก แบ่งเป็นคอนโดฯ Low-rise 4 ชั้น 5 อาคาร ขนาดตั้งแต่ 30-70 ตารางเมตร รวม 160 ยูนิต ราคาเริ่มต้นที่ 3.99-10 ล้านบาท โดยมีเพียง 8 ยูนิตต่อชั้น มูลค่าโครงการประมาณ 800 ล้านบาท ซึ่งในช่วงแรกจะเปิดขายก่อน 3 อาคาร โดยเปิดขาย 3 วัน (24-26 ต.ค.68) สามารถทำยอดขายได้ 46 ยูนิต มูลค่าประมาณ 202 ล้านบาท

ส่วนพื้นที่อีก 4 ไร่ ในส่วนของ พื้นที่ส่วนกลาง Single Corridor ให้ทุกยูนิตมองเห็นวิวภูเขาและมีความเป็นส่วนตัวสูงสุด คว้ารางวัล Best Condo Development (Krabi) และ Best Regional Developer of the Year 2025 – South การันตีคุณภาพคอนโดฯพรีเมียมดีไซน์ร่วมสมัยที่ได้รับแรงบันดาลใจจากธรรมชาติและวิถีชีวิตชาวกระบี่
“ทั้ง 2 โครงการไม่ใช่แค่ที่อยู่อาศัย แต่คือการสร้างอนาคตที่ดีกว่าให้กับผู้คน และเป็นจิ๊กซอว์สำคัญของ Smart City แห่งอันดามัน ที่สะท้อนจุดยืนของเราด้านการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน ซึ่งทั้ง 2 แบรนด์ได้เปิดพรีเซลในวันที่ 25–26 ตุลาคม 2568 คาดว่าจะสามารถปิดการขายทั้งโครงการ ภายใน ระยะเวลา 5 ปึ” ร.อ.กรี กล่าว

ส่วนอีก 2 โครงการ ที่เหลือ จะเปิดตัวในเดือนธันวาคม 2568 นี้ มูลค่าโครงการประมาณ 4,000 ล้านบาท ได้แก่
1.โครงการคอนโดมิเนียม ภายใต้แบรนด์ “เอสเซ็นท์” ติดกับศูนย์การค้า เซ็นทรัล ชลบุรี จำนวนทั้งหมด 1,000 ยูนิต มูลค่าโครงการ 2,400-2,500 ล้านบาท
2.โครงการบ้านเดี่ยว ภายใต้แบรนด์ “นินญา”(NINYA) บริเวณรามอินทรา กิโลเมตรที่ 83 ระดับราคา 15-20 ล้านบาท มูลค่าโครงการ 1,500 ล้านบาท

