news-details
Business

บุหรี่เถื่อน ทำภาษีหายมหาศาล “เผ่าภูมิ” สั่งเดินหน้า Zero Tolerance ยกระดับการปราบปราม

“บุหรี่เถื่อน หรือบุหรี่ที่ลักลอบนำเข้าโดยไม่เสียภาษี เป็นหนึ่งในภัยเงียบที่สร้างความเสียหายกับรัฐประมาณ 3 หมื่นล้านต่อปี เป็นตัวเลขความเสียหายมหาศาลต่อเศรษฐกิจของประเทศอย่างต่อเนื่อง นอกจากทำให้รัฐสูญเสียรายได้จากภาษีแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน และทำลายระบบการค้าขายอย่างเป็นธรรม”

บุหรี่เถื่อนพุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ 28.1%

จากการเปิดเผยผลการศึกษาการสำรวจซองบุหรี่เปล่าซึ่งจัดทำโดยอุตสาหกรรมยาสูบ พบว่าสัดส่วนการบริโภคบุหรี่เถื่อน ไตรมาส 1 ปี 2568 พุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ ถึง 28.1% ตั้งแต่เคยมีการทำสำรวจมาตั้งแต่ปี 2558 สัดส่วนบุหรี่เถื่อน 28.1% นี้คิดเป็นปริมาณกว่า 700 ตู้คอนเทนเนอร์ ทำประเทศและอุตสาหกรรมสูญเสียรายได้รวมประมาณ 3 หมื่นล้านต่อปี ซึ่งรวมถึง รายได้รัฐจากภาษีต่าง ๆ ปีละ 2.5 หมื่นล้านบาท โดยเฉพาะในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ เช่น สตูล สงขลา พัทลุง และจังหวัดที่มีชายแดนติดกับประเทศเพื่อนบ้านทั้งฝั่งตะวันออกและตะวันตก เช่น จันทรบุรี ตราด สระแก้ว ราชบุรี และกาญจนบุรี ซึ่งมักใช้เส้นทางธรรมชาติในการขนส่งสินค้าเถื่อนเข้ามาในประเทศ รวมถึงมีการกระจายตัวข้ามายังกรุงเทพและปริมณทล

บุหรี่เถื่อนไม่ผ่านการตรวจสอบคุณภาพ

บุหรี่เถื่อนมีราคาต่ำกว่าบุหรี่ถูกกฎหมายอย่างมาก จึงเป็นทางเลือกของผู้บริโภคที่ต้องการประหยัดค่าใช้จ่าย แต่กลับทำให้ระบบภาษีบุหรี่ที่ออกแบบมาเพื่อควบคุมการบริโภคและเพิ่มรายได้รัฐ กลายเป็นกลไกที่ถูกบิดเบือน บุหรี่เถื่อนไม่ผ่านการตรวจสอบคุณภาพ ไม่มีฉลากคำเตือน ไม่มีข้อมูลแหล่งที่มา ทำให้ผู้บริโภคเสี่ยงต่อการได้รับสารอันตรายที่สูงกว่าบุหรี่ทั่วไป ทั้งยังบ่อนทำลายความพยายามของภาครัฐในการลดการสูบบุหรี่ในระยะยาว ในเชิงเศรษฐกิจ การระบาดของบุหรี่เถื่อนทำให้ร้านค้าที่จำหน่ายบุหรี่ถูกกฎหมายแข่งขันไม่ได้ ผู้ประกอบการรายย่อยจำนวนมากได้รับผลกระทบ และการค้าขายที่สุจริตก็ถูกบดบังด้วยเงามืดของการค้าเถื่อน

รัฐเร่งเครื่องปราบปรามเต็มสูบ เผ่าภูมิ ลั่น “ต้องจัดการแบบเด็ดขาด”

ดร.เผ่าภูมิ โรจนสกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง แสดงจุดยืนชัดเจนในการแก้ไขปัญหานี้ว่า “บุหรี่เถื่อนไม่ใช่แค่เรื่องภาษี แต่มันคือเรื่องของความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสุขภาพของประชาชน รัฐไม่อาจนิ่งเฉยได้ โดยรัฐบาลและกระทรวงการคลัง เร่งปราบปรามจับกุมบุหรี่เถื่อนอย่างจริงจัง โดยสั่งการให้กรมศุลกากร และกรมสรรพสามิต บูรณาการข้อมูลและปฏิบัติการร่วมกัน โดยเฉพาะในพื้นที่ล่อแหลม และจุดผ่านแดนธรรมชาติ พร้อมเร่งรัดการปรับโครงสร้างภาษีบุหรี่ให้มีความยุติธรรมมากขึ้น”

ยกระดับการปราบปรามการลักลอบนำเข้าบุหรี่เถื่อน

รัฐบาล โดยเฉพาะกรมศุลกากรและกรมสรรพสามิต ร่วมกับหน่วยงานความมั่นคง ได้ยกระดับการปราบปรามการลักลอบนำเข้าบุหรี่เถื่อนอย่างจริงจัง มีการจัดตั้งชุดเฉพาะกิจเพื่อสกัดการขนส่งตามเส้นทางล่อแหลม การตรวจค้นคลังเก็บสินค้า และการจับกุมผู้จำหน่ายตามตลาดมืดในหลายพื้นที่ ส่งผลให้ในช่วง 8 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2568 สรรพสามิตสามารถปราบปรามการลักลอบนำเข้าและจำหน่ายบุหรี่เถื่อนได้ 1,738 คดี คิดเป็นของกลางประมาณ 1.16 แสนซอง ประมาณการค่าปรับทั้งสิ้นเกือบ 1.8 พันล้านบาท ขณะที่กรมศุลกากรมีสถิติการจับกุมบุหรี่เถื่อน 1,704 คดี จำนวน 48 ล้านมวน มูลค่ารวม 236 ล้านบาท รวมค่าปรับประมาณในช่วงปีที่ผ่านมา มีการดำเนินคดีทั้งผู้นำเข้า ผู้จำหน่าย และขบวนการขนส่งในหลายจังหวัด

“กระทรวงฯ พร้อมเดินหน้าปราบปรามบุหรี่ที่ผิดกฎหมายอย่างเข้มงวดตามนโยบายภาครัฐอย่างต่อเนื่องต่อไป และรณรงค์ให้ประชาชนรู้เท่าทัน หยุดซื้อ หยุดขาย หยุดสนับสนุนบุหรี่เถื่อน”

เมื่อบุหรี่เถื่อนกลับมาเป็นปัญหาใหญ่ที่สร้างแรงกระแทกซ้ำให้กับเศรษฐกิจไทยอีกครั้ง สถานการณ์นี้ได้ปลุกกระแสให้ภาครัฐ โดยเฉพาะกระทรวงการคลัง ออกมาเร่งปราบปรามอย่างจริงจัง

 

You can share this post!