ด้านนางสาวนาวิตรา จันเกษม Managing Director, Residence Business Support & Operations บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด(มหาชน)หรือ CPN กล่าวว่า กลยุทธ์ที่สร้างความสำเร็จให้กับ Central Pattana Residence คือการร่วมพัฒนาโครงการมิกซ์ยูสที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตอย่างสมบูรณ์แบบ สิ่งที่เซ็นทรัลพัฒนาเชื่อมาตลอดคือ “การพัฒนาเมือง ต้องเติบโตไปพร้อมกับคุณภาพชีวิตของผู้คน”โดยนำแนวคิดการพัฒนาเมืองแบบ Mixed-use Development เข้ามาเป็นหัวใจหลัก เพื่อสร้างสมดุลระหว่าง เศรษฐกิจ – ชุมชน – สิ่งแวดล้อม
สำหรับ CPN การพัฒนาเมืองไม่ได้หมายถึงการพัฒนาสิ่งปลูกสร้าง แต่คือการสร้าง "อนาคตที่ดีกว่า"ให้กับผู้คนและชุมชนรอบข้าง โครงการนี้จะเป็นตัวอย่างของการออกแบบชีวิตที่ผสมผสานความสวยงามของธรรมชาติกับคุณภาพชีวิตที่เหนือระดับ ไปพร้อมกับการสร้างสมดุลให้การเติบโตของเมืองครบทุกมิติ จึงเป็นที่มาของการลงทุนด้วยงบกว่า 2,500 ล้านบาท พัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยระดับ Super Premium “บ้าน NINYA กระบี่”และ “คอนโดฯ Phyll กระบี่” จิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญของ Smart City แห่งอันดามัน ภายใต้แนวคิด INSPIRED BY NATURE, DESIGNED FOR LIFE ที่ออกแบบทุกองค์ประกอบให้สอดคล้องไปกับอัตลักษณ์ของกระบี่ เมืองแห่งภูเขาหินปูน น้ำทะเลสีเขียวมรกต และวิถีชีวิตที่สงบ ที่จะได้สัมผัสประสบการณ์การพักผ่อนอย่างแท้จริง
สภาพเศรษฐกิจของจังหวัดกระบี่ ไตรมาสแรก ปี 2568 พบว่า 3 อุตสาหกรรมหลักที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจจังหวัด ได้แก่ อุตสาหกรรมภาคเกษตรกรรมป่าไม้และประมง อุตสาหกรรมขายส่งและขายปลีก และอุตสาหกรรมขนส่งและสถานที่เก็บสินค้า มูลค่ารวมกว่า 51,454 ล้านบาท อีกทั้งผลิตภาคแรงงานเฉลี่ยอยู่ที่ 190,000 บาท ต่อคนต่อปี สะท้อนว่าประชากรในกระบี่มีกำลังซื้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
แรงหนุนดังกล่าวรวมถึงการท่องเที่ยวและการเติบโตของเศรษฐกิจในจังหวัด ส่งผลให้ตลาดอสังหาฯ ได้อานิสงส์เพราะแม้ภาพรวมตลาดอสังหาฯ ในประเทศจะชะลอตัวลง แต่กำลังซื้อเพิ่มในเมืองท่องเที่ยวสำคัญโดยเฉพาะภาคใต้ยังมีสัญญาณที่ดี ส่งแรงให้กำลังการซื้อที่อยู่อาศัยดีขึ้น
โดยเฉพาะกลุ่ม Super Premium ที่มองการลงทุนในอสังหาฯ เป็นมากกว่าที่อยู่อาศัยแต่คือการลงทุนในระยะยาว แรงเสริมจากระบบสาธารณูปโภคที่พัฒนาอย่างต่อเนื่องราคาที่ดินและอสังหาฯ ยังไม่พุ่งสูงเมื่อเทียบกับภูเก็ต ทำให้นักลงทุนมองเห็นโอกาสในการสร้างผลตอบแทนระยะยาว
จากการที่ CPN ศึกษาตลาดที่อยู่อาศัยในจังหวัดกระบี่พบว่า ผู้เล่นในตลาดส่วนใหญ่เป็นกลุ่มอสังหาฯ ท้องถิ่นและผู้ประกอบการรีสอร์ทแบรนด์ต่างชาติ ในขณะที่ Central Pattana Residence จะแตกต่างตั้งแต่คอนเซปต์ของโครงการ โดดเด่นทั้งการดีไซน์โดยคำนึงถึงฟังก์ชันและคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัย ไปจนถึงความปลอดภัย และยังเป็นอสังหาฯ เดียวในไทยที่ยกระดับชีวิตด้วยความสะดวกสบาย สิทธิพิเศษ และบริการที่ครบครัน ด้วยการเชื่อมต่อสิทธิประโยชน์ไร้ขีดจำกัดจากแบรนด์ในเครือเซ็นทรัลกรุ๊ป
"คนกลุ่มนี้ไม่ได้ต้องการแค่ที่อยู่อาศัย แต่ต้องการมองหาที่อยู่อาศัยที่เป็นเครื่องหมายของความสำเร็จ โดยที่สามารถมอบคุณภาพชีวิต ความสงบ ความปลอดภัย ใกล้สิ่งอำนวยความสะดวก เดินทางสะดวก เพื่อง่ายต่อการทำธุรกิจและทรัพย์สินเพื่อการลงทุนในอนาคต รวมไปถึงกลุ่มเป้าหมายใหม่อย่าง กลุ่มคนวัยเกษียณอายุจากทั่วโลก ที่เลือกไทยให้เป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมสำหรับการเกษียณอายุ สอดคล้องกับจำนวนผู้เกษียณอายุชาวต่างชาติที่วีซ่าเกษียณอายุในประเทศไทยเพิ่มขึ้นทุกปี ไปจนถึงกลุ่มนักลงทุนต่างชาติที่มองเห็นศักยภาพของกระบี่ โดยในปี 2567 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในไทย 35 ล้านคน สร้างเม็ดเงินได้กว่า 1.6 ล้านล้านบาท" นางสาวนาวิตรา กล่าว

หากมองเชิงมูลค่าที่ดินและความคล่องตัวของตลาด กระบี่มีทำเลดาวเด่นอยู่ 3 โซนหลัก ได้แก่
-Old Town โซนเมืองเก่าที่โดดเด่นเรื่องอัตลักษณ์ท้องถิ่น แหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม จึงรายล้อมไปด้วยหมู่บ้านที่สร้างมาตั้งแต่ช่วงพัฒนาเมืองใหม่
-City Center ศูนย์กลางสิ่งอำนวยความสะดวกและเป็นศูนย์กลางสถานที่ราชการ โรงเรียน โรงพยาบาล และเป็นที่ตั้งของท่าเรือและศุลากร ทำให้โครงการที่จับกลุ่ม Super Premium จำนวนมากจับจ้องพื้นที่โซนนี้
-New CBD ทำเลแห่งอนาคตของกระบี่ ตั้งอยู่บนถนนเพชรเกษม–ศรีพังงา จุดเชื่อมต่อสำคัญของถนน 3 สายหลักที่เข้าสู่ตัวเมือง ได้แก่ ถนนอุตรกิจ ถนนมหาราช และถนนวัชระ โดยมีศูนย์การค้าเซ็นทรัล กระบี่ อยู่ตรงข้าม ห่างจากสนามบินเพียง 15 นาที ส่งผลให้ศักยภาพที่ดินมีมูลค่าสูงขึ้น
“วันนี้เองในขณะที่เศรษฐกิจยังมีความผันผวน และแรงกดดันรอบด้าน แต่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ก็ยังมีสัญญาณบวก โดยจากที่เราได้มีการเปิดโครงการใหม่ๆในไตรมาสที่ 3 กลุ่มลูกค้ายังคงให้ความสนใจ โดยเฉพาะโครงการที่อยู่ติดศูนย์การค้า หรือแนวรถไฟฟ้า อย่างโครงการบ้านนินญา กระบี่ ที่เราเปิดให้จองไปในเดือนกันยายน ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นกลุ่มลูกค้าที่เป็นเจ้าของกิจการในภาคการส่งออก และธุรกิจท่องเที่ยว ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง เพราะต้องการที่อยู่อาศัยที่มีพื้นที่ใช้สอยขนาดใหญ่ ซึ่งปัจจุบันวิลล่าพร้อมขายในเฟสแรกที่เราเตรียมไว้มียอดจองไปแล้วกว่า 90% ซึ่งสอดคล้องกับสิ่งที่เราศึกษาว่าในวันนี้เองจังหวัดกระบี่มีศักยภาพในการเติบโต และสามารถดึงดูดให้เกิดการลงทุนได้ในอนาคต”นางสาวนาวิตรา กล่าว

ทั้งนี้ทึ่ผ่านมา ทางทีมงานร่วมวางแผนกับเซ็นทรัลพัฒนา ในการดีไซน์ MASTER PLAN พัฒนา MIXED-USE หนึ่งเดียวในจังหวัดกระบี่ที่สมบูรณ์แบบและตอบโจทย์ตลาดและกลุ่มลูกค้า Super Premium ที่ต้องการการพักผ่อนและความสงบภายในพื้นที่ที่เป็นส่วนตัว โครงการจึงตอบโจทย์ เพราะมีจำนวนยูนิตที่ไม่มาก มาพร้อมบริการหลังการขายอย่าง Mr. SERVICE ที่ตรวจสอบคุณภาพของบ้านและคอนโดฯโดยทีมงานมืออาชีพ อาทิ การเช็กระบบไฟฟ้าและระบบประปา ให้อยู่ในมาตรฐานความปลอดภัย ไปจนถึง ให้คำปรึกษาแนะนำ เรื่องการแก้ไข ดูแลและบำรุงรักษาในระยะยาว เพื่อมอบความปลอดภัยและความสะดวกสบายในการพักอาศัยแก่ลูกบ้าน รวมไปถึง C Agent บริการเอเจนท์มืออาชีพที่ช่วยดูแลบ้านและคอนโดฯ ให้คำแนะนำพร้อมดูแลหากต้องการปล่อยเช่า และยังมี Privilege สำหรับ Central Citizens เพื่อประสบการณ์การอยู่อาศัยที่ไม่เหมือนโครงการไหน เช่น ช่องจดรถพิเศษในศูนย์การค้ากว่า 19 สาขาทั่วประเทศ , ส่วนลดจากแบรนด์ ร้านค้า , Top up มูลค่า 10% เมื่อเติมเงินในบัตรทานอาหาร Food park เป็นต้น